- 02 ก.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 2 กรกฎาคม 61 เวลา10.00 น. ที่สำนักงานจัดหางาน จ.อุดรธานี ถ.รอบเมือง ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง น.ส.หนูเอี่ยม เพชรแสง ภรรยา ของ นายคำสุด นครศรี อายุ 40 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี แรงงานไทยที่เสียชีวิตในประเทศเกาหลีใต้ พร้อมลูกชายอายุ 5 ปี และครอบครัวของนายคำสุดฯ ได้เดินทางมา พบกับ ว่าที่ ร.ท.อนุเทพ ศรีดาวเรือง จัดหางาน จ.อุดรธานี และ นางยุทธศาสตร์ ทูลกลาง นักวิชาการแรงงานชำนาญการ เพื่อขอคำแนะนำในการดำเนินการ ในการจะการนำศพของนายคำสุดฯ กลับมาบ้านเกิดที่ ต.โพนงาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พร้อมให้ข้อมูลว่า นายคำสุดฯ ไปทำงานที่เกาหลีใต้ แบบลักลอบเข้าเมือง โดยหนีกรุ๊ปทัวร์ไปทำงาน
โดยทาง ว่าที่ ร.ท.อนุเทพ ศรีดาวเรือง จัดหางาน จ.อุดรธานี ได้สอบถาม น.ส.หนูเอี่ยมฯ เรื่องการเดินทางไปทำงานของนายคำสุดฯ ทราบว่าเดินทางไปเมื่อเดือนเมษายน ปี 60 ที่ผ่านมา นายคำสุดฯ เคยไปทำงานที่ต่างประเทศมาแล้วหลายประเทศ ที่ไปทำงานแบบถูกกฎหมาย ที่ประเทศ ไต้หวัน อิสราเอล ฟินแลนด์ ส่วนการไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ครั้งนี้ เป็นการลักลอบทำงาน โดยเสียค่าใช้จ่ายซื้อกรุ๊ปทัวร์เดินทางไป และได้หลบหนีไปทำงาน เนื่องจากมีญาติที่ไปทำงานที่เกาหลีใต้แบบถูกกฎหมายแนะนำ โดยไปทำงานเป็นช่างเจียรเครื่องจักรหนัก โรงงานผลิตอะไหล่รถแบคโฮ ที่เมืองโพฮัง ได้เงินเดือน ๆ ละกว่า 40,000 บาท โดยส่งเงินกลับให้ทางบ้านเดือนละ 40,000 บาท
ซึ่งทางครอบครัวทราบข่าวนายคำสุดฯ เสียชีวิต จากญาติ ที่ไปทำงานที่เดียวกัน และมีการโพสต์ภาพและข้อความขอความช่วยเหลือ ในการนำศพของนายคำสุดฯ กลับประเทศไทย โดย น.ส.หนูเอี่ยมฯ และพ่อแม่ของนายคำสุดฯ ต้องการนำร่างของนายคำสุดฯ กลับมาบ้านเกิด เพื่อทำพิธีฌาปนกิจศพตามประเพณีอีสาน โดยไม่ต้องการนำเป็นเถ้ากระดูกกลับมา
ทางสำนักงานจัดหางาน จ.อุดรธานี ได้นำครอบครัวของนายคำสุดฯ ไปยัง สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว อุดรธานี ทีศาลากลาง จ.อุดรธานี เพื่อให้ทางกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เข้าให้การช่วยเหลือ รวมทั้งประสานไปยัง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.อุดรธานี ให้ความช่วยเหลือตามสิทธิ ในฐานะที่เป็นคนไทยไปเสียชีวิตในต่างประเทศ
น.ส.หนูเอี่ยม เพชรแสง ภรรยานายคำสุด นครศรี แรงงานไทยที่เสียชีวิตในประเทศเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ทราบข่าวสามีเสียชีวิตที่เกาหลีใต้ รู้สึกเสียใจ เพราะสามีเป็นเสาหลักของครอบครัว สามีเป็นคนแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว ปกติสามีจะโทรศัพท์มาหาทุกวัน ๆ ละ 3 ครั้ง ก่อนเสียชีวิตคืนวันที่ 30 มิถุนายน สามีได้โทรศัพท์มาหา แต่ไปพูดได้ยินแต่เสียหายใจ จนเช้าญาติที่ทำงานอยู่ด้วยกันกับสามีโทรศัพท์มาบอก ว่าสามีนอนหลับแล้วเสียชีวิต ถามไปน่าจะเกิดจากทำงานมากเมื่อยล้า พักผ่อนไม่เพียงพอ ที่คนไทยเรียกว่าไหลตาย
เมื่อสามีที่เป็นหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต ตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออก ลูกก็ยังเล็กกำลังเรียนหนังสืออยู่ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร โดยยังมีหนี้กับทาง ธกส.อยู่ประมาณ 2แสนบาท โดยเสียค่าใช้จ่ายเดินทางไปเกาหลีใต้ประมาณ 1 แสนบาท และสามีก็ส่งเงินกลับมาให้ทางบ้านเดือนละ 40,000 บาททุกเดือน ส่วนการที่อยากนำศพสามีกลับบ้าน เพราะว่าต่อไปเราก็จะไม่ได้เห็นสามีอีกแล้ว เขาไปทำงาน หลายประเทศ เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว จึงอยากเห็นหน้าสามีเป็นครั้งสุดท้าย จึงอยากนำเป็นศพกลับมา ทำพิธีตามประเพณี จึงอยากขอฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการนำศพสามีกลับมาบ้าน”
ว่าที่ ร.ท.อนุเทพ ศรีดาวเรือง จัดหางาน จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังทราบว่า มีเฟซบุ๊ก “รู้ทัน ตม.ในประเทศเกาหลีใต้ ได้มีการแชร์เฟซบุ๊กของ “แฟนเก่า เจ็บจนตาย” ที่โพสต์ ข้อความขอความช่วยเหลือว่า ขออนุญาติ ครับขอน้ำใจพี่น้องคนไทยในเกาหลี ช่วยส่งศพพี่ชายกลับบ้านลูกเมียรออยู่นายคำสุด นครศรี คนอุดร พร้อมกับโพสต์ ภาพถ่ายร่างชายคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงนอน ภาพสมุดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ ภาพหน้าพาสปอร์ตของชายที่นอนบนเตียงนอน บัตรเอทีเอ็ม และภาพบัตรประชาชนประเทศไทย ที่ระบุชื่อ นายคำสุด นครศรี อายุ 40 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ซี่งมีการแชร์หน้าเพจเพซบุ๊คดังกล่าวไปมากกว่า 6,000 ครั้ง มีผู้เข้ามาแสดงความเสียใจกับแรงงานไทยและครอบครัวที่เสียชีวิตจำนวนมาก
โดยในวันนี้ภรรยานายคำสุดฯ ได้มาพบเจ้าหน้าที่ ที่สำนักงานจัดหางาน จ.อุดรธานี เพื่อขอความช่วยเหลือและคำแนะนำ ที่จะนำศพของนายคำสุดฯ กลับประเทศไทย โดยทราบว่านายคำสุดฯ เกิดหัวใจวายเฉียบพลัน หรือที่ภาษาบ้านเราเรียกว่าไหลตาย เมื่อเราตรวจสอบข้อมูลพบว่า เป็นการลักลอบเข้าไปทำงาน จึงไม่มีสิทธิรับความช่วยเหลือจากกองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ แต่เราได้ประสานไปยัง สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว อุดรธานี ที่สังกัดกรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ ให้ครอบครัวของนายคำสุดฯ ไปพบ เพื่อขอความช่วยเหลือในการนำศพกลับมา ซึ่งค่าใช้จ่ายเบื้องต้นประมาณ 3 แสนบาท โดยทางครอบครัวพอมีกำลังในการหาเงินจำนวนนี้
สำหรับขณะนี้เราได้ประสานไปยังกรมการกงสุล เพื่อแจ้งให้ทราบว่า ทางครอบครัวของนายคำสุดฯ ต้องการนำศพกลับมา นอกจากนี้เรายังประสานไปยัง พมจ.อุดรธานี เพื่อรับสิทธิประโยชน์ที่พึงมี ในฐานะที่เป็นคนไทยเสียชีวิตในต่างประเทศ อยากขอเตือนแรงงานที่จะไปทำงานแบบผิดกฎหมายไม่ว่าประเทศใดก็ตาม หากเกิดเหตุการณแบบนี้ขึ้น เราจะไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ ขอให้ไปแบบถูกกฎหมายตามที่รัฐบาลกำหนดไว้ ที่จะสามารถช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้นได้ทันที ทั้งนี้ก็ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวนี้ด้วย ที่ต้องเสียเสาหลักของครอบครัวไป ดังกล่าว
นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี ภูมิภาค สำนักข่าว ทีนิวส์
