- 05 ก.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
หนึ่งในผู้ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนนอกเหนือจากเยาวชนนักฟุตบอลทีมหมูป่าอคาเดมี่ 12 คนแล้วยังมีผู้ช่วยโค้ชอีก 1 คนรวมเป็น 13 คน นั่นก็คือ นายเอกพล จันทะวงษ์ ที่สังคมโซเซี่ยลบางส่วนยัง ดราม่ากันไม่หยุด ตั้งคำถามกันมากมายว่าพาเด็กๆเข้าถ้ำจริงหรือไปตามเด็ก แม้ว่าคนใกล้ชิดจะให้ข้อมูลว่าหลังซ้อมฟุตบอลเสร็จ ทีมหมูป่าก็แยกย้ายกันกลับโดยการปั่นจักรยานกลับโดยบอกว่าจะใช้เส้นทางผ่าน ผ่านถ้ำหลวง ตั้งแต่ช่วงเที่ยงเศษๆของวันที่ 23 มิถุนายน 2561 โดยที่โค้ชเอกไม่ได้ไปด้วยในตอนแรก พอช่วงค่ำผู้ปกครองได้โทรศัพท์ไปสอบถามโค้ชเอกว่าทำไมเด็กๆจึงยังไม่กลับถึงบ้าน
หลังจากนั้นการตามหาตัวก็เริ่มขึ้น โค้ชเอกทราบว่าเด็กๆจะปั่นจักรยานผ่านถ้ำหลวงฯจึงได้ไปดูเส้นทางโดยเริ่มจากสถานที่ฝึกซ้อมในวันนั้นก็คือที่โรงเรียนบ้านจ้อง ตำบลโป่งผา แต่ไม่พบ ที่ต่อไปคือแวะไปดูที่ถ้ำหลวงเพราะเด็กๆเคยไปเที่ยวที่ถ้ำ แห่งนี้หลายครั้ง และมีข้อมูลจากเพื่อนๆของเด็กกลุ่มนี้ว่า จะเข้าไปฉลองวันเกิดของเพื่อนในกลุ่มทีมหมูป่าภายในถ้ำหลวง โดยมีการนำอาหาร รวมถึงขนมและน้ำดื่มน้ำอัดลมใส่กระเป๋าติดไปด้วย เมื่อโค้ชเอกไปถึงปากถ้ำก็พบว่ามีจักรยานของเด็กๆจอดไว้ที่บริเวณปากถ้ำจริงๆ จึงได้โทรศัพท์ไปประสานผู้นำชุมชน เพื่อให้ตามคนมาช่วยติดตามให้ออกจากถ้ำ ส่วนตัวโค้ชเอกด้วยความเป็นห่วงน้องๆจึงได้เดินล่วงหน้าเข้าไปภายในถ้ำก่อน จนได้พบกับเด็กๆ จึงเตรียมพากันออกมา แต่ระหว่างที่เดินออกมาน้ำป่าภายในถ้ำได้ไหลออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะเหตุว่าตลอดทั้งวันที่ผ่านมามีฝนตกหนักที่บนเขานางนอน น้ำป่ามาทุกคนก็หนีขึ้นที่สูงก็คือหนีลึกเข้าไปในถ้ำ สุดท้ายน้ำมีมากเกินกว่าจะออกมาได้ น้ำได้เอ่อจนท่วมปิดปากถ้ำ โค้ชเอกจึงต้องอยู่กับเด็กๆในถ้ำ เท็จจริงหรือไม่อย่างไร โค้ชเอกและทีมหมูป่าเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ติดในถ้ำ9วันกว่าจะเจออยู่ได้อย่างไรคือประเด็นสำคัญ โค้ชเอก พูดคุยผ่านเจ้าหน้าที่ว่าเขาพาน้องๆทีมหมูป่านั่งสมาธิและเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุด ประทังความหิวด้วยการดื่มน้ำจากน้ำหยดผ่านซอกหินภายในถ้ำ และก่อนเข้าถ้ำทุกคนมีไฟฉายคนละ 1 กระบอก จึงใช้ไฟฉายเท่าที่จำเป็นคือวันละ 1 กระบอก ประเด็นก็คือการนั่งสมาธิ กับการเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุด ความรู้นี้มาจากไหน หลายคนยังไม่รู้ หลายคนอาจจะรู้แล้ว โค้ชเอก นายเอกพล จันทะวงษ์ อายุ 25 ปี เขาเคยบวชเรียนโดยการบวชเป็นสามเณรที่วัดเสาหิน บ้านขัวแคร่ ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ญาติที่มีบ้านอยู่ใกล้วัดนำไปฝากกับพระอธิการบุญส่ง โสภณจิตโต เจ้าอาวาสวัดเสาหิน บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ 12 ขวบ ยืนยันทั้ง เจ้าอาวาส และเพื่อนสามเณรด้วยกันว่า ระหว่างบวชก็ช่วยกิจกรรมงานของวัดด้วยดีเป็นที่ชื่นชอบและศรัทธาของชาวบ้าน รวมถึงเพื่อนสามเณรด้วยกัน
เรื่องการนั่งสมาธินั้นโค้ชเอกได้เรียนรู้จากวัดเสาหินแห่งนี้โดยมีพระอธิการบุญส่ง เจ้าอาวาส เป็นผู้สั่งสอนวิชาความรู้กิจวัตรปฏิบัติด้านธรรมะต่างๆ ทุกเช้าต้องทำวัตรเช้า และทำวัตรเย็น หลังสวนมนต์เสร็จก็ต้องฝึกนั่งสมาธิฝึกกรรมฐาน เจริญภาวนา สิ่งเหล่านี้ได้หล่อหลอมโค้ชเอกและเพื่อนสามเณรรุ่นเดียวกันหลายคนหนึ่งในนั้นขณะนี้เป็นรองเจ้าอาวาสคือพระเอกพล ชุตินธโร อดีตสามเณรเพื่อนร่วมวัดเดียวกันเล่าว่า นอกจากเรียนระดับมัธยมที่โรงเรียนเมธีวุฒิกรแล้ว ระหว่างการบวชเป็นสามเณรเจ้าอาวาสและครูบาอาจารย์ยังสอนให้มีศิลมีธรรมประจำใจมีธรรมะในหัวใจ สิ่งที่ได้ติดตัวไปสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ แต่ว่าบุญผ้าเหลืองของสามเณรเอกจะยุติลงเมื่ออายุ 20 ปี พอครบกำหนดบวชเป็นพระแต่สามเณรเอกเลือกที่จะใช้ชีวิตในทางโลก กลับไปอยู่กับญาติที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย แต่ก็ยังส่งติดต่อกับเพื่อนๆและคนรู้จักรวมถึงครูบาอาจารย์ เพื่อไขว่คว้าเดินตามฝันของตัวเอง เพราะส่วนหนึ่งโค้ชเอกชื่นชอบกีฬาฟุตบอล และการปั่นจักรยาน แม้ว่าเขาจะผ่านการอบรมโค้ชมาและอยู่ระหว่างรอรับใบประกาศนียบัตรในอีก 2 เดือนข้างหน้าจากกระทรวงท่องเที่ยวกีฬา แต่มาเกิดเรื่องติดถ้ำเสียก่อน ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ.
ชัชวาลย์ คำไท้ ศูนย์ข่าวภาคเหนือ สำนักข่าวทีนิวส์
(ขอบคุณภาพประกอบข่าวบางส่วนจากเฟสบุ๊คเอกพล จันทะวงษ์)
