- 05 ก.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 5 กรกฎาคม 61 เวลา 11.20 น. พ.ต.ท.สุรศักดิ์ อักษรกลาง รอง ผกก. สอบสวน สภ.หนองหาน จ. อุดรธานี ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ ร้านขายของชำ ในเขตเทศบาลตำบลหนองเม็ก บ้านต้นเพลิง อยู่ใกล้กับสี่แยกไฟแดงบ้านหนองเม็ก หมู่ที่ 7 อ.หนองหาน จ.อุดรธานี จึงรายรายให้ผู้บัญชาทราบ พร้อมด้วย นายวัฒนา พุฒิชาติ. ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ,ว่าที่ ร.ต.รักชัย เลิศสุบิน นายอำเภอหนองหาน และหน่วยดับเพลิงที่ใกล้กับเทศบาลตำบลหนองเม็ก รุดไปตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านเลขที่ 26/7 เป็นบ้านของ น.ส.สภารัตน์ ต้นพรหม อายุ46ปี เป็นบ้านไม้สองชั้น โดยชั้นบนที่พักอาศัย ส่วนชั้นล่างมีสินค้าจำนวนมาก ได้ถูกไฟไหม้วอดไปทั้งหลัง เจ้าหน้าดับเพลิงช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิงไหม้ อยู่นานกว่าชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โชคดีที่เกิดเหตุช่วงกลางวันทุกคนภายในบ้านปลอดภัย โดยเจ้าของบ้านเป็นลมล้มทั้งยืน เพื่อนบ้านต้องช่วยกันประคองตัวเอาไว้
หลังจากนั้นเจ้าของบ้าน ตั้งสติได้ ผู้ว่าอุดรฯ ได้เข้ามาสอบถาม ถามว่าร้านเปิดขายอะไรบ้าง ซึ่งจำหน่ายตั๋วรถประจำทาง และ ขายของชำ มานานหลายสิบปี โดยเจ้าของบ้านทำการซักผ้าอยู่หลังบ้าน ได้ยินเสียงชาวบ้านร้องตะโกนบอกว่าไฟไหม้ บ้าน ในตอนนั้นไม่คิดว่าเป็นบ้านตนเอง จึงได้วิ่งออกมาดูพบว่าเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ที่บ้านตนเอง ทำให้แทบจะเป็นลมและล้มทั้งยืน
ส่วนนางจริยา สัจจะมณี อายุ 54ปี อยู่บ้านเลขที่291 หมู่1 ตำบลหนองเม็ก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่1 บ้านหนองเม็ก ให้การว่า ในขณะที่นั่งอยู่หน้าบ้าน ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม บ้านเกิดเหตุเพลิงไหม้ มองเห็นเพลิงลุกไหม้ ร้านขายของชำ จึงได้โทรแจ้งเทศบาลหนองเม็ก ก่อนที่ตนจะเอาถังดับเพลิง เข้าไปฉีดดับไฟ แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เนื่องจากเป็นบ้านไม้ ทั้งหลัง เป็นเชื้อไฟอย่างดี ทำให้ลุกลามไหม้อย่างรวดเร็ว
พ.ต.ท. สุรศักดิ์ อักษรกลาง รอง ผกก. เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ก็มีคนอยู่ภายในบ้านที่ชั้นล่าง โดยมีชาวบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เห็นไฟลุกไหม้ [บริเวณเสาหน้าบ้านและชั้นบนของตัว แล้วก็ลุกไหม้อย่างรุนแรง ซึ่งบ้านเป็นบ้านไม้ ทำให้ ติดไฟได้ง่าย ทำให้บ้านวอดไปทั้งหลังและยังลุกลามไปยังบ้านใกล้เคียงเสียหายอีก 1 หลัง เสียหายไปบางส่วน โดยจะได้ประสาน เจ้าหน้าที่วิทยาการจังหวัดมาตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริง ส่วนค่าเสียนั้นประมาณหนึ่งล้านบาท
นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี ภูมิภาค สำนักข่าว ทีนิวส์
