- 07 ก.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีชาวเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากดุก ชาวอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ประสบปัญหาราคาปลาดุกตกต่ำสุดขีดตั้งแต่มีการเลี้ยงปลาดุกกันมาเหลือเพียงกิโลกรัมละ 18-20 บาทเท่านั้น ทั้งนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกเป็นแหล่งใหญ่ระดับต้นของประเทศอยู่ที่ อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานีตั้งแต่คลองเจ็ด ไปจนถึงคลองสิบสาม ถึงแม้ว่าจะเป็นแหล่งเลี้ยงปลาดุกระดับต้นๆของประเทศแล้ว แต่ปัญหาทางด้านราคาเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกไม่สามารถที่จะกำหนดราคาขึ้นเองได้ ขณะที่ตลาดค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ๆอย่างตลาดไท อยู่ที่กิโลกรัมละ 40-50 บาท บางรายก็ต้องเลิกกิจการเลี้ยงปลาดุกเพราะมีหนี้สินพอกพูนมากขึ้น บางรายลงทุนไปเกือบ 3 ล้านบาทแต่ถึงเวลาจับปลาดุกขายให้กับพ่อค้าคนกลางขายได้เพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งก็ไม่แปลกเลยที่ต้องหยุดกิจการไปเลย
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางลงพื้นที่พบ นายประทีป โป๊ะบุญมา อายุ 63 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุก ที่อยู่ 33 หมู่ 12 คลองเจ็ดฝั่งตะวันออก อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่าตนเองเลี้ยงปลาดุกอยู่หลายบ่อประมาณ 40-50 ตันมีพ่อค้าคนกลางมาให้ราคาตอนนี้ 18 บาท ซึ่งเห็นราคาแล้วใจหายโอกาสขาดทุนมีสูง เพราะที่ลงทุนไปแล้วรวมเบ็ดเสร็จกับราคาที่พ่อค้าคนกลางให้นั้นมันไม่สมดุลกันเลย แต่ก็ยืนยันไปขอ 20 บาท ซึ่งราคาขนาดนี้ก็ถือว่าแย่แล้วหนักมากสำหรับเกษตรกรอย่างพวกเรา แต่ก็ต้องประคองกันไปยิ่งถ้าไม่มีพวกก็ถูกกดหัวจมดิน ปลาดุกที่ตลาดต้องการมาที่สุดคือไซส์ปลาย่างประมาณ 3 ตัวต่อ 1 กิโลกรัม เคยบอกกับพ่อค้าคนกลางว่าตอนนี้มีปลาไซส์ปลาย่างแล้ว แต่ก็ไม่มารับซื้อไป ทำให้ปลาในบ่อโตเกินกว่าไซส์ที่ตลาดต้องการ ราคาก็จะถูกกดลงไป พวกเราชาวเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกก็ต้องถูกกดตลอดไป เมื่อปี 2554 หลังน้ำท่วมถือว่าราคาตกต่ำสุดแต่ก็อยู่ที่ 23 บาทต่อกิโลกรัม ปีนี้กลับแย่กว่าอีก ก็วอนรัฐช่วยเหลียวแลกันบ้าง
ด้านนาง มนัสนันท์ ชีกรรแสง อายุ 47 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.12 คลองเจ็ด ตำบลลำลูกกา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุก กล่าวว่าขณะนี้สภาพของเกษตรย่ำแย่หลังจากที่ราคาปลาจับที่ปากบ่อต่ำมาก โดยเราเริ่มเลี้ยงตั้งแต่ปลาที่มีขนาดเล็กหรือท่าวบ้านทั่วไปเรียกว่าปลาตุ้ม ซึ่งต้นทุนจะต่ำกว่าปลาขนาด 1 นิ้วซึ่งจะเวลานานประมาณ 6 เดือนจึงจะสามารถจับได้ แต่อาหารเม็ดที่นำมาเลี้ยงปลากระสอบละ 480-500 บาท และต้องใช้อาหารที่เป็นโครงกระดูกไก่ กว่าจะโตจับได้ก็ตั้ง 6 เดือน โครงไก่ราคาก็เพิ่มขึ้น ในกลุ่มของพวกเราตรงนี้มีทั้งหมด 8 บ่อ โดยลงปลาตุ้มไปบ่อละ 1 แสนตัว ราคาที่พ่อค้าคนกลางมาซื้อตอนนี้ 18-20 บาท ยากวอนให้รัฐลงมาเหลียวแลขยับราคาขึ้นอีกนิดเพื่อให้พวกเราเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกสามารถอยู่ได้
ส่วนนายสมาน ศรีจำเริญ อายุ 59 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุก กล่าวว่าอาหารเม็ดอาหารสดที่เลี้ยงแพงขึ้นเรื่อยๆ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกคงต้องตายกันทั้งเป็นถ้าสภาพยังเป็นอยู่เช่นนี้ เนื่องจากการให้อาหารปลานั้นต้องให้ทั้งเช้าและเย็นถ้าให้อาหารไม่ถึงปลาก็จะโตเฉพาะส่วนเมื่อครบกำหนดจับราคาก็คงต้องดิ่งลงอีกพ่อค้าที่มารับซื้อก็ต้องกดราคาลงเพราะปลาไม่สมบูรณ์หรือเรียกง่ายๆว่าปลาหัวโตไม่มีเนื้อ ตลาดไม่ต้องการ ผลที่ตามมาเกษตรกรขาดทุน บางรายก็ต้องเลิกไปเลยไม่สามารถภาระหนีสินต่อไปได้.
ภาพ/ข่าว : ประทีป ผ่องผุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ปทุมธานี
