หนีไม่รอด..!! 3 รถปิกอัพขนหอมเถื่อน ซิ่งหนีทหาร แต่ไม่รอดถูกไล่กวดจับได้ พบหอมกว่า 10 ตัน มูลค่าเกือบ 5 แสน อ้างรับจ้างนายทุนไปส่งที่ กทม.

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 7 ก.ค.2561 พ.อ.พิเชษฐ์  หัสดีผง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่า จะมีขบวนการลักลอบนำหัวหอมหนีภาษี จากประเทศเมียนมา เข้ามาในราชอาณาจักรทางช่องทางธรรมชาติ แนวชายแดนบ้านพระเจดีย์สามองค์ จึงสั่งการให้ ร.ต.อาคม  มงคลนำ ผบ.มว.ลว.ที่ 1 ฉก.ลาดหญ้า ร่วมกับ พตอ.มานิตย์ ผลวานิชย์ ผกก.สภ.สังขละบุรี นายวัลลภ ชุ่ยรักษา นายด่านศุลกากร อ.สังขละบุรี นส.ฐิติมา ปภัสราทร หน.ด่านตรวจพืชสังขละบุรี,ร้อย.ตชด.134 และ จนท.ฝ่ายปกครอง  เข้มงวดตรวจสอบสินค้าหนีภาษี ที่บริเวณจุดตรวจร่วมน้ำเกริ๊ก ถนนสายบ้านพระเจดีย์สามองค์-สังขละบุรี ต.หนองลูอ.สังขละบุรีจ.กาญจนบุรี

 

หนีไม่รอด..!! 3 รถปิกอัพขนหอมเถื่อน ซิ่งหนีทหาร แต่ไม่รอดถูกไล่กวดจับได้ พบหอมกว่า 10 ตัน มูลค่าเกือบ 5 แสน อ้างรับจ้างนายทุนไปส่งที่ กทม.

หนีไม่รอด..!! 3 รถปิกอัพขนหอมเถื่อน ซิ่งหนีทหาร แต่ไม่รอดถูกไล่กวดจับได้ พบหอมกว่า 10 ตัน มูลค่าเกือบ 5 แสน อ้างรับจ้างนายทุนไปส่งที่ กทม.

      ทั้งนี้ในช่วงใกล้สว่าง ร.ต.อาคม  มงคลนำ ผบ.มว.ลว.ที่ 1 ฉก.ลาดหญ้า ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนหนึ่ง ไปซุ่มโป่ง บริเวณเส้นทางป่าละเมาะชายป่าบ้านน้ำเกริ๊กก่อนถึงด่านตรวจน้ำเกริ๊กราว 4 กม.  ซึ่งสามารถอ้อมหลบด่านตรวจได้ กระทั่งพบรถยนต์กระบะปิกอัพ 3คัน ลักษณะตรงตามที่ได้รับรายงาน วิ่งตามกันมาจากทางบ้านพระเจดีย์สามองค์ คันแรกเป็นรถกระบะปิกอัพ ยี่ห้ออีซุซุ หมายเลขทะเบียน บพ6409 กาญจนบุรี มี นายพิชัย  แก่นอาสา อายุ 26 ปี เป็นผู้ขับขี่คันที่ 2 มี นายมุจจรินทร์  ศรีสุข อายุ 32 ปี ขับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บล252 กาญจนบุรี ส่วนคันที่ 3 มี นายพชรกานต์  เพ็งคล้าย อายุ 31 ปี ขับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 1521 กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้น แต่คนขับรถกระบะปิกอัพทั้ง3คัน กลับเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่ทหารจึงขับรถไล่กวดติดตาม จนสามารถสกัดจับกุมได้บริเวณถนนสาย323สังขละบุรี-กาญจนบุรี ต.หนองลูอ.สังขละบุรี

จากการตรวจค้นในท้ายรถกระบะทั้ง3คัน ซึ่งทำเป็นตู้ทึบ1คัน และคลุมผ้าพลาสติกดำ2คัน คันแรกพบหอมพม่า บรรจุกระสอบละ 40 กิโลกรัม จำนวน 80 กระสอบ ส่วนคันที่ 2 บรรทุกหอมพม่ากระสอบละ 40 กิโลกรัม จำนวน 100 กระสอบ และคันที่ 3 บรรทุกหอมแขกพม่ากระสอบละ 8 กิโลกรัม จำนวน 450 กระสอบ รวมจำนวนหอมทั้งสิ้น 10,800 กิโลกรัม  จากการตรวจสอบไม่มีเอกสารหลักฐานการนำเข้าใดๆ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง3พร้อมรถกระบะบรรทุกหอมเถื่อนทั้ง3คัน ไปยังด่านตรวจร่วมน้ำเกริ๊ก

 

หนีไม่รอด..!! 3 รถปิกอัพขนหอมเถื่อน ซิ่งหนีทหาร แต่ไม่รอดถูกไล่กวดจับได้ พบหอมกว่า 10 ตัน มูลค่าเกือบ 5 แสน อ้างรับจ้างนายทุนไปส่งที่ กทม.

หนีไม่รอด..!! 3 รถปิกอัพขนหอมเถื่อน ซิ่งหนีทหาร แต่ไม่รอดถูกไล่กวดจับได้ พบหอมกว่า 10 ตัน มูลค่าเกือบ 5 แสน อ้างรับจ้างนายทุนไปส่งที่ กทม.

จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง3ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากร้านน้องน้ำแข็งผักสด ให้ไปขนหอมพม่า จากบ้านพักใกล้หมู่บ้านพระเจดีย์สามองค์ นำสินค้าไปส่งที่กรุงเทพฯ โดยหัวหอมที่บรรทุกในรถยนต์กระบะ ทราบว่ามีกลุ่มชาวเมียนมา ลักลอบนำหอมจากเมืองพญาตองซู ประเทศเมียนมา เข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ แนวชายแดนบ้านพระเจดีย์สามองค์โดยนำมาขายให้ในราคาถูกๆ จากนั้นได้นำหอมไปเก็บไว้ที่บ้านพัก ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากชายแดนบ้านพระเจดีย์สามองค์ เพื่อรอการขนย้ายนำไปขาย แต่พอบรรทุกหอมออกจากบ้านพักมา ระหว่างทางก็ถูกทหารจับกุม ก่อนที่จะนำไปส่งถึงมือลูกค้าในกรุงเทพฯ

พ.อ.พิเชษฐ์ หัสดีผง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ เผยต่อว่า หัวหอมเถื่อนที่จับกุมได้นั้น มีการลักลอบนำเข้ามาตามแนวชายแดน ซึ่งใช้ช่วงโอกาสที่มีฝนตกหนักและเป็นยามวิกาล โดยคิดว่าเจ้าหน้าที่คงไม่มีการตรวจสอบหรือตรวจค้นสิ่งของอย่างละเอียดสำหรับหัวหอมพม่าเป็นสินค้าที่ขายได้ง่ายมีราคาดี จะมีราคาสูงขึ้นเท่าตัว เมื่อนำไปจำหน่ายยังหัวเมืองชั้นใน เช่น กรุงเทพฯและปริมณฑล ทำให้มีผู้ลักลอบทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งจับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากชายแดนไทย-เมียนมา มีอาณาบริเวณกว้าง และมีช่องทางธรรมชาติมากมาย ที่ใช้หลีกเลี่ยงหลบเจ้าหน้าที่หรือด่านตรวจ ทำให้มีสินค้าเถื่อนหนีภาษี หลุดรอดไปได้เป็นจำนวนมาก จึงสั่งการเน้นย้ำกำลังพลให้มีการเข้มงวดกวดขัน การกระทำผิดกฎหมายทุกชนิดอยู่ตลอดเวลา ตลอดจนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้อง เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

  ต่อมาเจ้าหน้าด่านตรวจพืชสังขละบุรี ทำการตรวจคุณภาพหอม พบไม่ได้มาตรฐานทางสินค้าการเกษตร มีเชื้อราในหอม ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค โดยไม่ได้ผ่านการตรวจสอบเอกสาร และอนุญาตจากหน่วยงานความมั่นคง ในการนำเข้าสินค้าการเกษตรเข้ามาในประเทศไทย คิดเป็นมูลค่ารัฐเสียหายกว่า 450,000 บาท

    เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจําหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจํานํา หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่า เป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามกฎหมาย หรือของที่ยังมิได้ผ่านกรรมวิธีศุลกากรโดยถูกต้อง เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย  เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันยึดของกลาง นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมหัวหอมของกลาง 630 กระสอบ น้ำหนัก 10,800 กก. มูลค่าเกือบ5แสนบาท ส่งด่านศุลกากรสังขละบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป…/

 

หนีไม่รอด..!! 3 รถปิกอัพขนหอมเถื่อน ซิ่งหนีทหาร แต่ไม่รอดถูกไล่กวดจับได้ พบหอมกว่า 10 ตัน มูลค่าเกือบ 5 แสน อ้างรับจ้างนายทุนไปส่งที่ กทม.

หนีไม่รอด..!! 3 รถปิกอัพขนหอมเถื่อน ซิ่งหนีทหาร แต่ไม่รอดถูกไล่กวดจับได้ พบหอมกว่า 10 ตัน มูลค่าเกือบ 5 แสน อ้างรับจ้างนายทุนไปส่งที่ กทม.

วุฒิเดช ก้อนทองคำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาญจนบุรี