- 08 ก.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีนักศึกษาสาวชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าขอความเป็นธรรมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ หลังได้รับหมายเรียกจากหลายโรงพัก แจ้งข้อหาคดีฉ้อโกงประชาชน หลังจากถูกหลอกให้เป็นตัวแทนขายกล้องทางไลน์ เนื่องจากต้องการหารายได้จากการขายสินค้าทางออนไลน์ เพื่อเป็นทุนการศึกษา สุดท้ายตกเป็นผู้ต้องหา ระบุยืนยันในความบริสุทธิ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ต ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น
ที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ สั่งการให้ พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.ปิติทัต กงทอง สว.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ร.ต.ท.วันเฉลิม เมืองพรม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนร่วมกันสอบปากคำและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม กับนางอมรรัตน์ สุพรรณโมก อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 159 หมู่ 4 บ้านหนองบัว ต.โพนทอง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ และนางสาวทิวากร สุพรรณโมก อายุ 19 ปี 2 แม่ลูก หลังเข้าขอความเป็นธรรม ในเรื่องคดีที่ถูกหมายผู้ต้องฉ้อโกงจาก 4 โรงพัก จาก สภ.ปทุมวัน กรุงเทพฯ สภ.เมืองอุบลราชธานี สภ.เกาะกูด จ.ตราด และ สภ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท
ทั้งนี้ พ.ต.ท.ปิติทัต กงทอง สว.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำนางสาวทิวากรเพิ่มเติม ทราบว่าหลังจากสมัครเป็นตัวแทนขายกล้องทางออนไลน์และส่งหลักฐานประจำตัวเป็นสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม และบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงแล้ว ทางมิจฉาชีพได้ส่งบัตรประจำตัวประชาชนคืนมาให้พร้อมกับกล้องถ่ายภาพ 1 ตัวมาทางพัสดุภัณฑ์ไปรษณีย์ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 จากนั้นได้บอกให้นางสาวทิวากรถ่ายรูปใบหน้าตัวเองคู่กับกล้องแล้วส่งภาพไปให้ และให้ส่งกล้องคืนบริษัท ทั้งนี้ เป็นการติดต่อกันทางไลน์ตลอด จะติดต่อทางไปรษณีย์ก็เพียงส่งเอกสารและกล้องเท่านั้น โดยผู้หญิงที่อ้างว่าเป็นตัวแทนบริษัทขายกล้องไม่เคยเปิดเผยใบหน้า เพราะใช้รูปตัวการ์ตูนเป็นภาพโปรไฟล์
พ.ต.ท.ปิติทัต กล่าวอีกว่าจากการสันนิษฐานพฤติการณ์คนร้าย ที่หลอกลวงเหยื่อให้หลงเชื่อโอนเงินซื้อกล้องผ่านเข้าบัญชีธนาคารนางสาวทิวากร โดยใช้ภาพของนาวสาวเป็นโปรไฟล์ในการติดต่อขายกล้อง กระทั่งผู้เสียหายเชื่อว่า ผู้ที่ทำการหลอกลวงให้ซื้อกล้องโดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารหลายเลขดังกล่าว เป็นนางสาวทิวากร ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชี แต่กลับไม่ได้รับสินค้าตามที่สั่งซื้อ จึงไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ท้องที่ ก่อนที่นางสาวทิวากรจะได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงดังกล่าว
“การสืบสวน เจ้าหน้าที่ได้ให้นางสาวทิวากร รวบรวมหลักฐานที่มี ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มติดต่อกับมิจฉาชีพทางไลน์ เพื่อแกะรอยหาเบาะแสคนร้าย ที่คาดว่าอาจจะทำเป็นขบวนการ หรือเป็นแก๊ง โดยเฉพาะหลักฐานสำคัญคือกล่องพัสดุภัณฑ์ ที่คนร้ายส่งกล้องมาให้นางสาวทิวาพรทางไปรษณีย์ ซึ่งหากยังเหลืออยู่จะสามารถแกะรอยได้ง่ายขึ้น และเป็นเบาะแสสาวไปถึงเส้นทางที่อยู่ของคนร้ายได้”พ.ต.ท.ปิติทัต กล่าว
ทั้งนี้ จากกระแสข่าวภัยสังคม ที่มีพฤติการณ์คล้ายกัน อาศัยช่องทางโซเชียลหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อ ทำให้มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก โดยเกิดขึ้นในท้องที่หลายจังหวัด ในกรณีนางสาวทิวากรนั้น จากการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ ที่ออกหมายเรียกผู้ต้องหามาถึงนางสาวทิวากร ประเมินเบื้องต้นว่าคดีนี้อาจมีผู้ร่วมขบวนการหลายคน มีการใช้หลักฐานคนที่หลงเชื่อเป็นตัวแทนขายสินค้า นำมาแอบอ้างหลอกลวงเหยื่อเป็นทอดๆหลายชั้น ซึ่งอาจจะมีความซับซ้อนบ้าง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนเพื่อหาเบาะแส และตามแกะรอยคนร้ายมาดำนินคดีให้เร็วที่สุด
ชมพิศ ปิ่นเมือง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์
