- 09 ก.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้( 9 ก.ค.61)ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานความคืบหน้า หลังจากได้รับคลิปวีดีโอ จำนวน 2 คลิป บันทึกภาพปะทะเดือด ระหว่างเจ้าหน้าที่ สำนักงานสรรพสามิตจังหวัดสุรินทร์ กับเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งถ่ายโดยลูกค้า และรับได้การร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.เขวาสินทร์ จ.สุรินทร์ ว่า ชาวบ้านหลายรายซึ่งเปิดร้านอาหาร และร้านขายของชำ ขายสุรา-ยาสูบ ขณะนี้ถูกเจ้าหน้าสรรพสามิตเข้าทำการจับกุมเปรียบเทียบปรับ เป็นเงินสูงถึง 5,000 บาท ซึ่งถือว่าแพงมากๆ ในยามเศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้
นายสมศักดิ์ อยู่ครบ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 บ้านเขวาสินรินทร์ ม.2 ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ เจ้าของร้านที่มีภาพปรากฏในคลิปวีดีโอ เล่าว่า เจ้าหน้าที่ สำนักงานสรรพสามิตจังหวัดสุรินทร์มาตรวจจับเหล้า ตนก็ไม่รู่ว่าจะต้องทำอย่างไร เพราะปกติที่ร้านจะไม่ขายเหล้าอยู่แล้ว ที่นี้มันเกิดปัญหาลูกค้าเรียกหาเหล้า หาเบียร์ ตนก็ไม่มีเวลาวิ่งไปซื้อที่ละขวดสองขวด ก็เลยซื้อเบียร์ลังหนึ่ง เหล้าก็กลมสองกลมแค่นั้น ก็ไม่ได้ขายเยอะ เมื่อเห็น สรรพสามิตมาก็ดีใจว่าเขาต้องมาบอกอะไรเราแล้วแหละ ตนก็บอกไปว่าขายเหล้าแค่นี้ ขายเบียร์แค่นี้ จะให้ตนทำอะไรบ้างครับ เขาก็บอกว่า จะเอาค่าปรับเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท ตนถึงกับตกใจ คิดว่าเจ้าหน้าที่จะมาเตือนให้ไปทำให้ถูกต้องสะ เหมือนกับทางสรรพากรมาแนะนำ และให้ไปทำตามให้ถูกต้อง อันนี้มาถึง ขู่เอาเลยจะปรับ ถ้าไม่จ่ายค่าปรับ 5,000 บาท จะดำเนินเรื่องถึง ศาลถึงอะไร ตนไม่รู้และไม่เข้าใจกฎหมายจริงๆ ทำไมต้องถึงขนาดนั้น เราขายเหล้า ขายเบียร์ นิดเดียงเอง ก็ได้แต่คิดในใจว่า เตือนกันก่อนได้ไหม เพื่อจะได้ไปทำให้ถูกต้อง กลับถูกยืนยันว่าต้องเสียค่าปรับ 5,000 บาท อย่างเดียว ขีดเส้นตายว่า พรุ่งนี้ ต้องไปจ่าย 5,000 บาท ตนก็บอกไปว่า ลูกไม่สบายเป็น HLE หรือโรคพุ่มพวง ต้องพาไปหาหมอ ที่ รพ.มหาราช จ.นครราชสีมา มีความจำเป็นต้องใช้เงิน เขาก็ใจดีงั้นมะรืนก็ได้ เมื่อวานกลับจาก รพ.มหาราชถึงบ้านบ้ายสอง ปิดร้านกะว่าจะไปทำธุระให้เสร็จ ที่สรรพสามิต จะไปขอใบอนุญาตให้มันถูกต้อง พอไปถึงเจ้าหน้าที่หน้าเคาว์เตอร์บอกต้องเตรียมเอกสารตรงนั้น ตรงนี้ ก็กลับมาขายของที่ร้านตามปกติ วันมะรืนที่เขานัดให้ไป เขาก็โทรศัพท์มาทวง ว่า เขารออยู่นะ พร้อมกับบอกว่า ตนไปขออนุญาติแล้วแต่ยังไม่ได้รับเอกสาร กลับถูกตอกกลับมาว่า พวกเธอเล่นหรอยไปได้อย่างไร เมื่อตนได้เอกสารจากเจ้าของบ้านที่เช่าก็กลับไปยัง สำนักงานสรรพสามิตจังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าเขากลับบอกว่า ถ้าไม่จ่ายค่าปรับ 5,000 บาท จะไม่ออกใบอนุญาตให้ ตนจึงคิดว่าเขาต้องการเงิน 5,000 บาท หรือต้องการให้เขาทำให้ถูกต้องกันแน่ อีกอย่างตอนมาที่ร้านก็ขู่ทั้งๆที่ตนบอกว่า ไม่รู้กฎหมาย เป็นเพียงตาสี ตาสาหาเงินอย่างสุจริตไปวันๆ ก็บอกว่า ตอนผมก่อนได้ไหม แต่ทำไมมันเตือนกันไม่ได้ ถ้าตนขายเหล้าขายเบียร์ 50-60 ลัง ตนก็จะพอมีเงินให้ แต่นี่ขายเหล้า 2 กลม เบียร์ลังหนึ่งงี้ ต้องขายอีกกี่ลังกี่ขวดถึงจะได้เงิน 5,000 บาท อยากถามผ่านสื่อว่า มันเตือนกันไม่ได้ก่อนหรอ ตนก็ทำมาหากิน ค้าขายก็ไม่ค่อยได้ เขากลับมาขู่เอา ขู่ เอาจนลูกค้ากำลับรับประทานข้าวอยู่ ทนฟังคำพูดของเจ้าหน้าที่ไม่ได้ ลุกขึ้นมาถ่ายคลิป จนเขาเงียบและรีบขึ้นรถยนต์ขับออกไป ถ้าลูกค้าไม่ถ่ายคลิปในวันนั้น ตนก็ไม่รู้ว่าจะต้องโดนข้อหาอะไรอีกก็ไม่รู้ อ้างจะต้องขึ้นศาลเพียงอย่างเดียว ตนขายแค่นี้เอง ตนไม่ได้ไปฆ่าคนตาย ไม่ได้ไปขายของหนีภาษีที่ไหน ตนได้แต่ยกมือไหว้ขอร้อง เพราะเงิน 5,000 บาท มีความหมายต่อชีวิตและครอบครัวของตนเองมากๆ
ล่าสุด วันนี้(9 ก.ค.61)ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้รับการประสานทางโทรศัพท์จาก นายสมศักดิ์ อยู่ครบ เจ้าของร้าน อาหารต้นข้าวปลาเผา และภรรยา ว่า วันนี้จะลองบากหน้าไปขอใบอนุญาต จำหน่ายบุหรี่และสุรา อีกครั้ง จึงอยากให้ทาง ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปร่วมสังเกตการณ์ จึงนัดเจอกันที่สำนักงานสรรพสามิตจังหวัดสุรินทร์ ในเวลา 13.00 น. ซึ่งเมื่อถึงเวลานัดหมาย นายสมศักดิ์ อยู่ครบ ได้เข้ายื่นเอกสาร ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ สาขา สุรินทร์ ขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังบันทึกภาพเหตุการณ์ กลับได้รับเสียงตะหวาด ออกมาจากเคาน์เตอร์ ว่า “คุณขออนุญาตหรือยัง คุณถ่าย คุณมาขออนุญาตก็ขอไป ผมไม่อยากทะเลาะกับพวกคนหรอก” ทราบว่า ภายหลังคือ นายเดชา ลิขิตนราพันธ์ สรรพสามิตพื้นที่ สาขาสุรินทร์ ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวได้มีการอธิบาย และสะท้อนปัญหาที่ผ่านมา กรณี นายสมศักดิ์ อยู่ครบ จนกลายเป็นข่าวดังข้ามคืน ทุกๆอย่างจึงเย็นลง และได้รับใบอนุญาต จำหน่ายบุหรี่และสุรา โดยเสียค่าธรรมเนียมเป็นเงิน 430 บาท และที่สำคัญไม่ต้องค่าปรับ 5,000 บาท หลังโร่ร้องสื่อ และศูนย์ดำรงธรรมช่วยเหลือ คนหาชาวกินค่ำ
นายสมศักดิ์ อยู่ครบ เจ้าของร้านอาหารต้นข้าวปลาเผา กล่าวว่า หลังมีลูกค้าได้โพสต์คลิปในโซเซียล ทำให้มีคนออกมาแสดงความคิดเห็นเยอะแยะมากมาย อย่างคนหนึ่งบอกว่า บางครั้งน่าจะอะลุ้มอล่วยกันบ้าง ชาวบ้านบางครั้งเขาก็ไม่รู้จริงๆ ตนอยากฝากผ่านสื่อไปถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ท่านครับชาวบ้านลำบากเหลือเกิน เรื่องการขายของ เศรษฐ์กิจตกต่ำ การค้าขายยากมากเลย อาจจะดีร้านค้าใหญ่ๆที่มีเครื่องรูดบัตรคนจน แต่ร้านค้าของชำเล็กขายของยากมากครับ
ด้าน นายเดชา ลิขิตนราพันธ์ สรรพสามิตพื้นที่ สาขาสุรินทร์ กล่าวว่า เขาประสงค์จะขายของ มาขอใบอนุญาตตามหลักเกณฑ์ โดยเฉพาะคนที่จะขายของต้องมาทำใบอนุญาตขายของก่อน ก่อนที่จะไปขาย มิฉะนั้นจะเป็นความผิด ทั้งก่อนหน้านั้น พี่เขาลัดขั้นตอนมาแล้วไง แต่ตนก็ไม่ติดใจอะไรหรอกนะ เพราะช่วงนี้ไม่ได้มีนโยบาย อย่างดีก็แค่ว่ากล่าวตักเตือน เหมือนร้านนี้ไม่ได้ต่อใบอนุญาตมา 2 ปี เจ้าหน้าที่ไปเจอก็เตือนให้มาขอใบอนุญาต ตนขอฝากผ่านสื่อไปถึงประชาชน และร้านค้า ก่อนที่จะเปิดกิจการต้องมาขอใบอนุญาต ขายสุรา ขายยาสูบ ขายไพ่ ให้มาติดต่อที่สำนักงานสรรพสามิตก่อน เพื่อจะทำใบอนุญาตให้ถูกต้อง การที่ขายโดยไม่ได้รับใบอนุญาตถือว่าเป็นความผิด ตามกฎหมาย พรบ.สรรพสามิต พ.ศ.2560 เมื่อ 16 ก.ย. 60ที่ผ่านมา แม้กระทั้งรายเดิมก็ตามใบอนุญาตที่หมดอายุแล้ว ต้องมาต่อให้ถูกต้อง มิฉะนั้นก็ถือว่าขายโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่นเดียวกัน
ภาพ/ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
