- 12 ก.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากการที่กองทัพภาคที่ 4 จับมือสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ดำเนินการโครงการ “ทำดีด้วยหัวใจคนไทยทิ้งกัน” โดยเมื่อเย็นวานนี้ (11 ก.ค.) พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพร้อยที่ 4 เป็นประธานเปิดโครงการ ณ.ห้องประชุมจวน วรรณรัตน์ โดยได้ประชุมหารือถึงแนวทาง รูปแบบและขั้นตอนการดำเนินงานในโครงการและมีเป้าหมายในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยกำหนดเป็นจังหวัดแรกในการนำร่อง ก่อนจะขยายโครงการไปยังทุกจังหวัดในภาคใต้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่ได้รับความเป็นธรรมและเป็นผู้ที่มีฐานะยากจน โดยการเฉพาะการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านที่อยู่อาศัย รวมทั้งการสร้างใหม่ให้กับประชาชนยากไร้ เป็นต้น ซึ่งดำเนินการนำร่องในจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดแรก และมีเป้าหมายในการขยายโครงการไปทุกจังหวัดในภาคใต้ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(12 ก.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังร่วมประชุมหารือการดำเนินการโครงการ “ทำดีด้วยหัวใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” เป็นที่เรียบร้อยแล้วทางกองทัพภาคที่ 4 ได้มีการจัดเลี้ยงสังสรรค์พัฒนาสัมพันธ์สื่อมวลชน ประจำปี 2561 ณ. ห้องอาคารเอนกประสงค์(ชั้นล่าง )กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 โดยมีการร่วมกิจกรรมรองเพลง เต้นรำ และจับฉลากรางวัล โดย พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพร้อยที่ 4 พร้อมคณะนายทหารระดับสูงในกองทัพภาคที่ 4 ร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงท่ามกลางความสนุกสนานทั้งในส่วนของทหาร สื่อมวลชนทุกแขนง
อย่างไรก็ตามบรรดาสื่อมวลชนและทหารที่เข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะ และล้างหน้าล้างตาต่างวิ่งหนีออกมาจากห้องน้ำกันเป็นแถวอย่างกับมีสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัวอยู่ในห้องน้ำ ก่อนจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งร่วมอยู่ในงานเลี้ยงด้วยเข้าไปตรวจสอบ และเมื่อเข้าไปตรวจสอบพบว่าน้ำประปาที่ไหลออกมาจากโถปัสสาวะทั้ง 3-4 ช่องเป็นน้ำเน่าเสีย มีสีดำคล้ำและมีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง เหมือนกับว่ามีการปล่อยน้ำประปามาจากบ่อบำบัดน้ำเสียหรือบ่อสิ่งปฏิกูล อย่างไรก็ตามเมื่อไปตรวจสอบน้ำจากก๊อกอ่างล้างหน้าและในที่กดชักโครกในโถส้วมแม้จะเป็นสีขุ่นกว่าน้ำประปาตามปกติทั่วไป แต่ไม่ถึงกับเป็นน้ำเน่าเสีย สีดำ สีกลิ่นเหม็นเหมือนน้ำจากโถปัสสาวะ
เจ้าหน้าที่ทหารกล่าวนายหนึ่งกล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าน้ำเน่าในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นหลายอาคารภายในกองทัพภาคที่ 4 โดยยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร เพราะหากำน้ำประปากลายมาเป็นน้ำเน่าในลักษณะนี้คงเดือดร้อนกันทั้งกองทัพภาคที่ 4 อย่างแน่นอน เพราะไม่สามารถนำมาใช้การใด ๆ ได้เลย ซึ่งจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่น้ำประปากลายเป็นน้ำเน่าว่าเกิดจากสาเหตุใด และเร่งหาทางแก้ไขปัญหาโดยเร็ว ในเบื้องต้นคาดว่าท่อประปาที่ผ่านบ่อบำบัดน้ำเสียหรือบ่อปฏิกูลทำให้น้ำเน่าไหลเข้ามาในท่อประปา แต่ก็น่าแปลกที่น้ำเน่าดังกล่าวมีความเข้มข้นจนสีดำคล้ำต่อเนื่องแม้จะกดเปิดต่อเนื่องนานกว่า 10 นาที ซึ่งจะต้องตรวจสอบที่มาของน้ำประปาเน่าให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง.
ยุทธนะ เตมะศิริ
ภาพ/ข่าว/ศูนย์ขข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช
