- 12 ก.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 พ.ต.ท.คณากร ดลเกศศิริ พนักงานสอบสวนสภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุพบคนนอนเสียชีวิตบนเสาไฟสปอร์ตไลท์ส่องสว่าง ที่บริเวณสนามฟุตบอลสนามกีฬาทุ่งแจ้ง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง หลังรับแจ้งประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง แพทย์เวรฯโรงพยาบาลตรัง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตรัง แล้วจึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบศพ ทราบชื่อ นายฉัตรจักร ใหม่การ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 ม.6 ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง สวมเสื้อสีขาวแขนยาว นุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้น สภาพศพนอนหงาย พร้อมกับอุปกรณ์กรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ สายไฟฟ้า 2 ขด อยู่บนเสาไฟสปอร์ตไลท์ส่องสว่างสูงประมาณ 25 เมตร ส่วนด้านล่างโคนไฟ พบไฟฉาย และกระเป๋าสะพายมีกรรไกรอยู่ในกระเป๋า ตัวล่อฟ้าตกอยู่ และบนถนนพบรถจักรยานยนต์ ป้ายทะเบียน 1กจ 7194 ตรัง โดยทางเจ้าหน้าที่ได้นำรถกระเช้าลอยฟ้าเทศบาลนครตรัง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เพื่อนำร่างของผู้เสียชีวิตลงมาด้านล่าง
จากการสอบสวนในเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ทาง รปภ.สนามกีฬาทุ่งแจ้ง ว่าเมื่อประมาณ เวลา 03.00 น.ได้ยินเสียงหมาเห่า จึงได้นำไฟฉายมาส่องบริเวณที่เกิดเหตุ พบมีชายวัยรุ่นได้แอบอยู่ และตนก็เดินเข้าไปใกล้วัยรุ่นได้วิ่งออกไปตรงด้านข้ามสนามกีฬาและจอดรถจยย.ทิ้งไว้ ก็คิดว่าน่าจะกลับมาเอาแต่เมื่อตอนเช้าก็ยังจอดอยู่ แต่ด้วยความมืดเลยไม่ได้ตรวจสอบบนเสาไฟด้านบนว่าพบความผิดปกติแต่อย่างใด แต่เมื่อเช้าวันนี้ ทาง รปภ.ได้ตรวจสอบบริเวณดังกล่าวก็พบว่ามีวัยรุ่นนอนเสียชีวิตด้านบนอีกคนนึง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบในที่เกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งคาดว่าผู้เสียชีวิตอาจจะปีนขึ้นไปบนเสาไฟสปอร์ตไลท์ส่องสว่าง เพื่อที่จะขโมยตัดสายไฟแล้วเกิดพลาดถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อต เสียชีวิตคาเสาไฟ พร้อมชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุไม่พบบาดแผลตามตัว พบแต่รอยไหม้ที่บริเวณมือซ้าย ซึ่งคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณไม่ต่ำกว่า 6-8 ชั่วโมง ทางญาติไม่ติดใจในสาเหตุการตา จึงได้นำศพไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีศาสนาต่อไป
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าได้เข้าตรวจสอบตู้ไฟฟ้าสปอตไลท์ส่องสว่าง พบว่า ได้มีการตัดสายไฟที่เป็นสายต่อกับหลอดไฟ และ สายล่อฟ้า พร้อมได้ดึงสายไฟม้วนขึ้นไปด้านบน แต่น่าจะเกิดพลาดเพราะใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้ซึ่งไม่มีฉนวนหุ้มที่ดี จึงทำให้ไฟฟ้าซ็อตดังกล่าว และจากการตรวจสอบเสาไฟฟ้าสปอตไลท์ส่องสว่างอีกต้นที่อยู่ห่างกันประมาณ 50 เมตร ได้มีการลักลอบตัดสายล่อฟ้า สายไฟไปทั้งหมดแล้วเช่นกันซึ่งคาดว่าผู้ก่อนเหตุน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บรวบรวมวัตถุพยานทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน ส่วนมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีกครั้ง
ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง
