- 14 ก.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ตลาดรถยนต์มือ 2 สุราษฎร์ธานีคึกคักยอดจำหน่ายพุ่งเดือนละกว่า 1,300 คัน ในขณะที่รถใหม่มียอดจำหน่ายเดือนละกว่า 700 คันนายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ระบุพิษเศรษฐกิจไม่กระทบตลาดรถมือสอง คาดปีนี้โตกว่าปีที่ผ่านมากว่า 7 %
นาย วิสุทธิ์ เหมพรรณไพเราะ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว เปิดเผยว่าตลาดรถยนต์ใช้แล้วหรือตลาดรถยนต์มือสองโดยภาพรวมในประเทศไทยยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ยังเติบโตทุกปี จากปีที่แล้วโตประมาณ 7 % และในปีนี้คาดว่าจะเติบโตกว่า 7 %เช่นเดียวกัน เชื่อว่าตลาดโตอย่างต่อเนื่องไม่แตกต่างจากรถใหม่และคาดการณ์ว่าผู้ประกอบการก็จะเติบโตและขยายตลาดมากขึ้น ที่สำคัญคนที่ใช้รถใหม่มักจะเอารถเก่ามาแลก เพราะฉะนั้นการหมุนเวียนของรถทุกอย่างเป็นตามความต้องการทั้งดีมานและซับพลาย ที่สำคัญมีการคัดสรรและให้ความเป็นธรรมกับผู้บริโภคสร้างความเชื่อถือและมั่นใจให้กับผู้บริโภคมีการรับประกันหลังการขาย มีอ๊อบชั่นในการเลือก อีกทั้งธนาคารเข้ามาให้การสนับสนุนกับสมาคมด้วย นาย วิสุทธิ์ยังกล่าวอีกว่ารถยนต์ยังเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในการใช้ชีวิตประจำวันหรือระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็น และยังโตต่อเนื่องทั้งรถใหม่และรถใช้แล้ว ไม่ว่าเศรษฐกิจจะพลิกผันอย่างไรรถยนต์ก็ยังมีความจำเป็น
ด้านนายสุรศักดิ์ เฝือชัย ประธานชมรมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ตลาดรถมือสองของ จ.สุราษฎร์ธานีเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีเต๊นส์รถเกิดเพิ่มขึ้นมาก และมีรถทุกเกรดจนถึงระดับพรีเมี่ยม ยอดขายโดยเฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 1,000 – 1,300 คันสูงกว่ารถใหม่ขณะที่รถใหม่อยู่ที่ประมาณ 700 คันต่อเดือน โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ลูกค้าสนใจรถมือสองมากขึ้นเกิดจากรถคุณภาพดี เงินดาวน์น้อย ผ่อนน้อย มีบริการรับประกันหลังการขาย นายสุรศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่ากรณีราคา ปาล์ม ยางตกต่ำในขณะนี้โดยภาพรวมไม่กระทบต่อยอดขายมากนักเพราะ จ.สุราษฎร์ธานีมีธุรกิจหลากหลาย รถยนต์ยังมีความต้องการของผู้บริโภค
ขณะที่นายกอบธนัช หญีตจันทร์ เจ้าของธุรกิจ”เบิร์ด ออโต้ คาร์” กล่าวว่าช่องว่างธุรกิจนี้ยังมีพื้นที่ให้อีกเยอะสำหรับตนเองนั้นมีกลยุทธ์ทางการตลาดคือ เน้นรับประกันการขาย1ปี อาจจะรับประกัน 10,000 กม. 1ปีหรือ 2 ปีมีรถทุกประเภททั้งราคาประหยัดและรถหรู ที่สำคัญจะพัฒนาจากเต๊นส์รถเล็ก ๆ เป็นโชว์รูมเช่นเดียวกับรถใหม่ และรถที่ได้รับความสนใจจากลูกค้ามากที่สุดมีทั้งรถเก๋งที่มีราคา 2 -4 แสนบาทขึ้นไป ซึ่งลูกค้าเป็นพนักงานบริษัทให้ความสนใจมากและรถยนต์กระบะยังเป็นที่ต้องการของชาวสวน ทั้งรถ 2 ประตู /4ประตู หรือรถ 7 ที่นั่ง ส่วนกรณีราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำอาจจะกระทบต่อลูกค้าชาวสวนบ้างแต่ไม่มากนัก ชาวสวนจะใช้วิธีการเปลี่ยนรถไซด์ใหญ่ย่นขนาด เช่นจากรถโฟล์วีนหรือรถ 4 ประตูเป็นกระบะ 2 ประตูหรือ รถ 7 ที่นั่งเปลี่ยนเป็น 4 ประตูเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน ดังตลาดรถมือ 2 ยังคึกคักแนวโน้มไปได้ด้วยดี
ภาพ/ข่าว ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
