- 17 ก.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากสถานการณ์น้ำในลำน้ำยังกัดเซาะพนังกันน้ำช่วงบ้านท่าทางเกวียน - บ้านท่าเยี่ยม ต.วังหลวง อ.เสลถูมิ จ.ร้อยเอ็ด ขาดเป็นทางยาวกว้างกว่า 10 เมตร ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 16 ก.ค.2561 ทำให้มวลน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมนาข้าวซึ่งอยู่ตอนล่างเสียหายกว่า 1,000 ไร่ เบื้องต้นนายวันชัย คงเกษม ผวจ.ร้อยเอ็ด ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และสั่งการให้ทุกภาคส่วนระดมกำลังเข้าช่วยเหลือแล้ว
ต่อมานายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผอ.สำนักชลประทานที่ 6 ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และได้กล่าวว่า จริงๆแล้ว จ.ร้อยเอ็ดมีแม่น้ำชี ถือเป็นลำน้ำสายหลัก และมีลำน้ำยังตรงนี้จะไหลลงไปสมทบกับแม่น้ำชี ซึ่งเราได้บริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำลงมาเลย ซึ่งเรามีแหล่งน้ำที่สำคัญก็คือ เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ได้มีการลดการระบายน้ำที่เขื่อนอุบลรัตน์ลงจากวันละ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือเพียงวันละ 5 ล้านลูกบาศก์ และเขื่อนลำปาว มีการระบายน้ำลดลงจากเดิม ที่ผ่านมาวันละ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือเพียงวันละ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งทั้ง 2 แห่งนี้ เป็นแหล่งน้ำที่ลงมาเติมในลำน้ำชี และในลำน้ำชีก็มีเขื่อนอยู่หลายเขื่อนที่ปิดกั้นทางน้ำไว้เช่น เขื่อนมหาสารคาม เขื่อนวังยาง เขื่อนร้อยเอ็ด ท้ายเขื่อนร้อยเอ็ด ก็จะมีลำน้ำยังตรงนี้ที่จะไหลไปลงในน้ำชี ซึ่งเราบริหารจัดการ โดยการลดการระบายน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อให้ลำน้ำยังไหลลงไปในน้ำชี เรามีการประสานกัน กับท้ายลำน้ำชี ซึ่งมีเขื่อนยโสธร เขื่อนธาตุน้อย ที่จะไหลไปลงที่แม่น้ำมูล ตรงนี้ทางพื้นที่ได้มีการเพิ่มการระบายแล้วอย่างเต็มที่ ฉะนั้นแล้วจะทำให้น้ำในลำน้ำยังไหลลงไปยัง ลำน้ำชีได้สะดวกขึ้น
สำหรับจุดตรงนี้ของลำน้ำยังที่ขาด เกิดจากเหตุการณ์ขึ้นตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา เนื่องจากมีฝนตกลงมาในพื้นที่ 3 วัน มากกว่า 200 มิลลิเมตร ทำให้น้ำ ในลำน้ำยัง สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็เลยทำให้เกิดแรงดัน กัดเซาะพนัง เกิดความเสียหาย เมื่อวานขาดประมาณ 10 เมตร และน้ำกัดเซาะขยายพื้นที่กว้างขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตาม น้ำตรงนี้ก็จะไหลลงไป ในพื้นที่ตอนใน ผ่านบึงเกลือ แล้วกลับเข้าสู่ลำน้ำยัง อีกครั้งก่อนจะไหลลงลำน้ำชีตามลำดับ ขณะนี้เรากำลังเร่งดำเนินการ หาทางปิดทางน้ำไหลอย่างเต็มที่ คาดว่า ใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน หากไม่เกิดฝนตกหนักทางตอนบน หรือปริมาณน้ำจากตอนบนเพิ่มขึ้น เชื่อว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
ด้านนายเลิศบุศย์ กองทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า สถานการณ์ที่เราประสบอยู่ขณะนี้ ทางลำน้ำยัง ซึ่งมีต้นน้ำมาจากเทือกเขาภูพาน ไหลผ่านพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ลงมาที่พื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด บริเวณที่ยืนอยู่นี้คือ บ้านท่าทางเกวียน ปีที่ผ่านมาจุดนี้เคยถูกน้ำกัดเซาะพนังขาด และทำการซ่อมแซมเรียบร้อย แต่ขณะนี้ท่านผู้ว่าฯ ได้สั่งให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการปิดกั้นไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้าไปตอนในของพื้นที่ ซึ่งการทำงานถือว่าลำบากมาก เพราะพลังน้ำมาก การที่จะเอาวัสดุเข้าไปปิดกั้นไม่ให้น้ำไหลทะลัก ค่อนข้างจะลำบาก แต่อย่างไรก็ตาม หลายหน่วยงาน รวมทั้งทหาร ก็ได้ร่วมกันปิดกั้นอย่างเต็มที่
ส่วนในเรื่องกลไกลการทำงาน และระดับการบังคับบัญชา มีกฎหมายกำหนดไว้คือ ผู้อำนวยการท้องถิ่น คือนายกเทศมนตรีในพื้นที่ จะต้องดำเนินการบริหารจัดการ ระดมทั้งทรัพยากรบุคคล และวัสดุอุปกรณ์เข้ามาทำการแก้ปัญหา ถ้าเกินอำนาจก็จะมีนายอำเภอ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการอำเภอเข้าไปดูแล ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็จะลงมาช่วยเสริมด้วย ทางทหารซึ่งมีกำลังพลอยู่ จะต้องมาช่วยกันเร่งดำเนินการ แต่สิ่งที่จะต้องสั่งการต่อไปก็คือไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ขับรถเดินทางเข้ามาดู เพราะจะเป็นปัญหาเรื่องการทำงานของเจ้าหน้าที่ เราให้ความมั่นใจกับพี่น้อง ประชาชนว่า ปริมาณน้ำในขณะนี้ จะไม่ส่งผลกระทบกับที่พักอาศัย แต่พื้นที่การเกษตรอาจจะมีน้ำท่วมขังบ้าง แต่คิดว่าถ้าไม่มีน้ำจำนวนมากเติมเข้ามาอีก และเราสามารถควบคุมพนังกั้นน้ำที่ขาดไว้ได้ คาดว่าอีกไม่เกิน 7 วันต้นข้าวที่ถูกน้ำท่วม ก็จะสามารถเจริญงอกงามกลับคืนมาได้
ภาพ/ข่าว เบญจมาศ คาดพันโน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ร้อยเอ็ด
เรียบเรียง / ชูชัย ดำรงสันติสุข สำนักข่าวทีนิวส์
