- 18 ก.ค. 2561
พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภ.3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดทำงานได้ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีดังกล่าว โดยล่าสุด ได้จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้แล้วรวม 4 คน ประกอบด้วย นางปิยวดี เดชผล อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 (หัวหน้าแก๊ง) ซึ่งเป็นผู้บงการ นายณรงค์ เดชผล อายุ 34 ปี (สามีผู้ต้องหาที่1) นางสมฤดี ศรีจะบก อายุ 40 ปีและ น.ส.ภรรณิกา เชิญกลาง อายุ 31 ปี (ญาติ ผู้ต้องหาที่ 1) โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งที่เป็นผู้บงการ และร่วมปิดบัญชีถ่ายโอนทรัพย์สิน โดยมี นางปิยวดี เป็นหัวหน้าแก๊ง โดยจากการสอบสวนขยาบผลทราบว่า ในคดีดังกล่าวมีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อรวมจำนวน 115 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายจำนวน 58,817,703 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่ฐานะไม่ค่อยดีที่ต้องการได้ผลตอบแทนในวงเงินที่สูง จึงทำให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อหลายราย โดยหลังที่จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด เจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัว จึงยังถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางนครราชสีมา พร้อมกับทำการขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินที่ ถูกถ่ายโอนไปได้ รวมกว่า 6 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างประสาน ป.ป.ง.มาร่วมทำการยึดทรัพย์เพิ่มเติมเพื่อนำมาคืนให้ผู้เสียหายต่อไป
ความคืบหน้ากรณี ผู้เสียหาย 30 คน เข้าแจ้งความที่ สภ.โนนสูง จ.นครราสีมา หลังถูก ผู้ใช้เฟสบุ๊ค เชื่อ เบียร์ เบียร์ เบียร์ ทราบในเวลาต่อมาว่าคือนางปิยวดี เดชผล อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 176 ม.2 ต.ใหม่ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ชักชวนให้ลงทุนได้ผลตอบแทนสูงร้อยล่ะ 10 ต่อ 10 วัน หรือ ร้อยล่ะ 30 ต่อเดือน ช่วงแรกได้ผลตอบแต่หลังจากเพิ่มจำนวนเงินลงทุนมากขึ้นไปไม้ได้ผลตอบแทนตามที่ตกลงไว้ จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.โนนสูง เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา และทราบว่ายังมีผู้เสียหายที่หลงเชื่อตกเป็นเหยื่ออีกจำนวนมากคิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท
ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี เมื่อวันที่ 18 ก.ค.พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภ.3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดทำงานได้ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีดังกล่าว โดยล่าสุด ได้จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้แล้วรวม 4 คน ประกอบด้วย นางปิยวดี เดชผล อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 (หัวหน้าแก๊ง) ซึ่งเป็นผู้บงการ นายณรงค์ เดชผล อายุ 34 ปี (สามีผู้ต้องหาที่1) นางสมฤดี ศรีจะบก อายุ 40 ปีและ น.ส.ภรรณิกา เชิญกลาง อายุ 31 ปี (ญาติ ผู้ต้องหาที่ 1) โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งที่เป็นผู้บงการ และร่วมปิดบัญชีถ่ายโอนทรัพย์สิน โดยมี นางปิยวดี เป็นหัวหน้าแก๊ง โดยจากการสอบสวนขยาบผลทราบว่า ในคดีดังกล่าวมีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อรวมจำนวน 115 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายจำนวน 58,817,703 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่ฐานะไม่ค่อยดีที่ต้องการได้ผลตอบแทนในวงเงินที่สูง จึงทำให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อหลายราย โดยหลังที่จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด เจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัว จึงยังถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางนครราชสีมา พร้อมกับทำการขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินที่ ถูกถ่ายโอนไปได้ รวมกว่า 6 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างประสาน ป.ป.ง.มาร่วมทำการยึดทรัพย์เพิ่มเติมเพื่อนำมาคืนให้ผู้เสียหายต่อไป
ด้าน พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภ.3 เปิดเผยว่า อยากฝากถึงที่พี่น้องประชาชนด้วยว่า หากมีการมาชักชวนให้ร่วมลงทุนไม่วากรณีใด ก็ตาม โดยมีข้ออ้างว่าจะให้ผลตอบแทนสูง อย่างไปหลงเชื่อเด็ดขาด เพราะอาจจะถูกฉ้อโกงได้ และขอฝากถึงผู้เสียหายในคดีดังกล่าว ถ้ามีข้อมูลว่า ทรัพย์สินผู้ต้องหาถ่ายโอนไปที่ใดให้เข้าแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ด้วยเพื่อจะได้ทำการขยายผลตรวจยึดทรัพย์เพิ่มเติมต่อไป.
ภาพ/ข่าว ชุติมา ถนัดค้า ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทินิวส์จังหวัดนครราชสีมา
