- 20 ก.ค. 2561
เจ้าพนักงานปกครองนำผู้จัดการ 2 โรงแรมเถื่อนส่งฟ้องศาล-พิพากษาปรับ 20,000 และ 72,000 บาท –ในขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมอ้างช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและท่องเที่ยว-ชี้เป็นธุรกิจที่มุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมเศรษฐกิจและท่องเที่ยว-เผย เจ้าหน้าที่กวดขันตรวจสอบจับกุมจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น
จากกรณีที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช จับกุม 2 โรงแรมหรูประกอบด้วยโรงแรม อเวนิว เรสซิเดนซ์ ตั้งอยู่เลขที่ 380/8 ถนนราชดำเนิน ต.ในเมือง จ.นครศรีธรรมราช และโรงแรมอีโค่อินน์ เลขที่ 267 ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง จ.นครศรีธรรมราชในข้อหาเปิดให้บริการโดยไม่รับอนุญาตควบคุมตัวนางกมลชนก ลิ่มลักษณะวงศ์ อายุ 29 ปี ผู้จัดการโรงแรมอเวนิว และ น.ส.ชโนวรรณ หนุ่มนา อายุ 49 ปี ผู้จัดการโรงแรมอีโค่อินน์ ไปดำเนินคดีเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2561 ซึ่งเป็นปฏิบัติในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และการรักษาความสงบเรียบร้อยในอำนาจหน้าที่พนักงานฝ่ายปกครอง โดยไม่ต้องส่งพนักงานสอบสวน ในขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ด้านนายตระกูล หนูนิล ป้องกันจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า กรมการปกครองและจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ดำเนินโครงการฝึกอบรมภาคปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และการรักษาความสงบเรียบร้อยในอำนาจหน้าที่พนักงานฝ่ายปกครอง (Learning by doing) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 รุ่นที่ 8 ระหว่างวันที่ 17 - 20 ก.ค. 2561 ณ.โรงแรมเมืองลิกอร์ จ.นครศรีธรรมราช และผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ร่วมกับสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง นำออกตรวจโรงแรมในพื้นที่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นการฝึกปฏิบัติงานในหน้าที่จริง ๆ โดยทำการว่าโรงแรมทั้งสองแห่งมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ โดยพบว่าทั้ง 2 แห่ง ประกอบธุรกิจให้บริการที่พักชั่วคราว (รายวัน) สำหรับคนเดินทางหรือบุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทน โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นความผิดฐาน "ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยมิได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน" ตาม พ.ร.บ.โรงแรมฯ มาตรา 15, 59 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ โดยเจ้าของกิจการทั้ง 2 แห่งรับสารภาพในข้อกล่าวหา และยืนยันว่าหลังจากนี้จะไปยื่นเรื่องขอรับใบอนุญาตฯให้ถูกต้อง เจ้าพนักงานจึงทำการจับกุมและร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง อ.เมืองนครศรีธรรมราชให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้ขั้นตอนในการทำสำนวนสอบสวนคดีอาญาด้วยการปฏิบัติจริงในหน้าที่ของพนักงานสอบสวน โดยได้เรียกหลักทรัพย์ประกันผู้ต้องหาคนละ 10,000 เพื่อปล่อยตัวชั่วคราว
โดยเมื่อวานนี้ (19 ก.ค.) พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองได้นัดหมายให้ผู้ต้องหาทั้งสองรายมาพบพนักงานสอบสวน ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช นำตัวผู้ต้องหาพร้อมทั้งสำนวนการสอบสวน ส่งพนักงานอัยการฟ้องศาลแขวงจังหวัดนครศรีธรรมราช และศาลได้พิพากษาว่าผู้ต้องหาทั้งสองกระทำความผิดประกอบธุรกิจโรงแรมโดยมิได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน" ตาม พ.ร.บ.โรงแรมฯ มาตรา 15, 59 จึงสั่งปรับนางกมลชนก ลิ่มลักษณะวงศ์ ผู้จัดการโรงแรมอเวนิว จำนวน 20,000 บาท และ น.ส.ชโนวรรณ หนุ่มนา ผู้จัดการโรงแรมอีโค่อินน์ เป็นเงิน 72,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางกรมการปกครองได้เข้มงวดกวดขันตรวจสอบและดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และการรักษาความสงบเรียบร้อยในอำนาจหน้าที่พนักงานฝ่ายปกครอง โดยได้ดำเนินโครงการฝึกอบรมภาคปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และการรักษาความสงบเรียบร้อยในอำนาจหน้าที่พนักงานฝ่ายปกครอง (Learning by doing) อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ในระยะนี้ตึงปรากฎข่าวการจับกุมโรงแรมที่ประกอบการเถื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายในหลายจังหวัดต่อเนื่อง เช่น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ ตรัง ภูเก็ต สุราษฏร์ธานีและนครศรีธรรมราช
อย่างไรก็ตามการดำเนินการตรวจสอบและจับกุมโรงแรมที่เปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโรงแรมเถื่อนทางผู้ประกอบการโรงแรมมักจะโอดครวญและตำหนิเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนโดยอ้างว่าการเปิดโรงแรมเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดนั้น ๆ การจับกุมจนมีการนำเสนอข่าวทางสื่อมวลชนสร้างความเสียหายต่อธุรกิจโรงแรมและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นข้ออ้างที่เห็นแก่ตัวเพราะผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าเปิดให้บริการไม่ถูกต้องและผิดกฎหมายมาตั้งแต่ต้น แต่ยังฝ่าฝืนเปิดให้บริการโดยผิดกฎหมาย จะมาอ้างว่าเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของบ้านเมืองไม่ได้ ในทางตรงข้ามการเปิดให้บริการโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นเพียงการหาผลประโยชน์ส่วนตัวและน่าจะส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของประเทศชาติอีกด้วย เนื่องประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในโรงแรมเถื่อนจะไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายใด ๆ ในกรณีที่เกิดเหตุร้ายแรงขึ้น อาทิ ไฟไหม้ โรงแรมถล่ม เป็นต้นซึ่งสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้เข้าพัก แม้แต่การทำประกันภัยต่าง ๆ เอาไว้หากมีการตรวจสอบพบว่าเปิดให้บริการโดยไม่รับอนุญาตทางบริษัทประกันภัยสามารถปฏิบัติการคุ้มครองและรับผิดชอบได้ทันที อย่างเช่นโรงแรมใน อ.หัวหิน จ.ประขวบคีรีขันธ์ ซึ่งเปิดบริการเถื่อนจนทางราชการต้องสั่งปิดถึง 20 แห่งอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นการเข็มงวดกวดขันของเจ้าหน้าที่เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมมีความตั้งใจและต้องการธุรกิจอย่างถูกต้องบริสุทธิ์ใจก็ควรจะดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายที่กำหนดทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็จะไม่สามารถดำเนินการเอาผิดใด ๆ ได้ ในขณะนี้ที่สื่อมวลชนก็ไม่สามารถนำเสนอข่าวมนทางลบได้เช่นกัน.
ภาพ/ข่าว/ยุทธนะ เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์ ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
