เรื่องยังไม่จบ!! อดีตผู้กำกับยื่นหนังสือร้องผู้ว่า เอาผิด พระรัชราชมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นต่างด้าวพม่าพลัดถิ่นสวมบัตร

อดีตผู้กำกับยื่นหนังสือร้องผู้ว่า แจงยิบเอาผิด พระรัชราชมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ระบุตรวจสอบเป็นต่างด้าวตามหลักฐาน พร้อมยื่นไปสำนักพุทธ กระทรวงมหาดไทย

วันที่ 24 กค 2561 พ.ต.อ. บุญเลิศ เมตตารักษ์ ข้าราชการบำนาญประจำ ภ.จว.เชียงใหม่ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสื่อร้องเรียนต่อ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยขอร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับพระราชรัชมุนี เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่เจ้าอาวาสวัดสวนดอก (พระอารามหลวง) และผู้ที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน โดยมีเอกสารข้อมูลของพระภิกษุดวงดี เวียงดินดำ.เอกสารข้อมูลของพระราชรัชมุนี (นิมิต ยอดคำ).แบบพิมพ์ทะเบียนประวัติพม่าพลัดถิ่น.ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณ ศักดิ์ ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2557 ให้ตรวจสอบและทบสวนคำร้องที่ร้องไปแล้ว พ.ต.อ.บุญเลิศ เมตตารักษ์ กล่าวว่า ขอร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับพระราชรัชมุนี (นิมิต ยอดคำ หรือ นิมิต ทิพย์ปัญญาเมธี) เจ้าคณะอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดสวนดอก (พระอารามหลวง) และผู้ที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน โดยมีรายละเอียดของการกระทำ ข้อเท็จจริง หรือพฤติการณ์เกี่ยวกับการกระทำที่เป็นเหตุให้ต้องร้องทุกข์ที่พอเข้าใจได้ดังนี้ 1.สืบเนื่องจากกรณีที่นายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2560 พบว่าพระราชรัชมุนี (นิมิต ยอดคำ หรือ นิมิต ทิพย์ปัญญาเมธี) ได้ทำการสรวมบัตรประชาชนของพระภิกษุดวงดี เวียงดินดำ เลขประจำตัวประชาชน 3-3610-00558-10-1(ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย1) ซึ่งได้มรณภาพด้วยโรคมะเร็งในปี พ.ศ.2538 ที่บ้านหนองดินดำ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ แต่ญาติมิได้ไปทำการแจ้งตายต่อทางราชการ ซึ่งต่อมากระทรวงมหาดไทยทางกรมการปกครองจึงสั่งเพิกถอนและยกเลิกบัตรประจำตัวประชาชนของพระราชรัชมุนี (นิมิต ยอดคำ) (ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย2) ซึ่งเป็นความผิดต่อความมั่นคง และนายอำเภอได้มอบให้ปลัดอำเภอแม่อายนายวิเศษ ผงนอก แจ้งดำเนินคดีกับพระราชรัชมุนี (นิมิต ยอดคำ หรือ นายนิมิต ทิพย์ปัญญาเมธี) โดยกล่าวหาว่าใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จกระทำการสรวมบัตรประชาชนของผู้อื่น ตามคดีอาญาที่ 676/60 ลงวันที่ 11 ต.ค. 60 โดยคณะพนักงานสอบสวน ภ.จว.ชม.ได้ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วสรุปสำนวนการสอบสวนเสนอไปยังพนักงานอัยการจังหวัดฝาง เชียงใหม่ ตามบันทึกที่ ตช.0020(ชม.)4(1493).43/60 ลงวันที่ 24 ม.ค. 61 ซึ่งปัจจุบันคดีอยู่ในชั้นการอัยการจังหวัดฝาง เชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นเวลา 6 เดือนแล้ว ยังไม่ทราบผลแต่อย่างใด

 

เรื่องยังไม่จบ!! อดีตผู้กำกับยื่นหนังสือร้องผู้ว่า เอาผิด พระรัชราชมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นต่างด้าวพม่าพลัดถิ่นสวมบัตร

ต่อมาเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2561 พระราชรัชมุนี (นิมิต ยอดคำ) ได้ทำเรื่องขอมีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่โดยอ้างเป็นบุคคลตกหล่นจากทะเบียนราษฎร์ต่อนายอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพระราชรัชมุนี (นิมิต ยอดคำ) ก็ได้รับบัตรประจำตัวประชาชนเป็นคนไทยเรียบร้อยแล้ว แต่จากข้อมูลที่แท้จริงว่า พระราชรัชมุนี เดิมชื่อ นายนิมิต ยอดคำ เกิดวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2508 ที่ประเทศพม่า มีเชื้อชาติพม่า สัญชาติพม่า เลขประจำตัว 6-5010-54006-95-9 มีมารดาชื่อ อิ่ง ยอดคำ เชื้อชาติพม่า สัญชาติพม่า มีบิดาชื่อ นามแสง ยอดคำ เชื้อชาติพม่า สัญชาติพม่า อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 14 ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหัวหน้าครอบครัวเข้ามาในประเทศไทยทางด้านอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.2514 ดังปรากฏในแบบพิมพ์ทะเบียนประวัติพม่าพลัดถิ่น(ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 3) จึงสามารถยืนยันได้ว่าพระราชรัชมุนี (นิมิต ยอดคำ) เป็นบุคคลที่มีเชื้อชาติพม่า สัญชาติพม่า โดยกำเนิด และมีบิดามารดาเป็นคนเชื้อชาติพม่า สัญชาติพม่า จึงไม่มีสิทธิ์ได้เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ตามกฎหมาย

เรื่องยังไม่จบ!! อดีตผู้กำกับยื่นหนังสือร้องผู้ว่า เอาผิด พระรัชราชมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นต่างด้าวพม่าพลัดถิ่นสวมบัตร

3.จากการกระทำของพระราชรัชมุนี (นิมิต ยอดคำ) ได้กระทำเพื่อให้ตนเองมีคุณสมบัติเป็นบุคคลที่มีเชื้อชาติไทย สัญชาติไทย หลังจากนั้นก็ได้นำหลักฐานอันเป็นเท็จต่อไปแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเอง เช่น การขอรับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ(ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย4)ต่อเบื้องสูง ซึ่งเป็นการกระทำของคนพม่าที่ท้าทายต่อกฎหมายบ้านเมืองของประเทศไทย กล้าออกสื่อโกหกหลอกลวงคนไทยทั้งประเทศว่าเป็นคนไทยโดยสายโลหิต ทั้งๆที่พยานหลักฐานที่กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยระบุว่าเป็นคนสัญชาติพม่าตามแบบพิมพ์ทะเบียนประวัติพม่าพลัดถิ่นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2537 เมื่อเป็นคนพม่าแต่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานถึง 47 ปี ทำผิดกฎหมายทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้เป็นคนไทยจนได้สิทธิ์นั้นขึ้นมา โดยไปสวมทะเบียนบัตรประจำตัวของพระภิกษุดวงดี เวียงดินดำ ที่ตายไปแล้วที่อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เมื่อได้หลักฐานเท็จมาแล้วก็ใช้หลักฐานเท็จนั้นเพ็จทูลต่อสถาบันพระพุทธศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์ให้หลงเชื่อจนได้มาซึ่งตำแหน่งสมณศักดิ์พระราชาคณะในนาม พระศรีสิทธิเมธี ในครั้งแรกต่อมาได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชรัชมุนี เป็นครั้งที่สอง และยังได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนดอก(พระอารามหลวง)อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย นำมาซึ่งความเสื่อมเสียมัวหมองให้กับวงการพระสงฆ์ไทย จนเกิดเป็นความเสียหายต่อสถาบันพระพุทธศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพเทิดทูลยิ่งของปวงชนชาวไทย  จากพฤติการณ์การกระทำดังกล่าวอันเป็นความผิดฐานร่วมกันปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ และใช้เอกสารของทางราชการปลอมประกอบการขอพระราชทานสมณศักดิ์อันเป็นเท็จ เห็นควรตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อพระราชรัชมุนีและผู้ที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน เพื่อทรงไว้ซึ่งความถูกต้องในความยุติธรรมและความศักดิ์ของกฎหมาย เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างกับบุคคลหรือต่างด้าวอื่นที่คิดจะกระทำความผิดเช่นนี้อีก

. เรื่องยังไม่จบ!! อดีตผู้กำกับยื่นหนังสือร้องผู้ว่า เอาผิด พระรัชราชมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นต่างด้าวพม่าพลัดถิ่นสวมบัตร

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์  จังหวัดเชียงใหม่