- 26 ก.ค. 2561
ผบ.ควบคุม มทบ.41 สั่งสอบอิทธิพลประมงผิดกฎหมายไล่ล่าฆ่านายกสมาคมประมง ฯพร้อมเมียกลางทะเล-ตำรวจลุยอ่าวไทยตรวจจุดเกิดเหตุเผชิญหน้า 3 เจ้าหน้าที่ประมงที่ร่วมกระทำผิดขับเรือตรวจการณ์ไล่ชนกลางทะเล-นายก ส.ประมง ฯวอน “บิ๊กตู่”สั่งย้าย 3 เจ้าหน้าที่ประมงพ้นพื้นที่
จากกรณีที่ นายมาโนช ดวงดี อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91/1 หมู่ 4 ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นายกสมาคมประมงชายฝั่งปากพนัง พร้อมด้วยนางราตรี ดวงดี ภรรยา ได้ถูกเจ้าหน้าที่ประจำเรือตรวจการณ์ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช พยายามฆ่าโดยการใช้เรือตรวจการณ์ประมงขับไล่ล่าชนกลางทะเล บริเวณอ่าวปากพญา ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช สาเหตุเพราโกรธแค้นที่นายมาโนช ชอบถ่ายภาพเครื่องมือประมงผิดกฎหมายเต็มอ่าว โดยเจ้าหน้าที่ไม่ยอมจับกุมนำไปเผยแพร่ทางโซเชี่ยลและร้องเรียนผู้บังคับบัญชา เกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.วันที่ 5 ก.ค.2561 และได้รับการช่วยเหลือจากเรือตำรวจน้ำทำการคุ้มกันกับเข้าฝั่งรอดตายหวุดหวิด ก่อนเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ พ.ต.ท.ไพรัช จิรักษา สว.(สอบสวน)สภ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช แต่จากการตรวจสอบพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ในเขตสอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.มนตรี วรรณคง สว.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเวลา 23.30 น.คืนวันเดียวกัน และล่าสุดได้เข้ายืนหนังสื่อต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ,ผบ.มทบ.41 ร้องเรียนขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือคุ้มครองชีวิตตามที่เสนอได้เสนอข่าวมาแล้วนั้นที่ผ่านมา
(26 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.ควบคุม มทบ.41 ทีคำสั่งให้ ชป.รส.ที่7 เข้าตรวจสอบ กรณีนายมโนช ดวงดีประธานสมาคมชายฝั่งปากร้องเรียนใน 2 เรื่อง ประกอบด้วยกรณีชาวบ้านจำนวนหนึ่งในพื้นที่ได้ทำการลักลอบใช้เครื่องมือประมงผิดกฏหมายในการจับสัตว์น้ำทะเลในอ่าวปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเจ้าหน้าที่ ชป.รส.ที่7 ได้เข้าพบ นายตระกูล หนูนิล ป้องกัน จังหวัดนครศรีธรรมราช และและศูนย์ดำรงธรรม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้ด้วย เพื่อประสานข้อมูล โดยจากการสอบถาม นาย ตระกูล หนูนิล ได้แจ้งให้ทราบว่า ทางจังหวัดนครศรีธรรมราช จะจัดการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในเรื่องการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายภายในเร็ว ๆ นี้ โดยจะเชิญนายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงชายฝั่งอ.ปากพนัง ผู้ร้องเข้าร่วมประชุม ชี้แจงข้อมูลเหตุผลต่าง ๆ อย่างละเอียดด้วย
ในกรณีนายมาโนช ผู้ร้องได้ถูกข่มขู่จากเจ้าหน้าที่ประมงบางนาย ถึงขั้นจะเอาชีวิตโดยการขับเรือตรวจการณ์ประมงไล่ชนบริเวณหน้าคลองปากพนัง เขตพื้นที่ ทำให้เกิดความหวาดกลัวเป็นอย่างมากในการถูกคุกครามจากเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่บริเวณอ่าวปากพญา ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2561 ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ปากพนัง อ.ปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตรวจการณ์ประมงจำนวน 3 คน ที่ร่วมกระทำผิดขับเรือตรวจการณ์ไล่ชนเรือหางยาวของนายมาโนช อย่างไรก็ตามทั้ง 2 เรื่องยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ และทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังไม่ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวรวมทั้งตัวนายมาโนช เข้าร่วมประชุมแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวานนี้ (25 ก.ค.) พ.ต.ท.มนตรี วรรณคง พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของคดีพร้อมด้วยจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งได้เดินทางไปพบนายมาโนช ดวงดี นางราตรี ดวงดี ที่บ้านพักใน ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง เพื่อให้นายมาโนช และนางตรี สองสามีภรรยาในฐานะผู้เสียหายนำไปชี้จุดที่เกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่และผู้เสียหายได้เดินทางด้วยเรือหางยาวจำนวน 2 ลำไปยังจุดเกิดเหตุชายฝั่งทะเลอ่าวไทยบริเวณอ่าวปากพญา ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดจอดเรือตรวจการณ์ประมง พบว่าบนศาลาที่พักเจ้าหน้าที่ประมงมีคนนั่งอยู่เกือบ 20 คน โดยนายมาโนช จำได้ว่าเจ้าหน้าที่ตรวจการณ์ประมงที่ร่วมกันขับเรือตรวจการณ์ไล่ชนตัวเองเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2561 นั่งรวมอยู่ด้วย และเมื่อเห็นนายมาโนช นางราตรี พร้อมกำลังตำรวจ นั่งมาในเรือหางยาวด้วย เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นายได้เดินเลี่ยงหนีไปไม่ยอมออกมาเผชิญหน้า โดยนายมาโนช และนางราตรี ได้ชี้จุดเริ่มต้นที่เกิดเหตุพร้อมเส้นทางที่ขับเรือหางยาวหลบหนี ในขณะที่ พ.ต.ท.มนตรี วรรณคง พนักงานสอบสนเจ้าของคดีได้ถ่ายภาพที่เกิดเหตุไว้ทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ใช้เวลาอยู่ในทะเลกว่า 1 ชม.จึงเดินทางกลับเข้าฝั่ง และจะรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายเรียก 3 เจ้าหน้าที่ประมงที่ถูกกล่าวหามาสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
“ทั้งนี้พบว่าบริเวณโดยรอบจุดจอดเรือตรวจการณ์ และในร่องน้ำตั้งแต่อ่าวปากพญาไปจนถึงอ่าวปากพนัง มีการสางเครื่องมือทำประมงผิดกฎหมายทั้งโพงพาง อ้ายโง่ หรือ ลอบผับ รวมทั้งเรืออวนรุนหัว ซึ่งล้วนเป็นการใช้เครื่องมือทำประมงผิดกฎหมายกระจัดกระจายเต็มอ่าวจนทำให้การขับเรือเป็นไปอย่ายากลำบาก และถือเป็นการจงใจกระทำความผิดอย่างชัดเจนและเปิดเผยมองเห็นด้วยตาอย่างชัดเจน น่าจะเข้าข่ายการกระทำผิดซึ่งหน้าเจ้าหน้าที่ประมงที่ขับเรือตรวจการณ์ออกปฏิบัติหน้าที่ก็สามารถพบเห็นการกระทำผิดได้อย่างชัดเจนแต่กลับไม่มีการจับกุมแต่อย่างใด”
นายมาโนช ดวงดี กล่าวว่าตนต่อสู้กับกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นในเรื่องการใช้เครื่องมือทำประมงผิดกฎหมายมายาวนานกว่า 10 ปีจนถูกปองร้ายไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จนต้องประกาศยุติการต่อต้านไปโดยปริยาย จนเมื่อรัฐบาล คสช.ประกาศนโยบายการปราบปรามการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย พร้อมประกาศให้พื้นที่ปากพนังเป็นพื้นที่นำร่อง หรือ “ปากพนังโมเดล” ตนจึงกลับมาต่อสู้ ต่อต้านอีกครั้ง แต่เพิ่งมารู้ว่าในความเป็นจริงเจ้าหน้าที่ของรัฐเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะแก้ปัญหากันอย่างจริงจัง อาจจะเกรงกลัวอิทธิพลหรือมีเจ้าหน้าที่บางคนมีผลประโยชน์ร่วมอยู่ด้วย เพราะช่วงต้นปีเจ้าหน้าที่ประมง เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ และคณะสื่อมวลชนที่ออกตรวจจับเครื่องมือผิดกฎหมายได้นับ 100 ชุด ถูกกลุ่มทำประมงผิดกฎหมายใช้เรือหางยาวไล่ล่าปิดล้อมปองร้ายเจ้าหน้าที่จนสามารถยึดอ้ายโง่ หรือลอบผับ ของกลางที่ยึดได้กลับคืนไปทั้งหมด จนทางนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ต้องกำชับให้สอบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มประมงผิดกฎหมายที่ร่วมไล่ล่าเจ้าหน้าที่และชิงของกลางจนสามารถออกหมายจับได้ 7 คนคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล
ในขณะที่การใช้ทำประมงโดยใช้เครื่องมือผิดกฎหมายก็ยังมีอยู่และเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเจ้าหน้าไม่กล้าดำเนินการอย่างจริงจังต่อเนื่อง เมื่อตนและภรรยาออกวางอวนพบการทำประมงผิดกฎหมาย การใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย กระจายอยู่เต็มอ่าว จึงถ่ายภาพไปโพสต์ในโลกโซเชี่ยล สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าหน้าที่ประจำเรือตรวจการณ์ประมงเป็นอย่างมาก ถึงกับไล่ล่าขับเรือตรวจการณ์ไล่ชนเรือหางยาวของตนหวังปองร้ายถึงชีวิต โชคดีที่ตนขับเรือเข้าไปในจุดที่น้ำตื้น เจ้าหน้าที่ประมงไม่สามารถขับเรือตรวจการณ์ตามเจ้าไปได้ แต่ได้ขับวนเวียนไปมารอบ ๆ จนตนต้องโทรขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ,เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำพร้อมพรรคพวกเพื่อนฝูง จนกระทั้งเรือตำรวจน้ำออกไปช่วยเหลือคุ้มกันตนกลับเข้าฝั่งตนกับภรรยาจึงรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด วันนี้กลายเป็นว่าผู้ที่ทุ่มเทกับการต่อสู้ ช่วยเหลือรัฐในการปกป้องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมชายฝั่งต้องมีศึก 2 ด้านทั้งกลุ่มประมงผิดกฎหมายและกลุ่มเจ้าหน้า โดยทั้งสองกลุ่มต่างปองร้ายต่อชีวิตตน ในปัจจุบันตนและภรรยาแทบไม่กล้าออกวางอวนในทะเล แต่เมื่อไม่มีรายได้ใด ๆ ก็ต้องยอมเสี่ยงออกไปวางอวนจับปลาและเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
“ตนขอเรียกร้องไปยัง พล.ออ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ให้สั่งการลงมาในพื้นที่โดยขอให้ย้ายเจ้าหน้าที่ประมงจำนวน 3 คนที่ขับเรือตรวจการณ์ไล่ชนปองร้ายชีวิตตนออกจากพื้นที่ และเร่งดำเนินคดีให้อย่างเร่งด่วน”นายมาโนช กล่าววิงวอนอย่างน่าสงสารในที่สุด.
ขอบคุณภาพ/คลิป/ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช
ข่าว/ยุทธนะ เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
