- 26 ก.ค. 2561
แชร์ |
ท่าเทียบเรือขนส่งอุปกรณ์โรงไฟฟ้าขนอม มีการจ่ายเงิน 20 ล้านบาท เพื่ออำนวยความสะดวก ถูกรื้อถอนหลังจากใช้งานแล้วเสร็จ โดยบริษัทที่เกี่ยวข้องได้ขออนุญาตสำนักงานเจ้าท่าในการสร้างท่าเรือชั่วคราว-และอาจมีการจ่ายเงินเพื่อเคลียร์เส้นทางขนส่งอุปกรณ์ทางบกอีกด้วย
วันนี้ทีมผู้สื่อข่าวได้เข้าตรวจสอบบริเวณปากน้ำขนอม ต.ท้องเนียน อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ติดกับโรงไฟฟ้าขนอม โดยบริษัทเอกชนผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทศไทย เป็นจุดที่มีการระบุว่าเป็นท่าเทียบเรือน้ำลึกที่บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์จากประเทศญี่ปุ่นใช้เป็นจุดขนส่งอุปกรณ์ขึ้นฝั่งเมื่อปี 2554 ซึ่งในการนี้ได้มีการสอบสวนจาก ปปช.ประเทศญี่ปุ่นถึงการจ่ายเงินสินบนอำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานราชการในอำเภอขนอมอย่างน้อยมีสำนักงานเจ้าท่าขนอม ตำรวจน้ำ ผู้ใหญ่บ้าน และนักการเมืองท้องถิ่น วงเงินสูงถึง 20 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายหนึ่งยอมให้ข้อมูลเชิงลึกว่า ท่าเทียบเรือนี้มีบริษัทเอกชนได้เข้าขออนุญาตก่อสร้างจากสำนักงานเจ้าท่า เป็นท่าเทียบเรือชั่วคราวติดกับโรงไฟฟ้าขนอม หลังก่อสร้างแล้วเสร็จได้ใช้ในกิจการขนส่งอุปกรณ์การผลิตไฟฟ้าจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อมาใช้เป็นโรงไฟฟ้าขนอมโรงที่ 4 ทดแทนโรงเดิมที่ได้ปลดระวางไป และเมื่อมีการขนส่งอุปกรณ์ทางทะเลเสร็จสิ้นทางบริษัทเอกชนที่ได้ขออนุญาตได้รื้อถอนไปแล้วภายหลังจากการขนส่งเสร็จสินไปราว 1 ปี โดยเป็นไปตามสัญญากับกรมเจ้าท่าในการขอก่อสร้างท่าเรือชั่วคราวมีอายุการใช้งาน 1 ปี
เจ้าหน้าที่รายเดิมยังอธิบายว่าตามหลักการแล้วการขนส่งอุปกรณ์โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ทางทะเลนั้นจะต้องนำมาเทียบท่าที่ จ.สุราษฎร์ธานี และจำต้องขนส่งต่อมายังอำเภอขนอม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากเนื่องจากเป็นอุปกรณ์ “Over size” การขนส่งยากลำบากขนาดเกินกว่ารถบรรทุก หากนำมาส่งถึงท่าเทียบเรือหน้าโรงไฟฟ้าค่าใช้จ่ายจะลดลงมาก ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นเหตุที่ทำให้บริษัทผู้จำหน่ายอุปกรณ์เลือกที่จะประสานงานแบบใต้โต๊ะเพื่อความรวดเร็ว ผนวกกับราคาอุปกรณ์และการขนส่งจะลดลงไปส่งผลไปถึงการเสนอราคาให้กับบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าต่ำกว่าผู้เสนอราคารายอื่น นอกจากนั้นยังมีแหล่งข้อมูลยืนยันกับทีมผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมว่า การก่อสร้างโรงไฟฟ้าโรงที่ 4 ของโรงไฟฟ้าขนอมไม่ใช่เฉพาะการขนส่งอุปกรณ์ทางเรือเพียงอย่างเดียว แต่มีอุปกรณ์ขนาดใหญ่อีกหลายเที่ยวได้ถูกบรรทุกมาทางถนน ผ่านชุมชนหลายจุด ซึ่งในช่วงนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้ขนส่งอาจต้องใช้จ่ายเงินเพื่ออำนวยความสะดวกตามเส้นทางการขนส่งอีกด้วย จึงได้ขนส่งทางเรือเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเพราะอาจทำให้การขนส่งล่าช้า ซึ่งจากกรณีดังกล่าวทาง ปปช.ญี่ปุ่น ได้รับการร้องเรียนจนนำไปสู่การตรวจสอบภายในประเทศไทยในที่สุด
เจ้าหน้าที่รายเดิมยังอธิบายว่าตามหลักการแล้วการขนส่งอุปกรณ์โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ทางทะเลนั้นจะต้องนำมาเทียบท่าที่ จ.สุราษฎร์ธานี และจำต้องขนส่งต่อมายังอำเภอขนอม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากเนื่องจากเป็นอุปกรณ์ “Over size” การขนส่งยากลำบากขนาดเกินกว่ารถบรรทุก หากนำมาส่งถึงท่าเทียบเรือหน้าโรงไฟฟ้าค่าใช้จ่ายจะลดลงมาก ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นเหตุที่ทำให้บริษัทผู้จำหน่ายอุปกรณ์เลือกที่จะประสานงานแบบใต้โต๊ะเพื่อความรวดเร็ว ผนวกกับราคาอุปกรณ์และการขนส่งจะลดลงไปส่งผลไปถึงการเสนอราคาให้กับบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าต่ำกว่าผู้เสนอราคารายอื่น นอกจากนั้นยังมีแหล่งข้อมูลยืนยันกับทีมผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมว่า การก่อสร้างโรงไฟฟ้าโรงที่ 4 ของโรงไฟฟ้าขนอมไม่ใช่เฉพาะการขนส่งอุปกรณ์ทางเรือเพียงอย่างเดียว แต่มีอุปกรณ์ขนาดใหญ่อีกหลายเที่ยวได้ถูกบรรทุกมาทางถนน ผ่านชุมชนหลายจุด ซึ่งในช่วงนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้ขนส่งอาจต้องใช้จ่ายเงินเพื่ออำนวยความสะดวกตามเส้นทางการขนส่งอีกด้วย จึงได้ขนส่งทางเรือเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเพราะอาจทำให้การขนส่งล่าช้า ซึ่งจากกรณีดังกล่าวทาง ปปช.ญี่ปุ่น ได้รับการร้องเรียนจนนำไปสู่การตรวจสอบภายในประเทศไทยในที่สุด
ภาพ/ข่าว ธีรศักดิ์ อักษรกลู ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สํานักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
