- 27 ก.ค. 2561
สาวเขาพนม พาแม่ เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เขาพนม จ.กระบี่ หลังมีใบสั่งจาก สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต ให้ไปจ่ายค่าปรับข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อค 400บาท ทั้งที่ได้แจ้งความรถถูกยืมและหายไปก่อนหน้านี้ ด้านสารวัตรสอบสวนเจ้าของคดี เผย ได้แจ้งให้ทางสภ.วิชิต รับทราบแล้ว โดยที่เจ้าของรถไม่ต้องเสียค่าปรับ และจะเร่งติดตามรถคืนและตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี
วันที่ 27 ก.ค.61 นางสาวสุวดี ชนาเชต อายุ 34 ปี ได้พามารดา คือ นางวรรณา โมฬี อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 321 หมู่ 8 ต.สินปุน อ.เขาพนม จ.กระบี่ เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม กับ พ.ต.ท.จรัญ แนบเพชร สว.(สอบสวน) สภ.เขาพนม จ.กระบี ในคดีที่นางวรรณา เข้าแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่ารถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน 1 กท 6613 นครศรีธรรมราช ซึ่งนางวรรณา เป็นผู้เช่าซื้อ ถูกขโมยไป เพื่อจะเร่งติดตามหาตัวคนร้าย และรถคันดังกล่าวกลับมา แต่กลับอยู่ๆกลับมีใบสั่งมาให้ทางไปรษณีย์ แจ้งให้นางวรรณา ไปชำระค่าปรับในข้อหา ไม่สวมหมวกนิรภัย จำนวน 400 บาท สร้างความสับสนและกังวลใจแก่สองแม่ลูกเป็นอย่างมาก
ขณะที่เรื่องดังกล่าว ก่อนหน้านี้ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ อย่างหนัก ในโลกโซเชียลมีมีเดีย หลังผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ สุวดี เกตุรัตน์ หรือ นางสาวสุวดี ชนาเชต ลูกสาวนางวรรณา ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพ โดยมีเนื้อหาสำคัญว่ารถคันดังกล่าว เป็นรถของ น.ส.สุวดี แต่ใช้ชื่อนางวรรณา ผู้เป็นผู้เช่าซื้อรถตามป้ายทะเบียน ได้แจ้งความรถหายไว้ที่ สภ.เขาพนม เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา ต่อมา เมื่อวันที่ 12 ก.ค. มีใบสั่งจาก สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต ส่งกลับมาที่บ้านว่าให้ไปจ่ายค่าปรับ 400 บาท ในคดีจราจรข้อหา ไม่สวมหมวกนิรภัย ตาม พ.ร.บ.จราจร โดยมีภาพประกอบในใบสั่ง เป็นภาพรถ จยย.คันที่แจ้งหายไว้ ส่วนคนขับขี่เป็นผู้ชาย คาดว่าจะเป็นคนร้ายที่เอารถไป ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย
โดยน.ส.สุวดี ได้เปิดเผยว่า รถคันดังกล่าว เป็นรถ จยย.ของตน แต่ใช้ชื่อแม่คือนางวรรณา เป็นเจ้าของ ก่อนนี้เมื่อประมาณวันที่ 8 ก.ค.61 อดีตลูกจ้างของคนในพื้นที่รายหนึ่งที่สนิทกับพี่สาวตน ได้มาขอยืมรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปทำธุระ ที่อ.อ่าวลึก ตนเห็นว่าเป็นคนรู้จักกัน จึงให้ยืมรถไป แต่พอผ่านไป 1 วัน ยังไม่มีใครนำรถกลับมาคืน ตนเห็นผิดสังเกต จึงได้พาแม่ไปแจ้งความรถหายไว้ โดยแจ้งไว้เมื่อวันที่ 9 ก.ค. เพื่อหวังให้ตำรวจช่วยติดตามรถมาคืน และดำเนินคดีกับคนร้าย ผ่านไปหลายวัน ยังไม่ได้รถคืนกลับมา รู้สึกเจ็บใจเป็นอย่างมาก
น.ส.สุวดี กล่าวต่อว่า แต่ที่เจ็บใจไปกว่านั้น คือได้มีใบสั่งมาให้ทางไปรษณีย์ สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต แจ้งให้แม่ตนไปชำระค่าปรับในคดีไม่สวมหมวกนิรภัย จำนวน 400 บาท ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจ ว่า ในเมื่อแจ้งความไว้แล้วแทนที่ทางตำรวจจะติดตามรถคืนให้ กลับส่งใบสั่งมาแทน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ เร่งติดตามรถมาคืน โดยเร็ว เพราะยังต้องผ่อนชำระอยู่ทุกๆเดือน
ภายหลังการสอบปากคำเสร็จ ตำรวจ สภ.เขาพนม ได้ประสานข้อมูลรถคันดังกล่าว ไปยังพื้นที่เกิดเหตุ สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต รวมทั้งแจ้งข้อมูลไปยังโรงพักต่างๆ ให้ช่วยกันติดตามคนร้ายในคดีโจรกรรมรถคนดังกล่าว และจะเร่งตามตัวชายที่ถูกอ้างว่าสนิทกับผู้เสียหาย และเป็นคนยืมรถให้คนร้าย มาสอบปากคำ ส่วนใบสั่งคดีจราจรที่ผู้เสียหายได้รับมานั้น ได้ประสานให้ทาง ตร.สภ.วิชิต ดำเนินตรวจสอบให้ถูกต้องอีกครั้ง โดยผู้เสียหายยังไม่ต้องจ่ายค่าปรับดังกล่าว
ทั้งนี้พ.ต.ท.จรัญ เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนก็ได้ประสานไปยังโรงพักในท้องที่ สภ.อ่าวลึก ซึ่งเป็นที่พักของคนที่ยืมรถ ผู้เสียหายไป แต่ปรากฏว่าไม่พบตัว และยังไม่พบรถจยย.คันที่แจ้งหาย แต่ได้ประสานสภ.ใกล้เคียงเพื่อติดตามคนร้ายที่เอารถไป จนกระทั่งผู้เสียหายก็มาแจ้งว่า มีใบสั่งจากสภ.วิชิต มาให้เสียค่าปรับ ซึ่งในการออกไปสั่งนั้นทางเจ้าหน้าที่จะดูหมายเลขทะเบียนรถเป็นหลัก เพื่อต้องการติดต่อให้เจ้าของผู้ครอบครองรถ ให้ติดต่อคนที่เอารถไปใช้มาจ่ายค่าปรับ ไม่ได้เอาผิดเจ้าของรถ แต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ทางสภ.วิชิตรับทราบแล้ว ส่วนรถของผู้เสียหายเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตาม คาดว่าจะได้คืนเร็วๆนี้.
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กระบี่
