- 29 ก.ค. 2561
กระบี่ได้ใจชาวอำเภออ่าวลึก ชื่นชม คู่รักอุทยานธารโบก หยุดรถช่วยชีวิต นร.อุบัติเหตุทางรถ
ได้ใจชาวอำเภออ่าวลึก สุดชื่นชม!!คู่รักอุทยานธารโบก จ.กระบี่ ยอมหยุดรถในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อลงไปช่วยช่วยชีวิตคนเจ็บที่ประสบอุบัติเหตุทางถนน และยังช่วยหามคนเจ็บขึ้นรถพยาบาลจนปลอดภัย เผยได้ประสบการณ์จากการฝึกทักษะการปฐมพยาบาล ตามนโยบายอธิบดีกรมอุทยานฯ ด้านผช.อุทยานเตรียมเสนอมอบรางวัลเชิดชูเกียรติเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และยกเป็นแบบอย่าง
วันที่ 29 ก.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในสังคมออนไลน์ในพื้นที่ จ.กระบี่ ได้มีการแชร์และชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก ภายหลัง จาก เพจ “กู้ชีพ-กู้ภัย อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ รายงานข่าวสารและอุบัติเหตุ” ได้มีการโพสต์ภาพ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯนายหนึ่งซึ่งอยู่ในชุดเครื่องแบบ กำลังช่วยเหลือคนเจ็บที่ประสบอุบัติรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ ในพื้นที่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมทั้งทำการปฐมพยาบาล ก่อนที่หน่วยกู้ชีพจะมาถึง และหลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาแล้ว ก็ยังช่วยหามคนเจ็บขึ้นรถกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลอีกด้วย สร้างความประทับใจแก่ชาวโลกออนไลน์ เป็นอย่างมาก ต่างยกย่องชื่นชมในความมีน้ำใจของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว บางส่วนอยากทำความรู้จัก เนื่องจากเห็นว่าคนที่เข้าช่วยเหลือเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ แม้ว่าเหตุดังกล่าวจะไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบโดยตรง แต่ก็ยังมีจิตอาสารช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน โดยไม่รีรอ
ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงได้ทำการตรวจสอบจนกระทั่งทราบว่า ชายในภาพคือนายกฤษกร สุทธินวล อายุ 45 ปี หรือพี่ดี พนักงานจ้างเหมาอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ จึงเดินทางไปที่ทำการอุทยานฯ พบนายกฤษกรพร้อมด้วยภรรยา คือ นางธัญชนก สุทธินวล อายุ 40 ปี ซึ่งพนักงานจ้างเหมาอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีเช่นเดียวกัน มาคอยต้อนรับอยู่ที่ทำการอุทยานฯ
ทั้งนี้นายกฤษกร ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนและนางธัญชนก (ภรรยา) กำลังขับรถ จยย.มาทำงานที่อุทยานฯ โดยใช้เส้นทางถนนอ่าวลึก-ปลายพระยา จนมาถึงช่วงหลัก กม.ที่ 5 บ้านห้วยปริศนา ต.อ่าวลึก ขณะจะขับรถผ่านจุดดังกล่าว ก็ได้ประสบเจออุบัติเหตุรถชน เป็นรถกระบะบรรทุกน้ำยางพารา ชนกับรถ จยย. มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นเด็กนักเรียน
ซึ่งขณะทั้งคู่ประสบเหตุ เป็นช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่กู้ภัย กำลังเดินทางมารับคนเจ็บ แต่ยังมาไม่ถึงที่เกิดเหตุ ตนเห็นว่าผู้บาดเจ็บมีอาการค่อนข้างสาหัส จึงตัดสินใจจอดรถลงไปช่วยเหลือทันที โดยพบว่าผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายขาหัก และศีรษะฟาดพื้นเลือดออกจำนวนมาก จึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ระหว่าง รอเจ้าหน้าที่กู้ภัย ส่วนภรรยาคือนางธัญชนก ก็คอยช่วยโบกมือให้สัญญาณ รถที่สัญจรไปมาให้ทราบว่ามีอุบัติเหตุบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งรถพยาบาลของหน่วยกู้ภัยอ่าวลึก มาถึงที่เกิดเหตุ จึงสามารถช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายนำส่ง รพ.อ่าวลึก และอาการปลอดภัยแล้วทั้งคู่
นายกฤษกร เล่าอีกว่า หลังเกิดเหตุไม่นาน ตนก็ได้ทราบจากเพื่อนๆ ว่ามีผู้นำภาพขณะตนกำลังช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุ ไปโพสต์ลงโซเชี่ยล และมีการแสดงความชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก ตนก็รู้สึกภูมิใจ ซึ่งโดยปกติตนเองก็เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่แล้ว ประกอบกับได้รับการฝึกอบรมในเรื่องของการปฐมพยาบาลจากหน่วยงานต้นสังกัดของกรมอุทยานฯ จึงนำความรู้ที่มีช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน ไม่ว่าผู้เดือดร้อนจะประสบเหตุในเขตอุทยานฯ หรือพื้นที่อื่นๆ หากตนพบเจอ ตนก็จะช่วยทุกครั้ง และภรรยาก็เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือด้วยเช่นกัน หลังจากทราบว่าน้องที่ประสบอุบัติเหตุทั้ง 2 คนปลอดภัย ตนก็รู้สึกดีใจด้วย
ขณะนางธัญชนก ภรรยา เล่าว่า ระหว่างที่ขับรถไปเจออุบัติเหตุตนและสามีก็ได้ประเมินสถานการณ์ตามที่ได้รับการอบรมมา และเห็นว่า ผู้บาดเจ็บมี2คน อาการค่อนข้างสาหัส ตนและสามีจึงตัดสินใจตรงว่า จะช่วยผู้บาดเจ็บ ซึ่งระหว่างนั้นกำลังขับรถไปที่ทำการอุทยาน เพราะใกล้ถึงเวลาทำงาน จึงได้โทรศัพท์ไปหา นายวีระศักดิ์ ศรีสัจจัง หน..อุทยานฯ เพื่อ ขออนุญาตทำภารกิจช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถชน ซึ่งต้องใช้เวลาอาจจะถึงที่ทำงานล่าช้ากว่าปกติ ทันทีที่ทราบเรื่อง นายวีระศักดิ์ ก็อนุญาตทันที จากนั้นจึงได้ลงจากรถพร้อมสามี ไปยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งแบ่งหน้าที่กันทำ คือตนทำหน้าที่โบกสัญญาณรถที่ผ่านไปมาว่า ขับช้าๆ และเลี่ยงไปทางอื่น เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ส่วนสามีก็ปฐมพยาบาลคนเจ็บ จนกระทั่งหน่วยกู้ภัยมาถึง และดีใจที่สามรถช่วยผู้บาดเจ็บได้ ปลอดภัยพ้นขีดอันตราย
ด้านนายเนรมิต ส่งแสง นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ ผช.หน.อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี กล่าวว่า ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาของนายกฤษกร ก็รู้สึกภูมิใจ ที่เจ้าหน้าที่ได้นำความรู้จากที่ได้ฝึกอบรมกับทางกรมอุทยานฯ ไปใช้ในการช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งเป็นนโยบายหลักของกรมฯอยู่แล้ว ที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนนำความรู้ที่มีไปช่วยเหลือสังคม และอยากให้ทุกคนเอาการกระทำของเจ้าหน้าที่ทั้ง2 คนเป็นแบบอย่าง.ซึ่งหลังจากนี้จะนำเสนอให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณยกย่องเชิดชูเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำความดีช่วยเหลือสังคมต่อไป
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กระบี่
