- 06 มี.ค. 2562
คุณตาวัย 79 ปี ออกดับไฟไหม้หญ้าก่อนจะลุกลามเข้าบ้าน ถูกไฟลามทุ่งเผาล้อมรอบตัวเองจนสำลักควัน เกิดหมดแรง และวูบล้มลง เสียชีวิตกลางทุ่งนาอย่างน่าอนาถ
เมื่อเย็นวันที่ 5 มี.ค. 62 เวลา 16.00 น. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยเมตตาธรรมมูลนิธิสกลนคร ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีมีเหตุไฟลามทุ่งแล้วมีชาวบ้านสำลักควันและเสียชีวิต เหตุเกิดที่ทุ่งนาริมคลองห้วยเดียก พื้นที่บ้านพังเม็ก ตำบลงิ้วด่อน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร หลังได้รับแจ้งจึงได้ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทีมกู้ชีพงิ้วด่อน กู้ภัยตาดโตน(ชุดคำหอม) รถดับเพลิงของเทศบาลตำบลงิ้วด่อน และของศูนย์ ปภ. เขต 7 ร่วมสนับสนุนที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบว่ามีไฟกำลังไหม้หญ้าแห้งและตอฟางข้าว โดยลุกไหม้เป็นบริเวณกว้างหลายสิบไร่ บางแห่งกำลังลุกลามไหม้เข้าไปยังที่พักอาศัยของชาวบ้าน ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและทีมกู้ภัยที่ออกปฏิบัติงานจึงได้รีบฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้อย่างเร่งด่วน ในขณะเดียวกัน จนท.อีกส่วนหนึ่งได้แบ่งกำลังออกตรวจสอบจุดที่มีชาวบ้านสำลักควันและเสียชีวิต ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของบ้านเลขที่ 189 หมู่ 4 บ้านพังเม็ก ตำบลงิ้วด่อน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร โดยศพอยู่ในลักษณะนอนหงาย สภาพเนื้อตัวมีรอยไฟไหม้ เป็นแผลถลอกตามใบหน้า แขน ขา เข่า นอนอยู่ข้างๆทุ่งนา ทราบชื่อผู้ตายคือนายการ แสงสุข อายุ 79 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ 4 ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พื้นเพเดิมอยู่จังหวัดมุกดาหาร แต่มาพักอาศัยอยู่กับหลานสาวที่บ้านพังเม็ก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร และแพทย์เวรฯ จาก รพ.ศูนย์สกลนคร ร่วมชันสูตรในที่เกิดเหตุตามลำดับ
ห่างออกไปประมาณ 30 เมตร พบร่องรอยจุดที่คุณตาล้มฟุบอยู่กับคันนาซึ่งอยู่ใกล้กอไผ่และคลองน้ำที่แห้งขอดแล้ว โดยไฟได้ไหม้หญ้าแห้งลามไปตามพื้นดิน และเว้นช่วงเอาไว้ในจุดที่คุณตาล้มพับอยู่กับพื้น นอกจากนี้ยังพบรองเท้าบู๊ท 1 ข้าง พร้อมกิ่งไม้ ใบไม้ ที่ผู้ตายใช้นำมาตีดับไฟ ตกหล่นอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย สอบถามนายวัชริศ วงศ์กาฬสินธุ์ อายุ 46 ปี ที่อยู่ 190 หมู่ 4 ตำบลงิ้วด่อน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ซึ่งมีบ้านพักอาศัยใกล้กับบ้านพักของคุณตาที่เสียชีวิตให้ข้อมูลว่า ในช่วงเช้าได้มีไฟลามทุ่งไหม้ผ่านไปแล้ว 1 ครั้งและสามารถดับไว้ได้ทัน แต่พอมาช่วงบ่ายมีลมพัดแรง แปรปรวน หมุนวนไปมาหลายครั้ง ทำให้มีเพลิงลุกไหม้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง คุณตาการผู้ตายจึงได้ออกไปดับไฟแต่เพียงลำพัง โดยใช้กิ่งไม้ใบไม้ เป็นสิ่งที่หาได้ง่ายๆ มาทำการดับไฟ แต่เนื่องจากคุณตามีอายุมาก อากาศก็ร้อนอบอ้าว ประกอบกับพื้นที่เกิดเหตุมีบริเวณกว้าง ทำให้เกิดกลุ่มควันคละคลุ้งไปทั่ว ส่งผลให้คุณตาเกิดการสำลักควัน และอ่อนแรง ล้มฟุบลงบนคันนา โดยที่ไม่มีผู้ใดเห็นเหตุการณ์และช่วยเหลือได้ทัน
โดยพลเมืองดีท่านนี้ให้ข้อมูลว่า ตนเองเห็นไฟลามทุ่งเข้ามาใกล้บ้านเรื่อยๆ แต่ไม่เห็นคุณตาการ จึงได้วิ่งมาเลาะหาดูก็พบร่างคุณตาอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน พิงอยู่กับเสารั้วใกล้กอไผ่ หายใจรวยรินรอการช่วยเหลือ เนื้อตัวมีแผลพุพองซึ่งเกิดจากไฟไหม้หญ้าและลุกลามไหม้ตัวคุณลุงทั้งๆที่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อตั้งสติได้จึงได้อุ้มร่างของคุณตาจากจุดเกิดเหตุ เข้ามานอนพักรอการช่วยเหลืออยู่ในบริเวณบ้านที่ปลอดภัย ก่อนที่จะประสานทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยมารับตัวส่งโรงพยาบาลตามลำดับ แต่เนื่องจากคุณตามีแผลไฟไหม้ตามร่างกายหลายแห่ง และอีกนานกว่าจะมีคนไปพบ จึงทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ก่อนที่จะนำตัวไปโรงพยาบาล ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ออกปฏิบัติการให้ข้อมูลว่า ช่วงระยะนี้อากาศร้อนอบอ้าว มีเหตุเพลิงไหม้ลุกลามตามท้องไร่ท้องนาของพื้นที่ต่างๆ อยู่เป็นประจำ หากพบเห็นเพลิงไหม้โปรดแจ้งผู้นำชุมชน ทีมกู้ชีพกู้ภัยในพื้นที่ เพื่อออกปฏิบัติการตามกระบวนการขั้นตอน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับทีมผู้ปฏิบัติงานด้วย
ภาพ / ข่าว นายวิศักดิ์ แก้วศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค
สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดสกลนคร
