หนุ่มเกาหลีสุดเซ็ง หวังดูบอลอย่างสนุก สุดท้ายเป็นทุกข์ หลังถูกมือดีลักโทรศัพท์ พร้อมรู้ตัวคนร้ายแต่ไม่ได้คืน

หนุ่มเกาหลีวัย 40 ปี ตั้งใจเดินทางมาดูฟุตบอลที่บุรีรัมย์ เกิดกระเป๋าซึ่งมีเงินสด บัตรต่างๆ และโทรศัพท์หายไป มีคนเห็นคนเก็บได้ เพื่อนคนไทยตามไปถามถึงบ้านได้มาแค่กระเป๋ากับบัตร อยากได้โทรศัพท์คืนเพราะมีข้อมูล ขณะคนเก็บได้อ้างไม่มีโทรศัพท์ จ่อแจ้งความสุดท้ายคืนเงิน 2 หมื่นแล้วจบกัน

วันที่ 12 มี.ค.ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.วราพร จงสุข อายุ 40 ปี อาชีพ Staff สนามกอร์ฟแห่งที่กรุงเทพฯ ว่าเมื่อเย็นวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา กระเป๋าของเพื่อนคือนาย จู เมียงกิล อายุ 40 ชาวเกาหลี ได้หายไประหว่างก่อนขึ้นรถที่หมู่บ้านหนองคู อ.ลำปลายมาศ

ภายในกระเป๋ามีเงินสด 3,000 บาท ,ใบอนุญาตขับขี่ ,บัตร ATM ธนาคารกรุงเทพ ,บัตร ATM ประเทศเกาหลี ,บัตรคีการ์ดห้อง และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Samsung Galaxy Note 8

จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ลำปลายมาศ เพราะเพื่อนชาวเกาหลีไม่สามารถติดต่อเพื่อนและญาติที่ประเทศเกาหลี ได้ ซึ่งชุดสืบสวน สภ.ลำปลายมาศ กำลังหาเบาะแส

 

หนุ่มเกาหลีสุดเซ็ง หวังดูบอลอย่างสนุก สุดท้ายเป็นทุกข์ หลังถูกมือดีลักโทรศัพท์ พร้อมรู้ตัวคนร้ายแต่ไม่ได้คืน

 

หนุ่มเกาหลีสุดเซ็ง หวังดูบอลอย่างสนุก สุดท้ายเป็นทุกข์ หลังถูกมือดีลักโทรศัพท์ พร้อมรู้ตัวคนร้ายแต่ไม่ได้คืน

 

น.ส.วราพร จงสุข เล่าว่า หลังจากแจ้งความแล้ว ได้มีชาวบ้านมาบอกว่า พบมีชาย 2 คนขับรถซาเล้ง ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันกับตน เป็นคนเก็บได้ พร้อมระบุคนหนึ่งเอาเงินไป อีกคนเอาโทรศัพท์

ตนจึงตามไปถามถึงบ้าน ชายคนดังกล่าวก็เอากระเป๋าคืนให้ แต่ไม่มีเงินสดและโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋า คนเก็บได้อ้างว่า ไม่มีสิ่งของที่กล่าวอ้าง ขณะคนเห็นเหตุการณ์พร้อมที่จะเป็นพยานให้

ต่อมาได้วิ่งเต้นขอให้ตำรวจเร่งติดตามโทรศัพท์คืนมา เพราะเพื่อนชาวเก่าหลี เริ่มเครียด เพราะติดต่อใครไม่ได้ ตำรวจจึงเรียกชายคนที่ถูกกล่าวหามาสอบสวน แต่ให้การปฏิเสธ ว่าไม่ได้เอาโทรศัพท์ไป

 

หนุ่มเกาหลีสุดเซ็ง หวังดูบอลอย่างสนุก สุดท้ายเป็นทุกข์ หลังถูกมือดีลักโทรศัพท์ พร้อมรู้ตัวคนร้ายแต่ไม่ได้คืน

 

หนุ่มเกาหลีสุดเซ็ง หวังดูบอลอย่างสนุก สุดท้ายเป็นทุกข์ หลังถูกมือดีลักโทรศัพท์ พร้อมรู้ตัวคนร้ายแต่ไม่ได้คืน

 

ตนกับเพื่อนเกาหลี เตรียมจะแจ้งความฐานลักทรัพย์ กระทั่งผู้ต้องสงสัยยอมซื้อโทรศัพท์ใหม่ให้เพื่ออยากตัดปัญหา จึงมีการนัดเจรจากันที่ สภ.ลำปลายมาศ โดยมีการนำเอาล่ามมาช่วยเจรจา แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ เนื่องจากโทรศัพท์ที่ผู้ต้องสงสัยซื้อมาให้เป็น Samsung Galaxy s 8 เป็นคนละรุ่นกับที่หายไป

น.ส.วราพร กล่าวด้วยว่า ตอนนี้เรื่องมันล่าช้าจนถึงวันที่ 12 ทั้งที่เพื่อนจะกลับกรุงเทพฯในวันที่ 9 หลังจากดูฟุตบอลจบ สุดท้ายผู้ต้องสงสัยยอมชดใช้เงินสดจำนวน 20,000 แทนการซื้อโทรศัพท์ให้ ส่วนโทรศัพท์เครื่องเก่าไม่รู้อยู่ไหน

ส่วนตัวมีความรู้สึกผิด ที่พาเพื่อนซึ่งไม่เคยมาเที่ยวบุรีรัมย์มาก่อน แต่กลับได้พบกับเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพื่อนชมว่าบุรีรัมย์น่าเที่ยว โดยเฉพาะเขาพนมรุ้ง ที่เพื่อนชมว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์

 

หนุ่มเกาหลีสุดเซ็ง หวังดูบอลอย่างสนุก สุดท้ายเป็นทุกข์ หลังถูกมือดีลักโทรศัพท์ พร้อมรู้ตัวคนร้ายแต่ไม่ได้คืน

 

ภาพ/ข่าว วาทิตย์ แสนธุปี ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จ.บุรีรัมย์

 

หนุ่มเกาหลีสุดเซ็ง หวังดูบอลอย่างสนุก สุดท้ายเป็นทุกข์ หลังถูกมือดีลักโทรศัพท์ พร้อมรู้ตัวคนร้ายแต่ไม่ได้คืน