เพลิงเผาวอด! ชุมชนเก่าแก่กว่า 50 ปี กลายเป็นเถ้าถ่านไปเกือบ 20 หลัง

เพลิงเผาวอด! ชุมชนเก่าแก่กว่า 50 ปี กลายเป็นเถ้าถ่านไปเกือบ 20 หลังบ้านต้นเพลิงเป็นพ่อค้าขายปลาในตลาดสดขณะเกิดเหตุปิดประตูไม่มีใครอยู่บ้าน ขณะเกิดเหตุนายกเทศมนตรีหญิง สั่งการประสานเทศบาล 5 แห่งใกล้เคียงส่งรถดับเพลิงเกือบ 20 คันเดินทางมาช่วยฉีดน้ำสกัดกั้นต้นเพลิงไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้างใช้เวลานานกว่า 3 ชม.จนเพลิงสงบ

เพลิงเผาวอด! ชุมชนเก่าแก่กว่า 50 ปี กลายเป็นเถ้าถ่านไปเกือบ 20 หลังบ้านต้นเพลิงเป็นพ่อค้าขายปลาในตลาดสดขณะเกิดเหตุปิดประตูไม่มีใครอยู่บ้าน ขณะเกิดเหตุนายกเทศมนตรีหญิง สั่งการประสานเทศบาล 5 แห่งใกล้เคียงส่งรถดับเพลิงเกือบ 20 คันเดินทางมาช่วยฉีดน้ำสกัดกั้นต้นเพลิงไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้างใช้เวลานานกว่า 3 ชม.จนเพลิงสงบ   แต่ควันยังคลุกกรุ่นเนื่องจากบ้านในชุมชนส่วนใหญ่เป็นห้องแถวติดกันแบบครึ่งปูนครึ่งไม้ ผู้การตำรวจกาญจน์ หลังทราบเรื่องรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ สั่งการให้ตำรวจปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุพร้อมประสานตำรวจวิทยาการจังหวัดฯ ตรวจเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุ คาดไฟฟ้ารัดวงจร ส่วนค่าเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้
  เหตุเพลิงไหม้ชุมชนเก่าแก่กลางวันแสกๆ ครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.45 น.ของวันที่ 18 มี.ค.62 ร.ต.ท.จิระวัฒน์ ปลดเปลื้อง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านในชุมชนจงเจริญ ตั้งอยู่ริมถนนสายกาญจนบุรี-อู่ทอง ต.บ้านเหนือ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบรายงานให้ทราบเรื่อง จากนั้นจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีระพงษ์ ฤทธิ์จรูญ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.มานะ สำราญวงศ์ รอง ผกก.ป.ฯ ร่วมกับกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ

 

เพลิงเผาวอด! ชุมชนเก่าแก่กว่า 50 ปี กลายเป็นเถ้าถ่านไปเกือบ 20 หลัง

 

 จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า เพลิงกำลังลุกไหม้บ้านไม้ 2 ชั้นในบริเวณซอย 2 ภายในชุมชนอย่างรุนแรง เปลวไฟกำลังลุกลามไปตามห้องแถวติดกันอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีกระแสลมเป็นตัวช่วยพัดโหมกระพืออย่างหนัก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลเมืองกาญจนบุรี หลังทราบเรื่องจึงรีบเดินทางมาฉีดน้ำอย่างเร่งด่วน ในเาลาต่อมา ดร.เบ็ญจวรรณ เปรมประยูร นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองกาญจนบุรี หลังได้รับรายงาน จึงพร้อมด้วยเทศมนตรี ได้เดินทางมาสั่งการให้ทางเทศบาลวิทยุประสานไปยังหน่วยดับเพลิงของเทศบาลต่างๆ รวม 6 แห่ง อาทิเช่น เทศบาลตำบลปากแพรก   เทศบาลตำบลท่าล้อ เทศบาลตำบลท่าม่วง เทศบาลตำบลหนองขาว เทศบาลตำบลท่ามะขาม  ซึ่ง พ.อ.มนตรี ธนวรรณโอภาส เสนาธิการ กกล.รส.มทบ.17 กาญจนบุรี หลังทราบเรื่องได้สั่งการให้ ร.อ.ไพศาล เปี่ยมชาติ หน.ชุดร้อย รส.มทบ 17 เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ   พร้อมทั้งสอบถามว่า รถดับเพลิงและรถน้ำเพียงพอหรือไม่ หากยังไม่เพียงพอผู้บังคับบัญชาจะดำเนินการช่วยเหลือน้ำรถน้ำและรถดัยเพลิงของทหารมาช่วย

 

เพลิงเผาวอด! ชุมชนเก่าแก่กว่า 50 ปี กลายเป็นเถ้าถ่านไปเกือบ 20 หลัง

 

  แต่ไดัรับคำตอบว่า รถดับเพลิงและรถน้ำของแต่ละเทศบาลเกือบ 20 คันต่างเดินทางมาร่วมด้วยช่วยกันฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงไหม้เพื่อไม่ให้ลุกลาม หรือขยายวงกว้างไปยังบ้านเรือนประชาชนซึ่งเป็นห้องแถวหลังอื่นๆ ที่อยู่ติดกันจนเพลิงสงบ  แต่ก็ยังพบว่าบางจุดยังมีเปลวไฟ และควันไฟคลุกกรุ่นพัดโชยออกมาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงรวมทั้งเจ้าหน้าที่ อพ.ปร.อำเภอเมืองกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ที่ได้เดินทางมาร่วมกันช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุอัคคีภัยในครั้งนี้ ต้องทำงานอย่างหนัก
     เบื้องต้นจากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์คนแรกที่มีบ้านอยู่ในซอย 3 และเป็นชาวบ้านคนแรกที่ถือถังน้ำยาดับเพลิงวิ่งเข้าไปฉีดน้ำยาดับไฟที่บ้านต้นเพลิงซึ่งอยู่ในซอย 2 กล่าวว่า ขณะที่กำลังนั่งทำงาน ลูกชายได้วิ่งมาบอก พ่อไฟไหม้ ตนจึงรีบวิ่งถือถังดับเพลิงไปที่บ้านที่หน้าบ้านเป็นประตูม้วน พร้อมทั้งใช้น้ำยาดับเพลิงฉีดสายไฟที่กำลังลุกไหม้อยู่บริเวณหน้าบ้าน ไม่สามารถเข้าไปข้างในบ้านได้ เนื่องจากประตูปิดลงกลอน    ตนจึงร้องตะโกนบอกเพื่อนบ้านว่า ไฟไหม้ ไฟไหม้ ให้ใครช่วยโทรแจ้งดับเพลิงที และเมื่อมองขึ้นไปบนหลังคาก็พบว่า เปลวไฟได้โหมลุกไหม้ลุกลามไปยังบ้านอื่นๆ แล้ว    ด้านนายพัลลภ นันต์ตา อายุ 49 ปี อาชีพเป็นพ่อค้าขายปลาสดอยู่ในตลาดสดเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ซึ่งถูกระบุว่า บ้านของนายพัลลภ เป็นบ้านต้นเพลิง โดยนายพัลลภ เล่าว่าตนได้ออกจากบ้านไปตั้งแต่ตอนตี 5 เพื่อไปขายปลาที่ตลาด ตอนเกิดเหตุก็ไม่มีใครอยู่บ้าน มาทราบอีกทีมีชาวบ้านมาบอกว่า บ้านไฟไหม้แล้ว ข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรก็ไม่ได้เปิดทิ้งไว้ ส่วนสาเหตุนั้น ตนไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร"   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ได้เดินทางมาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบทำการปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุไว้ และให้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดฯ   เดินทางมาตรวจเก็บหาหลักฐานอย่างละเอียดในที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

เพลิงเผาวอด! ชุมชนเก่าแก่กว่า 50 ปี กลายเป็นเถ้าถ่านไปเกือบ 20 หลัง

 

ข่าว-ภาพ/วันชัย แก้ววิลัย  สนั่น ศิลปะขจร ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กาญจนบุรี