- 19 มี.ค. 2562
โรงงานผลิตไนโตรเซลลูโลส ยอมย้ายบ่อบำบัดน้ำเสียออกจากหมู่บ้านที่ชัยนาทแล้ว หลังส่งกลิ่นเหม็นทำชาวบ้านเดือดร้อนนับ 10 ปี เตรียมตั้งไตรภาคีประชุมหาแนวทางร่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ชาวบ้าน ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท และ ชาวบ้าน ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี จำนวนกว่า 300 คน ได้ไปชุมชุมเรียกร้องและยื่นคำขาดให้ บริษัทโนเบ็ลเอ็นซี จำกัด บริษัทร่วมทุนต่างประเทศ ผลิตไนโตรเซลลูโลส ทำการย้ายบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงาน จำนวน 5 บ่อ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 1 ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา ซึ่งใกล้กับบ้านเรือนและโรงผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน ออกไปจากพื้นที่โดยด่วน เนื่องจากชาวบ้าน จำนวนกว่า 1,000 ครัวเรือน ต้องทนทุกข์กับกลิ่นเหม็นเน่าจากบ่อบำบัดน้ำเสีย รวมทั้งไม่กล้าดื่มน้ำประปาจากประปาหมู่บ้าน มานานกว่า 10 ปี แม้จะมีการร้องเรียนไปยังบริษัท และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ถึงความเดือดร้อนดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ปัญหาเดิมยังคงวนเวียน กลับมาสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา จึงยื่นคำขาดให้มีการย้ายบ่อบำบัดน้ำเสียออกไปจากพื้นที่อย่างเดียว โดยให้เวลาผู้บริหารโรงงาน 1 สัปดาห์ ในการพิจารณาย้ายบ่อบำบัดน้ำเสีย แล้วลงมาให้คำตอบกับชาวบ้านว่าจะดำเนินการหรือไม่อย่างไรในวันที่ 19 มี.ค.62
ในวันนี้(19 มี.ค.62) ชาวบ้าน จึงได้ไปรวมตัวกันที่ศาลาวัดไผ่ล้อม เพื่อรับฟังคำตอบจากทางโรงงาน โดยมี นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอสรรพยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วย นายภาคภูมิ อินทร์พยุง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท โนเบ็ลเอ็นซี จำกัด เข้ามาร่วมประชุมพูดคุยกับชาวบ้าน เบื้องต้นทางบริษัท ยินยอมที่จะย้ายบ่อบำบัดน้ำเสียออกไปจากพื้นที่ แต่ขอเวลาและการเตรียมการ ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ที่ประชุมร่วมมีมติให้จัดตั้งตัวแทนภาคี 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ตัวแทนชาวบ้าน หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้บริหารโรงงาน ร่วมกันประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรในการย้ายบ่อบำบัดน้ำเสียออกจากพื้นที่ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับชาวบ้านในจุดอื่น รวมทั้งผลกระทบกับการผลิตของโรงงาน
ทั้งนี้ สาเหตุที่บ่อบำบัดน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็นเน่า ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาส่งกลิ่นรุนแรง ทางโรงงานชี้แจงว่า เกิดจากการหยุดเดินเครื่องจักรการผลิตเพื่อปรับปรุงระบบชั่วคราว ทำให้เครื่องจักรที่เชื่อมโยงกันของบ่อบำบัดน้ำเสียหยุดทำงานไปด้วย จึงส่งผลให้น้ำในบ่อบำบัดเกิดการเน่าเสีย แต่หลังจากที่มีชาวบ้านร้องเรียน จึงได้เปิดเดินเครื่องจักรตามปกติแล้ว ทำให้ขณะนี้กลิ่นเหม็นเน่าเบาบางลง อย่างไรก็ตาม แม้กลิ่นเหม็นเน่าจะเบาบางลง แต่ชาวบ้านก็ยังคงยืนยันว่า จะต้องย้ายบ่อบำบัดออกไป เพราะหากปล่อยไว้ ปัญหาเดิมๆก็จะกลับมาซ้ำอีก
นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอสรรพยา กล่าวว่า ทางโรงงานยอมรับในสิ่งที่ชาวบ้านเรียกร้อง โดยแบ่งการทำงานเป็น 2 ระยะ คือระยะสั้นดำเนินการทันที โดยย้ายบ่อบำบัดห่างจากชุมชนก่อน ระยะยาวจะมีการปรับปรุงระบบที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสีย โดยการสั่งเครื่องจักรใหม่ลงมา และจัดหาพื้นที่ที่รองรับระบบบำบัดน้ำเสียในระยะยาวใหม่ ในส่วนของภาคราชการ ตอนนี้ได้มีการสั่งการให้เทศบาลตำบลโพนางดำออก ได้ออกข้อบัญญัติเพื่อควบคุมโรงงานอีกทางหนึ่งด้วย ส่วนการให้มีการปฏิบัติตามสัญญาจะมีคณะกรรมการไตรภาคี ทางภาคราชการจะร่วมกับทางบริษัทและตัวแทนชาวบ้าน เข้ามาร่วมกันกำหนดข้อปฏิบัติต่างๆที่จะปฏิบัติร่วมกัน แล้วส่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯเป็นผู้ร่างสัญญา แล้วจะกลับมาทำงานร่วมกันอีกทีว่ามีการปฏิบัติตามข้อตกลงต่างๆหรือไม่
ด้านนายบุญชู แย้มทอง ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า วันนี้ตามที่ประชุมตกลงกัน ชาวบ้านผิดหวังเยอะ เพราะชาวบ้านอยากรู้วันกำหนดให้แน่ชัด แต่ก็รู้ว่าระยะเวลาในการย้ายบ่อบำบัดไม่ใช่ง่าย แต่เรื่องกลิ่นเหม็นที่เป็นปัญหามานาน ทำให้ชาวบ้านไม่เชื่อใจแล้ว ชาวบ้านต้องการรู้ว่าถ้าจะย้ายบ่อบำบัด ต้องย้ายให้ขาดออกไปจากหมู่บ้าน จะมาย้ายจากตรงนี้ไปตรงโน้นมันไม่ใช่ ขอให้โรงงานพูดออกมาชัดเจนว่าจะย้ายขาด เพราะตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ร้องเรียนมาตลอด แต่ก็ไม่เป็นผล จนชาวบ้านทนไม่ไหว้แล้ว ต้องขอให้ย้ายบ่อบำบัดออกไปอย่างเดียว
ข่าว/ภาพ ชฎารัฐ จันทร์พาหิรกิจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชัยนาท
