- 24 มี.ค. 2562
เปิดโปงเรื่องโกงใน ร.ร. แต่เจ้านายมองเป็นผู้ร้าย ครูอาร์มสุดท้อ จ่อยื่นลาออก 1 พ.ค.นี้ ทิ้งทวนโพสต์ลากใส้เน่าการศึกษาไทย
จากกรณีที่เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2562 ชาวบ้านและนางสาวอรทัย แสงจันทร์ ครูผู้ช่วยโรงเรียนบ้านห้วยผักกูด ต.เชียงกลม อ.ปากชม จ.เลย ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนให้เข้ามาตรวจสอบการทำหน้าที่ของนายโกวิทย์ พรหมหาราช ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยผักกูด มีพฤติกรรมส่อทุจริตเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารเรียน มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับการจ้างเหมา ทำให้อาคารเรียนไม่ได้มาตรฐาน ชำรุดทรุดโทรมก่อนเวลาอันควร พื้นที่ห้องเรียนเป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่ดำเนินการจัดซื้อหนังสือเรียน ทำให้นักเรียนและครูไม่สามารถดำเนินการเรียนการสอนได้เต็มที่ และนอกจากนี้ ยังร้องเรียนว่า นายโกวิทย์ชอบดื่มสุราในเวลาราชการ ทั้งในโรงเรียนและดื่มอยู่ตามร้านค้าในชุมชน
ต่อมา ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลยเขต 1 ได้มีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการ ร.ร.บ้านห้วยผักกูด เพื่อดำเนินการสอบสวน พร้อมตั้งกรรมการสอบสวน น.ส.อรทัย ในฐานะผู้ร้อง โดยมีคณะกรรมการสอบสวนจาก สพฐ.มาดำเนินการร่วมด้วย ซึ่งภายหลังได้แจ้งผลการสอบสวนว่า น.ส.อรทัยดำเนินการร้องเรียนไม่เป็นไปตามขั้นตอนของทางราชการ สร้างความแตกแยกในชุมชน พร้อมห้ามติดต่อหรือให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยระบุว่า น.ส.อรทัยมีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ส่วนการสอบสวนนายโกวิทย์ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด และยังส่อว่ามีการช่วยเหลือให้พ้นผิดด้วย
หลังจากนั้น น.ส.อรทัยได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าร้องเรียนต่อสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเลย และขอความช่วยเหลือ เนื่องจากถูกกัดดันในเชิงข่มขู่คุกคามจากผู้บังคับบัญชา และกลุ่มชาวบ้านที่เสียผลประโยชน์จากการร้องเรียน ซึ่งว่าที่ ร.ต.สมบูรณ์ หัสดม ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเลย ได้รับเรื่องไปดำเนินการต่อ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงระหว่างรอความคืบหน้าจาก ป.ป.ช. น.ส.อรทัย แสงจันทร์ ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพหนังสือลาออกลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ลงในเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยมีผู้มาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก
น.ส.อรทัยระบุในเฟซบุ๊คว่า ไม่มีตำแหน่งหรือชื่อเสียงใดๆ ก็ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินได้ น่าจะดีกว่ารับราชการ แบบไม่มีอุดมการณ์ หวังผลกับแผ่นดิน ทั้งที่ใส่ชุดสีแผ่นดิน ไม่แปลกใจแล้วที่ระบบการศึกษาประเทศไม่ไปไหน ประเทศชาติยังประสบปัญหาเดิมๆ เหมือนสมัยโบราณ เกิดจากเกลือเป็นหนอน บ่อนทำลาย ไส้เน่าใน เพราะบางคนเห็นการรับราชการเป็นแค่อาชีพที่ได้เงิน คงลืมว่าต้องเสียสละ ซื่อสัตย์สุจริตด้วย
น.ส.อรทัยระบุอีกว่า “ พอเถอะกับคำว่า คุณไม่ปรับตัว อยู่ที่ไหนไม่ได้ ไม่มีน้ำใจกับผู้อื่น ฯลฯ ถ้าข้าพเจ้าไม่ปรับตัว ไม่มีน้ำใจ คงไม่รอสู้ทั้งอดทนนาน 2 ปี กว่าหรอกนะ ท่านอายในเครื่องแบบและตำแหน่งบ้างไหม ถ้าพวกคุณๆ ท่านๆ มีน้ำใจให้พวกพ้องที่ประพฤติมิชอบหนัก กรุณาเอาเงินส่วนตัวสร้างสถานศึกษาเอง โดยจ้างผู้รับเหมาแฝง และจ้างคนโกงกินแผ่นดิน ทำกรรมไว้กับเด็ก ไปทำงานในโรงเรียนที่สร้างด้วยเงินพวกท่าน สุดท้าย ควรให้บุตรหลานของท่านเข้าศึกษา ณ สถานศึกษา "แบ่งปันวิทยา" นี้ กรุณาอย่าเอาเงินประเทศชาติแบ่งปันกัน เน่า ขยะแขยง บ่อนทำลายในชุดสีแผ่นดิน มีความรู้แต่ขาดคุณธรรม ก็ไม่ควรใฝ่ใส่ชุดสีนี้ แม่ค้า หรือคนหาเช้ากินค่ำ ยังมีศักดิ์ศรี ยังรู้จักลงทุนหาเงิน
"ขอบคุณน้ำใจจอมปลอมที่ต้นสังกัดมีให้ อย่างเสมอต้นเสมอปลาย พอเถอะคำพูดหน้าไหว้หลังหลอก ตำแหน่งสูงๆ กันทั้งนั้น รักษาแต่หน้ากับชื่อเสียง ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นไม่ใส่ใจ เชิญเอาความผิดนานับประการให้ข้าพเจ้าได้ "ข้ามสาย" ชินและสำหรับทัศนคติแง่ลบแฝงด้วยเหตุผลจอมปลอม แต่สังเกตว่าไวมากๆ สำหรับเรื่องเอาผิดหยุมหยิม ตั้งแต่ร้องเรียนไป ก็ยังไม่เห็นดอกเตอร์... มาออกตัวเช่นวันแรกเลยนะคะ สุดท้ายคนชั่วก็กลัวความจริง ถ้าว่าดี ว่าถูกต้อง ก็ไม่ต้องปิดบัง ใช้ตำแหน่งหน้าที่ปั้นน้ำเป็นตัว หลบอยู่นั้น ดันแต่ผู้ใต้บังคับบัญชามาปัดกวาดทางให้ ถ้าวิสัยทัศน์ท่านดีจริง ถูกต้องจริง ทำไมไม่พูดต่อหน้าคน สังคม หรือสื่อ เช่นเดียวกันกับที่พูดใส่ข้าพเจ้า” น.ส.อรทัย ระบุในเฟซบุ๊ค
ส่วนหนังสือลาออกระบุว่า ข้าพเจ้าขาดขวัญและกําลังใจเป็นอย่างยิ่ง จาก การบริหารงาน การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในสถานศึกษา โดยผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรครูใน สถานศึกษา ตั้งแต่ข้าพเจ้าได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่จนมีการร้องเรียนจากข้าพเจ้า และเป็นการเบี่ยงเบนประเด็น มีการ ให้ข้อมูลเท็จในการรายงานบางช่วง การร่วมสร้างเอกสารเท็จ มีปกปิดข้อมูลและจากต้นสังกัดตั้งแต่มีการร้องเรียนจนถึงปัจจุบัน
ข้าพเจ้าได้รับการปฏิบัติ คําพูด บท สนทนา คําแนะนําแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ไม่เหมาะสม ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ และ ด้านการศึกษาที่นักเรียนจึงได้รับตามสิทธิ์ โดยมากเป็นคําพูดในทางตําหนิที่ข้าพเจ้าทําให้ชื่อเสียงหน่วยราชการ เสียหาย ไม่มีน้ำใจให้เพื่อนร่วมวิชาชีพ และบั่นทอนจิตใจในการร้องเรียนเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ทางการศึกษา ทั้งที่ ความเสียหายเกิดจากผู้ที่ข้าพเจ้าร้องเรียนเป็นเชิงประจักษ์ แต่กลับถูกเบี่ยงเบนประเด็น บิดเบือนความเป็นจริง ที่เกิดขึ้น ยังโน้มน้าวให้เห็นใจผู้ที่ข้าพเจ้าได้กล่าวหา โดยไม่ให้ความสําคัญแก่ประโยชน์ส่วนราชการ และ ผลกระทบด้านการศึกษาที่เกิดขึ้นกับนักเรียน ครู สถานศึกษาอย่างแท้จริง ทั้งยังไม่เคยได้รับกําลังใจ หรือการ สนทนาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาตั้งแต่ข้าพเจ้าประสบเหตุการณ์ใดๆ จากต้นสังกัด มีเพียงการทําให้ เหตุการณ์นิ่งและจบโดยไม่ให้ความสําคัญในเหตุแห่งปัญหา และสภาพจิตใจผู้ร้องเรียนที่ได้เผชิญ
ข้าพเจ้ามีจิตเคารพ รัก และศรัทธาในความเป็นข้าราชการครูเป็นอย่างยิ่ง มีเป้าประสงค์ที่มา รับราชการ ขอแตกต่างด้วยเหตุผลและความถูกต้อง ไม่สามารถปฏิบัติตนตามคําสั่งที่มีผลกระทบต่อการพัฒนา การศึกษาของประเทศ เป็นปลาว่ายตามน้ํา เอาตัวรอดไปตามสถานการณ์ จึงเลือกที่จะขอลาออก เพื่อออกไป เป็นพลเมืองที่ดีอย่างเต็มที่ ข้าพเจ้าไม่ใช้อารมณ์ในการยื่นหนังสือครั้งนี้ และได้ทบทวนคิดเป็นอย่างดี น.ส.อรทัยระบุในหนังสือลาออก
ภัทราวุธ บุญประเสริฐ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เลย
