คืบหน้า อาสาโหดดอดให้ปากคำตำรวจ เบื้องต้นตั้งข้อหาทำร้ายร่างกาย เผยโซเชียลขู่จนไม่กล้าออกจากบ้าน

คืบหน้า อาสาโหดดอดให้ปากคำตำรวจ เบื้องต้นตั้งข้อหาทำร้ายร่างกาย เผยโซเชียลขู่จนไม่กล้าออกจาดบ้าน

จากกรณีที่สามพ่อ แม่ ขี่จักรยานยนต์ออกไปซื้อของกิน แล้วเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านอยู่ด้วยความกลัวจะเสียค่าปรับ จึงวนรถกลับแต่จังหวะนั้นได้มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครตำรวจ สภ.หนองปรือ กระโดดเข้ามาดักหน้าพร้อมใช้อาวุธซึ่งคาดว่าเป็นไม้ความยาวกว่า 2 เมตรฟาดใส่อย่างแรง จนถูกเข้าที่ศีรษะของลูกชายวัย 2 ขวบ 1 เดือนจนสลบ ต้องเย็บถึง 3 เข็ม จากนั้นผู้เป็นแม่ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนกระทั่งวันนี้ช่วงบ่าย( 28 มี.ค.62 ) พ.ต.ท.ภานุภัทน์ จงอภิชัยกุล สว.สอบสวน เจ้าของคดีได้เดินทางมาสอบปากคำ น.ส.กัลยา ตมกลาง แม่ของน้องแซม ตึกพัทยาทร ชั้น 3 ของโรงพยาบาลบางละมุง โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนจะเดินทางกลับไป แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด

 

คืบหน้า อาสาโหดดอดให้ปากคำตำรวจ เบื้องต้นตั้งข้อหาทำร้ายร่างกาย เผยโซเชียลขู่จนไม่กล้าออกจากบ้าน

 

จนกระทั่งวันนี้ช่วงบ่าย( 28 มี.ค.62 ) พ.ต.ท.ภานุภัทน์ จงอภิชัยกุล สว.สอบสวน เจ้าของคดีได้เดินทางมาสอบปากคำ น.ส.กัลยา ตมกลาง แม่ของน้องแซม ตึกพัทยาทร ชั้น 3 ของโรงพยาบาลบางละมุง โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนจะเดินทางกลับไป แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด ต่อมามีรายงานว่า ในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายจักรภพ  บุญรอด อาสาสมัครตำรวจรายนี้ดอดเข้าให้ปากคำกับ พ.ต.ท.ภานุภัทน์ จงอภิชัยกุล สว.สอบสวน เจ้าของคดี  ก่อนเดินทางกลับโดยใช้เงินสดประกันตัวไป เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา “ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ” ส่วนข้อหาอื่นนั้นต้องรอใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลบางละมุงวินิจฉัยระบุอาการว่าสาหัสหรือไม่อย่างไร ก่อนจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในภายหลัง

 

คืบหน้า อาสาโหดดอดให้ปากคำตำรวจ เบื้องต้นตั้งข้อหาทำร้ายร่างกาย เผยโซเชียลขู่จนไม่กล้าออกจากบ้าน

 

ขณะที่ ร.ต.อ.บุญช่วย พิดานคำ รอง สวป.สภ.หนองปรือ เปิดเผยว่า สำหรับนายจักรภพ บุญรอด หรือ ตำรวจอาสาสมัครที่ก่อเหตุ ได้เข้ามาช่วยงานทางตำรวจตั้งแต่ อายุ 17-18 ปี จากนั้นได้ไปรับราชการทหารสังกัดทหารบก และได้ลงพื้นที่ ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากปลดประจำการ ก็กลับมาช่วยงานอาสาต่อได้ประมาณเกือบ 1 ปีแล้ว ตนยืนยันว่า นายจักรภพ ปฏิบัติหน้าที่โดยเคร่งครัด อยู่ในคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตลอด ไม่ทำอะไรโดยพลการ ไม่มีนิสัยใจร้อน ขยันทำงานด้านจิตอาสา ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ นายจักรภพ อยากจะเข้าเยี่ยมน้องแซม และแม่ที่ รพ. แต่จากกรณีดังกล่าว กระแสโซเชียลมีการขู่ทำร้าย ถึงขั้นไม่กล้ากลับบ้าน ทำให้แม่ของนายจักรภพ เกิดอาการเครียดไปด้วย ซึ่งได้โทรศัพท์ติดต่อกับตนอยู่ตลอดเวลา โดยยืนยันว่า จะไม่หลบหนีแต่อย่างใดแต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนทางกฎหมาย

 

คืบหน้า อาสาโหดดอดให้ปากคำตำรวจ เบื้องต้นตั้งข้อหาทำร้ายร่างกาย เผยโซเชียลขู่จนไม่กล้าออกจากบ้าน

 

ภาพข่าว อนันต์ สุขวัฒนะ/เอกชัย สุขวัฒนะ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำหนักข่าวทีนิวส์ จ.ชลบุรี รายงานจากศุนย์ข่าวภาคตะวันออก สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี