- 31 มี.ค. 2562
หน้าแล้งปีนี้น้ำในแม่น้ำมูลลดลงพื้นที่บางแห่งตื้นเขิน ชาวบ้านแห่กันมาทอดแหจับปลาเลี้ยงชีพ ที่เหลือก็จะเอาไปจำหน่ายขายในคนในหมู่บ้านด้วยกัน
วันนี้ วันที่ 31 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า หน้าแล้งปีนี้ เกษตรกร และชาวบ้านในยามว่างงาน และในช่วงหน้าแล้งปีนี้ แม่น้ำในลำน้ำชี และแม่น้ำมูลในเขตพื้นที่ จ.สุรินทร์ต่างก็แห้งขอด เนื่องจากภัยแล้ง ทำให้แม่น้ำในลำน้ำชีและ แม่น้ำลำน้ำมูลแห้ง และตื้นเขินจนเห็นพื้นเนินทรายเป็นจุดๆเป็นช่วงๆ เกษตรกร และชาวบ้านที่ว่างงานต่างพากันไปหว่านแหจับปลากันเพื่อเลี้ยงชีพและบางส่วนถ้าเหลือก็ขายเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนกัน
ชาวบ้านในเขต ต.เมืองลีง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ และชาวบ้านในเขต ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ต่างก็พากันไปหว่านแหจับปลาในพื้นที่แม่น้ำมูลกัน เพราะหน้าแล้ง ปีนี้ ทำให้ลำน้ำมูลตื้นเขินเป็นช่วงๆชาวบ้านจึงพากันไปหว่านแหจับปลานำมาทำกับข้าวเลี้ยงชีพในครัวเรือน ได้ปลากันมาคนละ2- 5 โลกลับบ้านกัน ปลาที่ได้ก็จะเป็นปลาขาว, ปลากราย, ปลากด, ปลาคัง, ได้มาทำกับข้าวในครอบครัว ลดรายจ่ายในครัวเรือน ส่วนปลาที่เหลือก็แบ่งขายให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันเป็นรายได้ไว้จุนเจือครอบครัว นอก จากนี้ มีชาวบ้านบางคนหว่านแหจับปลา “ดวงหมาน” (ดวงดี) จับได้ปลากดคังตัวใหญ่ 2 ตัว มีน้ำหนักร่วม 2 ตัวเกือบ 10 กิโลกรัม ซึ่งปลากดคังราคาขายตามท้องตลาดประมาณกิโลกรัมละ 200 บาท
ชาวบ้านรายที่ได้ปลากดคังตัวใหม่ (สงวนชื่อ) เป็นชาวบ้านที่อยู่หมู่บ้านดงเค็ง ต.เมืองลีง อ.จอมพระ บอกว่าตนเองมากับเพื่อนๆ 4 คนในกลุ่ม หว่านแหจับปลากดคังน้ำมูลได้ 2 ตัว ตัวใหญ่น้ำหนัก 4 โลครึ่ง ตัวเล็กน้ำหนัก 2 โลครึ่ง รวม 2 ตัวหนัก 7กิโลกรัม ปลากดคังถ้าตนเองจำนำไปขายที่ อ.สตึก ราคา ปลากดคังกิโลกรัมละ 200 บาท ถ้าขายในหมู่บ้านเดียวกันก็จะขายในกิโลกรัมละ 150 บาท
นอกจากได้ปลากดคังตัวใหญ่แล้วทุกคนที่ไปหว่านแหจับปลาก็ได้ปลาขาว ปลากราย ปลากดตัวเล็กๆ ชาวบ้านบางคนก็จะได้คนละละ 2 -5 กิโลอีก ก็พอมีรายได้ช่วยเหลือครอบครัวยามว่างงานกัน ส่วนปลากดคังตัวใหญ่ก็นำไปขายให้ชาวบ้านที่มาซื้อต่อตัวหนึ่ง อีกตัวหนึ่งที่น้ำหนัก 4โลครึ่งนั้นเอาไปชำแหละเนื้อแบ่งกันกับเพื่อนๆ 4 คน ปลาคังเป็นปลาเนื้ออร่อย จุดเด่นเนื้อแน่นไม่หลวมไม่เละนำมาปรุง ทำอาหารได้สารพัดเมนูอาหาร เช่นต้มยำปลาคัง, ปลาคัง ลวกจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ด, ผัดฉ่าปลาคัง, แกงป่าปลาคัง, และปลาคังย่างก็อร่อยแซ่บอีหลีเด้อ
ภาพ/ มนตรี เจริญศิริ และ เขมชาติ ชุณหกิจขจร
ข่าว/ รมิตา สิงหเสรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดสุรินทร์
