แปลกแต่จริงบนบานแก้ผ้าวิ่งรอบวิหารหลวงพ่อขาว หลังจับได้ใบดำ  “งิ้วแก้ผ้า” ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่

แปลกแต่จริงบนบานแก้ผ้าวิ่งรอบวิหารหลวงพ่อขาว หลังจับได้ใบดำ “งิ้วแก้ผ้า” ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่ บนบาน ให้พ้นถูกเกณฑ์ทหารจะทำการ แก้ผ้าร่ายรำแก้บน

วันนี้  2  เม.ย. 62 แปลกแต่จริง บนบานแก้ผ้าวิ่งรอบวิหาร หลวงพ่อขาว หลังจับได้ใบดำ  “งิ้วแก้ผ้า” ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่ บนบาน ให้พ้นถูกเกณฑ์ทหารจะทำการ  แก้ผ้าร่ายรำแก้บน ถวายหลวงพ่อขาว “งิ้วแก้ผ้า”  ที่บริเวณวิหาร  ริมถนนสายบ้านหลักแก้ว - บางจัก หมู่ 6ตำบลหลักแก้ว อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง  โดยจะมีชาวบ้านเดินทางมาบนบานศาลกล่าวให้จับได้ใบดำในการเกณฑ์หารกองเกิน  หลังพ้นจากถูกเกณฑ์ทหาร ได้เดินทางมาแก้บนแก้ผ้าร่ายรำแก้บน เคาะปี๊บ ถวายหลวงพ่อขาว    ในยามค่ำคืนกันอย่างคึกคัก

 

แปลกแต่จริงบนบานแก้ผ้าวิ่งรอบวิหารหลวงพ่อขาว หลังจับได้ใบดำ  “งิ้วแก้ผ้า” ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่

 

แปลกแต่จริงบนบานแก้ผ้าวิ่งรอบวิหารหลวงพ่อขาว หลังจับได้ใบดำ  “งิ้วแก้ผ้า” ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่

 

แปลกแต่จริงบนบานแก้ผ้าวิ่งรอบวิหารหลวงพ่อขาว หลังจับได้ใบดำ  “งิ้วแก้ผ้า” ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่

ด้าน นาย เจนณรงค์  ชูวงษ์ อายุ 21 ปีที่จับได้ใบดำเล่าให้ฟังว่า ตนเองได้บนบาลศาลกล่าวเล่นงิ้วแก้ผ้าถวายหลวงพ่อขาวจำนวน 9 รอบ หากจับได้ใบดำ เชื่อความศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อขาวตนเองจับได้ใบดำรอดพ้นจากการเป็นทหารกองเกินจึงได้มาทำการแก้ผ้าแก้บนหลวงพ่อขาวจำนวน 9 รอบ  ส่วนทางด้านนายมานะ ชูวงษ์ผู้เป็นพ่อ เล่าให้ฟังว่า ตนเองก็เคยมาบนบานศาลกล่าวหลวงพ่อขาวในช่วงตอนเกณฑ์หารแล้วจับได้ใบดำ มาแก้ผ้าแก้บนจำนวน 9 รอบ และก็พาลูกชายมาบนบานหลวงพ่อขาวก็สมหวังความศักดิ์สิทธิ์ ปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อขาว พระพุทธรูปปูนปั้นสีขาวปางเลไลยก์ พระพุทธรูปศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยาหน้าตักกว้าง1เมตร  สูง 1.80 เมตร ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวิหาร ข้างองค์การบริหารส่วนตำบลหลักแก้ว  ที่ในช่วงฤดูการเกณฑ์ทหารจะมีชาวบ้านจำนวนมากเดินทางมาบนบานศาลกล่าวให้ลูกชายพ้นจากการถูกทหารกองเกิน

 

แปลกแต่จริงบนบานแก้ผ้าวิ่งรอบวิหารหลวงพ่อขาว หลังจับได้ใบดำ  “งิ้วแก้ผ้า” ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่

 

แปลกแต่จริงบนบานแก้ผ้าวิ่งรอบวิหารหลวงพ่อขาว หลังจับได้ใบดำ  “งิ้วแก้ผ้า” ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่

 

แปลกแต่จริงบนบานแก้ผ้าวิ่งรอบวิหารหลวงพ่อขาว หลังจับได้ใบดำ  “งิ้วแก้ผ้า” ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่

หลังจากสมหวังจะเดินทาง มาแก้บนในยามค่ำคืนด้วยการ  การเปลือยกายรำแก้บน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "งิ้วแก้ผ้า"  ตามจำนวนรอบที่ได้ทำการบนบานเอาไว้

โดย มีเรื่องเล่ากันต่อมาจากรุ่นสู่รุ่นว่า  บริเวณที่ประดิษฐานหลวงพ่อขาว เดิมทีเป็นวัดในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมากลายสภาพเป็นวัดร้างและเป็นสุสานฝังศพทารกและสถานที่เลี้ยงวัวควายของ ชาวบ้าน ซึ่งหลวงพ่อขาวเดิมที มีเพียงพระเศียรกับพระอุระโผล่ขึ้นมาจากดิน   แต่ชาวบ้านยังไม่ทราบถึงความศักดิ์สิทธิ์ และในช่วงต้นเดือน เม.ย.   ซึ่งเป็นช่วงที่มีการคัดเลือกทหารกองเกิน   แล้วมีคนเกิดอุตริไปบนบานว่าหากไม่ถูก ทหารเกณฑ์ จะมาวิ่งแก้ผ้า  เปลือยกายรำแก้ พร้อมด้วยการตีปี๊บ  หรือเรียกว่าจริง   “งิ้วแก้ผ้า”  และไม่ถูกทหารจริง ๆ

              นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาชาวบ้านพากันมาบนบาน ทั้งในจังหวัดและใกล้เคียง ที่มีความประสงค์ไม่ตองการเป็นทหารเกณฑ์  ต้องมาบนหลวงพ่อขาวด้วยการวิ่งหรือรำแก้ผ้าพร้อมด้วยการเคาะปี๊บ ซึ่งถือเป็นพิธีกรรมที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน ร่ำลือไปทั่วพื้นที่ ชาวบ้านจึงได้พากันมาบนบานทั้งในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง ผู้ที่ไม่ต้องการเป็นทหารเกณฑ์ ต่างเดินทางมาบนบานศาลกล่าวกับหลวงพ่อขาว เมื่อสมหวังแล้วก็ทำการแก้บน “ งิ้วแก้ผ้า ” กันต่อไป

 

แปลกแต่จริงบนบานแก้ผ้าวิ่งรอบวิหารหลวงพ่อขาว หลังจับได้ใบดำ  “งิ้วแก้ผ้า” ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่

 

แปลกแต่จริงบนบานแก้ผ้าวิ่งรอบวิหารหลวงพ่อขาว หลังจับได้ใบดำ  “งิ้วแก้ผ้า” ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่

 

แปลกแต่จริงบนบานแก้ผ้าวิ่งรอบวิหารหลวงพ่อขาว หลังจับได้ใบดำ  “งิ้วแก้ผ้า” ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่

 

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.อ่างทอง