- 04 เม.ย. 2562
ทนายชื่อดังคดีหวย30 ล้าน นำชาวบ้านตำบลสวนพริก จี้รังวัดที่ดิน เร่งตรวจสอบรังวัดที่รุกล้ำลำรางสาธารณะและวัดโดยด่วน
วันที่ 4 เม.ย.2562 นายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความชื่อดังจากคดีหวย 30 ล้าน ครูปรีชา ใคร่ครวญ พร้อมด้วยพันเอก ชินรัชต์ รัตนจิตเกษม อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน สภาผู้แทนราษฎรสมัยที่ 24 และ ชาวบ้านตำบลสวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 67 คน รวมตัวกัน เดินทางมาที่สำนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อยื่นหนังสื่อให้ตรวจสอบการรังวัดที่ดิน พื้นที่ หมู่ 4 ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ของเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดินคนก่อนหน้านี้ว่าดำเนินการถูกต้องและหรือไม่ถูกต้อง โดยให้เวลาไม่เกิน 15 วัน ไม่เช่นนั้นทางชาวบ้านจะยื่นฟ้องเองทั้งอาญาและทางแพ่ง กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
หลังจากนั้นได้เดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในเรื่องที่ชาวบ้านเคยยื่นหนังสือคัดค้านการรังวัดที่ดินพื้นที่ดังกล่าว เพราะเชื่ออย่างสุจริตใจว่าการรังวัดที่ดินพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปด้วยความไม่โปร่งใส ของเจ้าหน้าที่ที่มารังวัดก่อนหน้านี้ ซึ่งอ้างว่าหาหลักฐานไม่พบ จึงต้องใช้ภาพถ่ายผ่านดาวเทียม จนมีการปักหมุดรุกล้ำเข้ามายังที่ลำรางสาธารณะ ทางกระบือ และ วัด โดยมีนางสยุมพร กุลสุ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงมารับเรื่องแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 29 ม.ค.2562 และเสนอเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตรวจสอบแก้ไขปัญหาข้อพิพาท จนเวลาล่วงเลยมาพอสมควรยังไม่มีความชัดเจน ชาวบ้านจึงรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อยื่นหนังสือทวงความชัดเจนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งสำนักงานที่ดินจังหวัดฯและผู้ว่าราชการจังหวัดฯ
ต่อมานางสาวนุชนาถ ประทีปธีรานันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนางสยุมพร กุลสุ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายยุทธนา ไพฑูรย์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ นายไพศาล ธรรมโชโต หัวหน้าฝ่ายรังวัดที่ดิน ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังปัญหาของชาวบ้านที่เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียน โดยทางพันเอก ชินรัชต์ รัตนจิตเกษม อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน สภาผู้แทนราษฎรสมัยที่ 24 เป็นคนกลางยื่นข้อเสนอให้ทางเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดินนำหลักฐานโฉนดที่ดิน ของแต่ละฝ่ายมาอ้างอิงว่าพื้นที่ข้อพิพาทดังกล่าว ว่ามีความแตกต่างและหรือมีส่วนใดที่ไม่ตรงกัน แล้วจะได้แจ้งให้พยานบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในละแวกใกล้เคียงที่ดินพื้นที่ที่เป็นปัญหามาสอบสวนหาข้อเท็จจริง ว่าเป็นมาอย่างไร เป็นทางสาธารณะ หรือที่มีโฉนดหรือไม่อย่างไรอีกครั้งหนึ่ง โดยจะนัดสอบพยานบุคคลที่ว่าการอำเภอพระนครศรีอยุธยา แทน อบต.สวนพริก ซึ่งชาวบ้านไม่มีความเชื่อมั่นและไว้วางใจ ในการไปให้ปากคำพยานบุคคล กับทางเจ้าหน้าที่ อบต.สวนพริก อีกแล้ว จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นฝ่ายดำเนินการสอบสวนในขั้นตอนต่อไป ชาวบ้านจึงพึงพอใจและแยกย้ายกันกลับ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่นัดสอบพยานอีกครั้งหนึ่ง แต่หากเป็นปัญหาทางตนจะนำเจ้าที่รังวัดแผนที่ของทหารที่มีความชำนาญในการรังวัดแผนที่มารังวัดเอง
นายสายัณห์ สุขอุดม อายุ 70 ปี ชาวบ้านที่มีที่นาติดกับที่ดินที่เป็นข้อพิพาท กล่าวว่า ยังไงก็ขอนั่งยันยืนยัน ว่าพื้นที่ดังกล่าว เป็นลำรางสาธารณะ เป็นทางกระบือ สถานที่ที่เจ้าหน้าที่รังวัดและนายทุนมารังวัดและปักหมุดรุกล้ำเข้ามานั้น แต่ก่อนเป็นถนนและลำคลอง ที่ชาวบ้านใช้สัญจรไป-มาดั้งเดิมตั้งแต่ปู่ย่าตายาย เป็นที่สาธารณะ และที่วัด ซึ่งสมัยก่อนเป็นด้านหลังของวัด ซึ่งชาวบ้านใช้เป็นล้างชำระ และเผาศพ ส่วนหน้าวัดจะอยู่ทางแม่น้ำลำคลอง สมัยก่อนใช้สัญจรทางเรือ แต่ปัจจุบันด้านหลังของวัดมีถนนทางหลวงชนบทตัดผ่าน จึงกลายเป็นหน้าวัดในปัจจุบัน ตนอยู่มาตั้งแต่เล็กจนตอนนี้อายุ70 ปีแล้ว ย่อมรู้พื้นที่ดี ว่าพื้นที่นาถึงไหน คลอง-วัดอยู่ตรงไหน มีต้นตาลหลงเหลืออยู่เป็นแนวคลอง และทางกระบือ
ภาพ-ข่าว เกียรติยศ ศรีสกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าว ที นิวส์ จ.พระนครศรีอยุธยา
