- 20 เม.ย. 2562
ไฟไหม้เรือทัวร์เบ็ดปากบารา ไฟโหมลามลุกไหม้อย่างรวดเร็ววอด 8 ลำ บางลำไหม้จนจมลงในน้ำ รถดับเพลิงจากอบต.ปากน้ำ อบต.ละงู เทศบาลต.กำแพง 5 คันระดมฉีดน้ำ เบื้องต้นเสียหายไม่ต่ำกว่า12 ล้าน
เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือทัวร์เบ็ด ซึ่งจอดอยู่บริเวณท่าเรือทัวร์เบ็ด ม.2 ต.ปากน้ำอ.ละงู จ.สตูล ซึ่งอยู่ใกล้กับท่าเรือปากบารา บริเวณหลังสำนักงานที่ทำการอุทยานฯตะรุเตา เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 20 เม.ย. 62 ต่อมานายธานี หะยีมะสาและ นายอำเภอละงู จ.สตูล รุดมายังที่เกิดเหตุพบเรือจำนวนหลายลำกำลังถูกไฟโหมไหม้อย่างรุนแรง ชาวบ้านได้ช่วยกันตัดเชือกเรือเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกไหม้ไปยังเรือใกล้เคียงที่จอดเรียงรายเป็นชั้นๆ กว่า30 ลำ โดยมีรถดับเพลิงจากอบต.ปากน้ำ อบต.ละงู เทศบาลต.กำแพง จำนวน5 คันมาช่วยดับเพลิงและสกัดกั้นไม่ให้ลุกลามไปยังลำใกล้เคียง เจ้าของเรือต้องนำเรือไปจอดไว้ยังฝั่งตรงข้ามเพื่อไม่ให้เปลวไฟหรือสะเก็ดไฟกระเด็นมาถูก หลังเพลิงสงบพบว่ามีเรือทัวร์เบ็ดที่ได้รับความเสียหายจำนวนจำนวน 8 ลำ วอดทั้งลำ 6 ลำและเหลือเพียงโครงอีก 2 ลำทั้ง 8 ลำไม่สามารถใช้การณ์ได้แล้ว โดยเรือทัวร์เบ็ดทั้ง 8 ลำได้แก่เรือโชควรรษพร เรือเพชรมาริน เพือกพฟารี เรือยอนำเจริญ หรือรุ่งทิตย์ เรือบุษบา เรือโชคกำพล และเรือโชตกิติการณ์ ทั้งหมดไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยทางอ.ละงูได้ให้เจ้าหน้าที่ตั้งโต๊ะรับแจ้งความเสียหายจากเจ้าของเรือเนื่องจากเรือทุกลำมีทะเบียนถูกต้องทั้งหมด
นางรุ่งทินี มีอำพล ภรรยาเจ้าของเรือโชติกิตติการณ์หรือภรรยาไต๋หมูกล่าวทั้งน้ำตาว่าทราบข่าวเมื่อช่วงตี5 วันนี้มีเพื่อนโทรมาบอกว่าเรือทัวร์เบ็ดถูกไฟไหม้ จึงได้ออกมาดูพบว่าเรือไหม้ไปทั้งลำแล้ว ก็ตกใจไม่นึกจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้เพราะเรือมีการจองทัวร์มาล่วงหน้าแล้วด้วย จากที่เห็นเรือไหม้จากโซนแรกก่อนและลามเข้ามาด้านใน เพราะเรือจะผูกติดๆกันเป็นแถวๆ ด้านนายวาหลาด เกษม ประธานชมรมเรือทัวร์เบ็ดปากบารา กล่าวว่าขณะเกิดเหตุมีไฟลุกไหม้เต็มลำเรือและมีเสียงระเบิดซึ่งคาดว่าเกิดจากถังแก๊สในเรือ มีเสียงระเบิดดังมาเป็นระยะๆ ตนเร่งให้เจ้าของเรือรีบตัดเชือกเรือนำเรือที่ยังไม่ถูกไฟไหม้ลากไปที่ปลอดภัย เรือแต่ละลำมีอุปกรณ์พร้อมสำหรับที่จะออกเรือโดยบางลำจะออกในเช้าวันนี้เพราะมีชาวอินโดมาเช่าเหมาตกปลาแล้ว โดยเรือถูกไฟไหม้จนเสียหายทั้งหมดจมไปแล้วหลายลำเห็นเพียงแต่เสากระโดงเรือโดยเฉพาะวันนี้มีเรือ4-5 ลำที่นำลูกค้าออกไปตกปลาในเช้านี้แต่มาถูกไฟไหม้เสียก่อน ส่วนสาเหตุนั้นตนไม่ทราบแต่ความเสียหายนั้นเรือแต่ละลำหากเป็นขนาดกลางราคาอยู่ที่ 1 ล้าน 5 แสนบาทหากเป็นเรือขนาดใหญ่ก็ลำละ 2 ล้านบาทตอนนี้แทบหมดตัว
ด้านนายธานี หะยีมะสาและ นายอำเภอละงู กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่เก็บข้อมูลของผู้เสียหายทั้งหมด เรือหลายลำที่ถูกไฟไหม้จนจมลงในคลอง บางลำก็มีคนเฝ้าแต่เนื่องจากเกิดเหตุตรงช่วงเช้ามืดซึ่งคนที่เฝ้าเรือบางลำก็ไปละหมาด ซึ่งชาวบ้านเองเมื่อทราบเหตุก็ช่วยกันเต็มที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อส.ก็มาช่วยกันอย่างเต็มที่เพื่อนำเรือที่ยังไม่ถูกไฟไหม้ออกจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟลัดวรจรแต่ทั้งนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาสำรวจและตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามโดยลำที่ได้รับความเสียหายต้องลากไปไว้ปากคลองบริเวณแหลมเตะบันเพื่อให้จมลงในบริเวณดังกล่าวและไม่ให้ลุกลามไปยังเรือสปิทโบ๊ทหรือเรือท่องเที่ยว ซึ่งค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 12 ล้านบาทส่วนสาเหตุที่แน่ชัดต้องรอเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบอีกครั้ง...................
ภาพ/ข่าว สุไหล โพธิ์ดก ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์จ.สตูล
