- 14 ธ.ค. 2559
http://panyayan.tnews.co.th/
กระแสพญานาค ถูกกลับมาแชร์กันในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวางอีกครั้ง หลังจากละครเรื่องนาคีได้อวสานลงไปอย่างตราตรึงใจ เชื่อว่าอีกไม่นานเรื่องราวของ “พญานาค” ก็จะถูกนำมาสร้างเป็น นวนิยายและบทละครซ้ำอีกครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด มนต์เสน่ห์ของพญานาคก็ยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย
วันนี้ ทางทีมข่าว “ปัญญาญาณ ทีนิวส์” จึงได้นำข้อมูลของรูปภาพที่เราคุ้นตา “ทหารอเมริกัน จับนางพญานาคที่ลุ่มน้ำโขง” มาย้อนเล่าให้ฟังอีกครั้งว่าแท้ที่จริงแล้ว สิ่งที่ทหารอเมริกัน จับได้นั้นเป็นตัวอะไรกันแน่ ตามที่เพจ “ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat” ได้ให้ข้อมูลโดยมีรายละเอียดตามเพจว่า
รูปที่พี่น้องลาวบอกว่า ทหารอเมริกันจับ "นางพญานาค" ได้ในลาว ???
หลายคนที่เคยไปลาวมาคงอาจเคยได้เห็นรูปนี้ เพราะที่นั่นเขาพยายามโชว์มาก รูปนี้ถูกอ้างว่าถ่ายได้เมื่อ วันที่ 27 มิ.ย. 2516 เมื่อทหารอเมริกันที่ตั้งฐานทัพอยู่ในประเทศลาว จับปลาชนิดหนึ่งได้ในแม่น้ำโขงปลาตัวนี้วัดความยาวได้ ประมาณ 7.80 เมตร มีลำตัวยาวคล้ายงู หัวเหมือนม้า มีขนคอสีแดงดุจเปลวเพลิง
ผู้เขียนไปลาวก็เห็นที่ลาวเขาเอารูปนี้มาทำป้ายใหญ่ แล้วมีการเขียนชื่อด้วยว่าเป็น "นางพญานาค" ตามที่เห็นในรูปที่เอามาให้ดู
มีข่าวบอกอีกว่าทหารหลายคนกินเนื้อปลาตัวที่จับได้นี้ และทุกคนที่กินเนื้อปลาเข้าไปก็มีอันเป็นไปตามกันไป
ซึ่งที่ว่ามาทั้งหมดนั้นไม่เป็นเรื่องจริงเลยแม้แต่น้อย
เจ้าปลาตัวนี้ไม่ได้ถูกจับที่ประเทศลาว แต่เป็นนอกชายฝั่งของซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และพวกเขาก็ไม่ได้กินมันลงไปแน่นอน และรูปนี้มันถูกจับได้ปีพศ. 2539 ไม่ใช่ตั้งแต่ปี 2516
และมันคือปลาชนิดหนึ่ง ที่ชื่อว่า "ปลาออร์" หรือ "Oarfish" (ดูรายละเอียด baabin.com/185353/ )
พญานาค เป็นวัฒนธรรมร่วมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทย-ลาว-พม่า-เขมร เชื่อเรื่องนาคใหญ่ หรือพญานาค ขณะที่เวียดนามจะเรียกเป็น "มังกร" เช่นเดียวกับจีน
ทางตะวันออกกลางก็มีความเชื่อเรื่องพญานาค-มังกร นี้เช่นกัน โดยถือเป็น "งูใหญ่" มีบันทึกในคัมภีร์ไบเบิลด้วย
ความเชื่อทางตะวันตกและมุสลิมมองเรื่องงูใหญ่-พญานาค-มังกร ไม่ดี ถือเป็นสัตว์ชั่วร้าย เป็นสัญลักษณ์ของซาตาน ในขณะที่ทางจีน-อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มองเป็นสัตว์ที่ดี ให้โชคลาภ เป็นเทพเทวดาชนิดหนึ่ง
เรื่องพญานาคกับมังกร เป็นประเด็นในทางศาสนวิทยาด้วยว่า มันคือสัตว์ชนิดเดียวกันไหม?
ศิลป์ชัย
ออร์ฟิช “ปลาแผ่นดินไหว”
ทั้งนี้ จากข้อมูลในเว็บไซต์ “สถานการณ์ภัยพิบัติ” ให้ข้อมูลไว้ว่า
เจ้าปลาออร์ฟิช นี้ มีสมญานามว่า “ปลาแผ่นดินไหว”
เพราะโดยปกติแล้ว อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า มันอาศัยอยู่ในระดับน้ำทะเลลึกราว 20-1000 เมตร
เมื่อเกิดปรากฏการณ์แผ่นดินไหว ปลาประหลาดดังกล่าวจะตกใจและว่ายน้ำมายังบริเวณน้ำตื้น และมันก็จะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ จึงตายในทันที การปรากฏตัวของมันจึงมาพร้อมข่าวร้าย ช่วงก่อนและหลังแผ่นดินไหวเสมอๆ
ดังนั้น หายนะแห่งภัยพิบัติ จึงปรากฏขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการได้เห็นซากศพของเจ้าปลาออร์ฟิชเสมอๆ
ถึงแม้ว่าเจ้าปลาออร์ฟิช จะมีหงอนแดง และลำตัวยาวกว่าปลาทั่วๆไปคล้ายคลึงกับพญานาค (มันถูกบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊คว่า เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่ยาวที่สุดในโลก) อย่างไรก็ตามเจ้าออร์ฟิชมันก็ยังคือปลา ไม่ใช่งูใหญ่ในตำนาน
(ภาพนี้จับปลาได้ที่แคลิฟอเนีย)
โดยตามความเชื่อทางพุทธศาสนาแล้ว “พญานาค” เป็นสัตว์วิเศษ ซึ่งอยู่คนละภพภูมิของมนุษย์ โดยเฉพาะคนไทย – ลาว มักบูชาพญานาคเพราะเราเชื่อกันว่า พญานาคนิสัยเคารพพระพุทธศาสนามาก ในสมัยพุทธกาล ถึงกับปลอมตัวมาบวชเป็นภิกษุ และยังมีพญานาคมุจลินท์ ที่ปกป้องพระพุทธเจ้ากลมฝนมิให้ต้องพระวรกาย ต้นกำเนิดของพระปางนาคปรก
ความเชื่อของชาวฮินดู ก็ถือว่า นาคเป็นสะพานเชื่อมภาวะปกติ กับที่สถิตของเทพ ทางเดินสู่วิษณุโลก เช่น ปราสาทนครวัด จึงทำเป็น พญานาคราช ที่ทอดยาวรับมนุษย์ตัวเล็ก ๆ สู่โลกแห่งความศักดิ์สิทธิ์ หรือบั้งไฟของชาวอีสานที่ทำกันในงานประเพณีเดือนหก ก็ยังทำเป็นลวดลาย และเป็นรูปพญานาค พญานาคนั้นจะถูกส่งไปบอกแถนบนฟ้าให้ปล่อยฝนลงมา
พญานาค จึงเป็นสัตว์วิเศษ ที่มีอิทธิฤทธิ์ บันดาลความยิ่งใหญ่ อุดมสมบูรณ์ให้ผืนแผ่นดิน และบางครั้งถึงกับต่อกรกับเทวดาได้เลยทีเดียว
แน่นอนว่า “พญานาค” ไม่อาจเห็นได้ด้วยตาเปล่า ด้วยไม่ได้อยู่ภพภูมิเดียวกับมนุษย์ จึงมีเรื่องเล่าขานกันมากมาย จากเกจิ ครูบาอาจารย์ผู้ทรงอภิญญาต่างก็รับรองยืนยันตรงกันว่าพญานาคมีอยู่จริง ดังนั้นผู้อิทธิฤทธิ์อันมหาศาลซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นสัตว์วิเศษผู้ควบคุมลมฝนนั้น คงไม่สิ้นท่า มาเกยตื้นให้มนุษย์จับมาถ่ายรูปเล่นง่ายๆ เป็นแน่!
ข้อมูลอ้างอิงจาก : เว็บไซต์สถานการณ์ภัยพิบัติ และ http://www.sott.net
ข่าว : “ทิพย์วารี” : ทีมข่าว ปัญญาญาณทีนิวส์






