บทบาทภารกิจสำคัญกกท. กับการพัฒนากีฬาอาชีพไทย

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.tnew.co.th

บทบาทภารกิจสำคัญกกท. กับการพัฒนากีฬาอาชีพไทย บทบาทภารกิจสำคัญกกท. กับการพัฒนากีฬาอาชีพไทย

 

นับเป็นระยะเวลากว่า 4 ปีแล้วที่พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556 และมีผลบังคับใช้อีก 60 วันต่อมาในวันวาเลนไทน์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ทำให้ที่ผ่านมาวงการกีฬาอาชีพไทยเริ่มมีพัฒนาขึ้นมาเห็นได้ชัดอย่างต่อเนื่อง...

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) โดยฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย เป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลในเรื่องการส่งเสริมกีฬาอาชีพ ซึ่งที่ผ่านมา กกท.ก็ได้ดำเนินการร่าง และจัดทำ พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ เพื่อเดินหน้าตามบทบาทภารกิจหลักที่สำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนากีฬาอาชีพในทุกส่วนที่เกี่ยวข้องให้มีมาตรฐาน และศักยภาพเทียบเท่านานาชาติ

ภายหลังจากที่ พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ ได้ประกาศใช้ออกมาแล้วนั้น ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย กกท.ในฐานะสำนักงานเลขานุการมีบทบาทหน้าที่ดำเนินการเรื่องต่างๆ ในวงการกีฬาอาชีพไทยตามกฎหมายเพิ่มขึ้นจากเดิม ประกอบด้วย การจดแจ้งสโมสร และสมาคมกีฬาอาชีพ การจดแจ้งนักกีฬาอาชีพ และบุคลากรกีฬาอาชีพ

รวมถึงเรื่องการตรวจสอบมาตรฐานการจัดกีฬาอาชีพ และเรื่องการรับเรื่องร้องทุกข์ การบริหารจัดการกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพ รวมถึงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารด้านกีฬาอาชีพ และภารกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้านกีฬาอาชีพทั้งหมดทั้งมวล

พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพฉบับนี้จะมีทั้งหมด 74 มาตรา โดยจะเป็นกฎหมายที่ช่วยในการคุ้มครอง ส่งเสริม สนับสนุน และดูแลกลุ่มบุคคล 5 กลุ่ม ประกอบด้วย นักกีฬาอาชีพ, บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพ, สโมสรกีฬาอาชีพ, สมาคมกีฬาอาชีพ และผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ

 

สำหรับกีฬาอาชีพ หมายความว่า กีฬาที่จัดการแข่งขันอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากล และมีนักกีฬาอาชีพเข้าร่วม โดยมีรายได้จากการแข่งขันตามชนิด หรือประเภทที่คณะกรรมการประกาศกําหนด โดยในปี 2560 กกท. และคณะกรรมการกีฬาอาชีพได้ประกาศรับรอง 13 ชนิดกีฬา 40 รายการ ให้เป็นชนิดกีฬาอาชีพ อันประกอบด้วย ฟุตบอล 6 รายการ, กอล์ฟ 11 รายการ, เจ็ตสกี 2 รายการ, วอลเลย์บอล 4 รายการ, ตะกร้อ 2 รายการ, โบว์ลิ่ง 1 รายการ, แข่งรถจักรยานยนต์ 3 รายการ, จักรยาน 2 รายการ, แข่งรถยนต์ 4 รายการ, สนุกเกอร์ 1 รายการ, เทนนิส 2 รายการ, แบดมินตัน 1 รายการ และบาสเกตบอล 1 รายการ เพื่อรับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพ

บทบาทสำคัญของ กกท.ในการส่งเสริมพัฒนาวงการกีฬาอาชีพไทยคือ การนำพ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ ซึ่งถือเป็นกฎหมายกีฬาฉบับแรกของเอเชียมาเป็นแนวทางดำเนินการแผนนโยบายส่งเสริมชนิดกีฬาอาชีพต่างๆ ทั้งการสนับสนุนงบประมาณพัฒนา และการวางหลักเกณฑ์ประเมินผล เพื่อให้แต่ละชนิดกีฬาอาชีพจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างแท้จริง

ในส่วนของคณะกรรมการกีฬาอาชีพจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธาน ขณะที่กรรมการโดยตำแหน่ง 6 คนเป็น ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, คลัง, มหาดไทย, แรงงาน, ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ และผู้ว่าการ กกท. รวมทั้งยังมีผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพร่วมเป็นกรรมการด้วย รวมทั้งสิ้น 21 คน

คณะกรรมการกีฬาอาชีพมีหน้าที่เสนอนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนแม่บทเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนากีฬาอาชีพต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ รวมทั้งเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้มาตรการทางภาษีอากร เพื่อการส่งเสริม และพัฒนากีฬาอาชีพ และให้คําปรึกษาในเรื่องอันอาจมีผลกระทบต่อการส่งเสริม และพัฒนากีฬาอาชีพ

นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่กําหนดมาตรการ และเงื่อนไขในการคุ้มครอง ช่วยเหลือ ส่งเสริม และสนับสนุน รวมทั้งวินิจฉัยอุทธรณ์วินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ของนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และการดําเนินการที่เกี่ยวกับการกีฬาอาชีพ ทั้งยังมีการวางบทกำหนดโทษ ทั้งโทษทางปกครอง และโทษอาญา โดยเฉพาะกรณี "การล้มกีฬา"

“บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. ระบุว่า กกท.

มีแนวคิดตั้งฝ่ายกีฬาอาชีพขึ้นมาเมื่อปี 2548 เพื่อขับเคลื่อน

การจัดกีฬาอาชีพของไทย และจำเป็นต้องมีเครื่องมือเข้ามา

ช่วยพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุน ซึ่งก็คือกฎหมาย ทำให้

กกท.เริ่มเก็บข้อมูล และร่างกฎหมายกีฬาฉบับนี้ขึ้นมา

ซึ่งทางท่านอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ชุมพล ศิลปอาชา (ถึงแก่กรรม) เป็นผู้ผลักดันจนสำเร็จออกมามีผลบังคับใช้ในเมื่อ 2556 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม มาตรการคุ้มครองของ พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 จะทำหน้าที่คุ้มครองทุกองคาพยพที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพของไทย ซึ่งนอกเหนือจากการพัฒนา สนับสนุน และส่งเสริมแล้ว ยังมีบทลงโทษที่กำหนดโทษปรับตั้งแต่การปรับเงินหลักหมื่น หลักแสน ไปจนถึงจำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย

กกท.ยังมีอีกหนึ่งบทบาทสำคัญในการนำกฎหมายกีฬาอาชีพฉบับนี้ไปพัฒนาวงการกีฬาอาชีพไทยให้เกิดการพัฒนาเติบโตขึ้นอย่างแท้จิรง และอย่างยั่งยืน

ซึ่งจะไม่ใช่แค่การสร้างประโยชน์ให้กับวงการกีฬาไทยเท่านั้น แต่ยังส่งผลในภาพรวมต่อด้านเศรษฐกิจของชาติได้อีกด้วย...