ดัชนี 5 ปี ตัวชี้วัดกีฬาอาชีพไทย เกณฑ์ประเมินเพื่อความยั่งยืน

ดัชนี 5 ปี ตัวชี้วัดกีฬาอาชีพไทย เกณฑ์ประเมินเพื่อความยั่งยืน ที่ผ่านมา 13 ชนิดกีฬาอาชีพต่างมีการพัฒนาขึ้นต่อเนื่อง

ดัชนี 5 ปี ตัวชี้วัดกีฬาอาชีพไทย เกณฑ์ประเมินเพื่อความยั่งยืน

    กีฬาอาชีพของไทยในปัจจุบันได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากพระราชบัญญัติกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 เป็นจำนวน 13 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย ฟุตบอล, กอล์ฟ, เจ็ตสกี, วอลเลย์บอล, ตะกร้อ, โบว์ลิ่ง, สนุกเกอร์, แข่งรถจักรยานยนต์, แข่งรถยนต์, จักรยาน, เทนนิส, แบดมินตัน และบาสเกตบอล รวมจำนวน 40 รายการ

    ที่ผ่านมา 13 ชนิดกีฬาอาชีพต่างมีการพัฒนาขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งดัชนีตัวชี้วัดความสำเร็จในการพัฒนากีฬาอาชีพไทยนั้น ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำแบบประเมินขึ้นมาเพื่อประเมินการทำงานของกีฬาอาชีพแต่ละชนิดกีฬานำไปสู่การพัฒนา และต่อยอดให้มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

ดัชนี 5 ปี ตัวชี้วัดกีฬาอาชีพไทย เกณฑ์ประเมินเพื่อความยั่งยืน

      แบบประเมิน 13 ชนิดกีฬาอาชีพนั้น ต่างมีหัวข้อแตกต่างกันออกไป ซึ่งในการเมินในปีแรกที่ผ่านมาได้มีการประเมินในเชิงสร้างสรรค์ โดยจะเป็นการประเมินในหัวข้อให้แต่ละชนิดกีฬาต้องดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย อาทิเช่น การจดแจ้งสมาคมกีฬาอาชีพ สโมสรกีฬาอาชีพ การจัดทำประมวลจริยธรรม และด้านกฎหมายเป็นหลัก

     “ผอ.น้อย” นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย กกท. ระบุว่า สำหรับเกณฑ์การประเมินกีฬาอาชีพนั้น ทาง กกท.ได้ร่วมมือกับ ม.เกษตรศาสตร์ เพื่อกำหนดให้มีเกณฑ์การประเมินชี้วัดการพัฒนา โดยในการประเมินปีแรกที่ผ่านมา เราเน้นในเชิงสร้างสรรค์ และเน้นให้แต่ละชนิดกีฬาอาชีพดำเนินการตามข้อกฎหมายก่อน

ดัชนี 5 ปี ตัวชี้วัดกีฬาอาชีพไทย เกณฑ์ประเมินเพื่อความยั่งยืน

         “เราจะประเมินเรื่องการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนดเป็นหลักก่อนว่า แต่ละกีฬาอาชีพยังไม่ได้ทำอะไร เพื่อจะให้เดินให้ถูกตามข้อกฎหมายก่อน บวกกับการประเมินผลสัมฤทธิ์ด้านอื่นๆ อีกเล็กน้อย เพราะในปีแรกยังไม่สามารถชี้วัดได้ว่า ชนิดกีฬาอาชีพนั้นๆ เพอร์เฟ็กต์ หรือไม่เพอเฟ็กต์ เนื่องจากเป็นเพียงปีแรกเท่านั้น” นายทนุเกียรติกล่าว

         เมื่อผลการประเมินออกมาแล้ว กกท.ก็กำหนดให้แต่ละชนิดกีฬาอาชีพไปปรับแก้ไขให้เดินถูกต้องตามข้อกฎหมายกำหนดเอาไว้ จากนั้นในปีหน้าซึ่งเป็นการประประเมินปีที่สองก็จะมีการขยายการประเมินเพิ่มเติมออกไป เพื่อเพิ่มความเข้มข้นให้แต่ละชนิดกีฬาอาชีพมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นทีละลำดับ

         นายทนุเกียรติ ชี้แจงว่า เกณฑ์การประเมินในปีหน้าจะเข้มข้นกว่าปีที่แล้ว แต่ว่าความเข้มข้นจะยังไม่ถึงที่สุดแบบฟันธงไปว่า กีฬานี้ผ่าน กีฬานี้ไม่ผ่าน ซึ่งเราก็จะยังคงมีการประเมินในเชิงสร้างสรรค์เป็นหลัก แต่เราก็จะลงลึกไปในแต่ละชนิดกีฬาว่า มีจุดอ่อนในด้านใด และควรจะปรับแก้ หรือเพิ่มเติมในด้านใด ซึ่งจะประเมินเรื่องนี้เป็นหลักก่อนในช่วง 1-2 ปีแรก

         จากนั้นในการประเมินปีต่อๆ ไปก็จะมีการขยายเพิ่มเกณฑ์การประเมินเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ตามลำดับ โดยได้กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จกีฬาอาชีพเอาไว้ในการประเมินภายใน 5 ปี ซึ่งการประเมินในปีที่ 5 จะสามารถบอกได้ว่า กีฬาอาชีพชนิดไหนควรที่จะได้ไปต่อ กีฬาอาชีพชนิดไหนควรจะต้องสำรวจตัวเอง หรืออาจจะต้องชะลอไปก่อน...

        “ภายใน 5 ปีความเข้มข้นในการประเมินจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พอครบ 5 ปีแล้วก็จะบอกได้ว่า กีฬานี้ผ่านเกณฑ์โดยรวม อาทิเช่น การทำตามกฎหมาย การสร้างรายได้ และด้านอื่นๆ โดยจะค่าเฉลี่ยว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ถ้าผ่านเราก็จะให้การสนับสนุนต่อ แต่ถ้าไม่ผ่านเราก็จะมีมาตรการ เช่น ตัดออก หรือตามการพิจารณาของคณะกรรมการ” ผอ.น้อยกล่าว

         ดัชนีตัวชี้วัดความสำเร็จกีฬาอาชีพจากตำราประเมินกีฬาอาชีพที่ทาง กกท. ร่วมมือกับ ม.เกษตรศาสตร์ จะมีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ภายในเวลา 5 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้กีฬาอาชีพไทยได้มีระยะเวลาในปรับแก้ไขจุดอ่อน และวางแผนการพัฒนาให้กลายเป็นกีฬาอาชีพอย่างแท้จริงที่ช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืน แต่หากภายในเวลา 5 ปีกีฬาอาชีพใดยังไม่สามารถพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้ก็คงจะต้องมีการพิจารณาตัวเอง เพราะให้เวลาในการแก้ตัวมานานพอสมควรแล้ว...