- 26 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารที่ www.tnews.co.th
"ไพบูลย์" จวก พศ.บิดเบือนตัวเลขคนต้าน "สมเด็จช่วง" ระบุคนต้านทั่วประเทศ แต่พศ.มั่วรายงานรัฐบาลบอกมีน้อย ท้าให้ทำโพลจะรู้มีคนต้านเยอะแค่ไหน
วันนี้ (26 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์พระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และเครือข่ายชาวพุทธ เปิดเผยกับสื่อสำนักหนึ่ง (เดลินิวส์ออนไลน์) ว่า จากที่สำนักพระพุทธศาสนาได้ทำข้อเสนอไปยังรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคนที่ออกมาต้านสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) มีน้อย เป็นการบิดเบือน ปกปิดข้อเท็จจริงในการรายงานผู้บังคับบัญชา ทั้งๆ ที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ผู้ที่ออกมาคัดค้านเป็นพุทธศาสนิกชนทั้งประเทศ ส่วนที่พูดถึงวัดธรรมกายว่ายังมีคนไปทำบุญจึงประเมินว่าไม่มีปัญหา เป็นการนำเสนอที่เป็นการตอบอุ้มชูวัดธรรมกายมาโดยตลอด สำหรับ ผอ.พศ.คนนี้ มีพฤติกรรมหลายๆ ส่วน กลายเป็นไปปกป้องพระธัมมชโยที่ต้องอาบัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวรแล้ว เรากำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ในข้อเสนอยังบอกสถานะของคดีเกี่ยวกับรถโบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ที่อยู่ในขบวนการดีเอสไอว่าไม่มีความผิดเป็นการบิดเบือนกฎหมาย เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพราะโดยข้อเท็จจริง รถเป็นรถที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มีความอยากได้เป็นของตัวเอง มีการให้ไปดำเนินการเพื่อให้ได้มา และไปยื่นขอจดทะเบียนเมื่อปี 54 ตอนยื่นเพื่อให้ได้มาเพื่อการครอบครอง แต่เรื่องนี้ดีเอสไอชี้ว่าผิดกฎหมายและหนีภาษี ผิดพรบ.ศุลกากร มาตรา 27 ทวิ ผู้ซื้อหรือผู้ที่ครอบครอง มีความผิดอาญา ดังนั้นสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ในเรื่องรถหรูอย่างไรก็ผิด แต่ พศ.ยังพยายามให้ข้อมูลที่เป็นเท็จกับผู้บังคับบัญชา เข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ในการบิดเบือนข้อมูลให้กับผู้บังคับบัญชา คือ รมต.ประจำสำนักนายกฯ
นายไพบูลย์ กล่าวว่า พศ.ไม่ใช่หน่วยงานที่ทำหน้าที่ทางกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ดีเอสไอ ไม่ใช่กรมศุลกากร ไม่ใช่ศาล กลับมาชี้ชัดเจนว่าไม่ผิด อย่างนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ พศ.จัดทำความคิดเห็นสอดรับกับที่ทางเครือข่ายได้ยื่น 5 ข้อกับทางรัฐบาล ตั้งข้อสังเกตว่า พศ.ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นกับคณะสงฆ์ที่ออกมาปลุกม็อบชุมนุมที่พุทธมณฑลครั้งนี้ พศ.ต้องมีส่วนรู้เห็น เพราะไปประชุมที่พุทธมณฑล ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานพระพุทธศาสนาโดยแท้กลับเพิกเฉย ไม่มีการแสดงใดๆ ทั้งสิ้น กลับมาออกความเห็น มีข้อหนึ่งที่สนับสนุนมติ 5 ข้อของพระเมธีธรรมาจารย์ ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม
"มีการไปสรุปว่าปัญหาปัจจุบันมีกลุ่มไปโจมตีคณะสงฆ์อย่างรุนแรงทำให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้นนั้น ต้องบอกว่าเรื่องนี้จะไม่รุนแรงถ้าฝ่ายสนับสนุนไม่ใช้วิธีรุนแรง ฝ่ายสนับสนุนออกมาพูดจาเกรี้ยวกราด มีการนัดชุมนุม ม็อบพระใช้ความรุนแรงทั้งสิ้น สร้างความขัดแย้ง ทำให้ฝ่ายที่ค้ดค้านต้องเคลื่อนไหวแรงขึ้น ดังนั้นเรื่องนี้พิจารณาถึงบุคคลที่ใกล้ชิดของสมเด็จช่วงทั้งหมดเป็นตัวปัญหาเอง ไม่ว่าจะเป็นพระเมธีธรรมาจารย์ หรือ พระธัมมชโย รวมทั้งหลวงพี่แป๊ะ ที่ไปจัดหารถเบนซ์ รวมทั้งเจ้าคุณพิพิธ ที่ออกมาเคลื่อนไหว ที่ออกมาพูดต่างๆ นั่นต่างหากที่ทำให้เกิดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นผลดีสำหรับสมเด็จช่วงที่ทำให้มีปัญหาและเกิดจากคนใกล้ชิดสมเด็จช่วงทั้งนั้น" นายไพบูลย์ กล่าว
นายไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า ตนเห็นด้วยถ้านายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จัดให้มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อเรื่องสมเด็จช่วงในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ตนเห็นว่าไม่ควรจะไปยกเลิกการที่จะไม่ให้มีการทำประชาพิจารณ์ การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนให้สำนักงานสถิติ หรือ มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศว่าคิดเห็นอย่างไรกับสมเด็จช่วง จะได้ข้อมูล ส่วนที่บอกว่ามีคนค้านไม่กี่คนจะได้รู้กันว่ามีคนค้านเท่าไหร่ ดังนั้นควรทำสำรวจความคิดเห็นเพราะเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่ให้ไปจัดเวทีดีเบต ไม่ใช่ว่าต้องไปลงประชามติ เป็นการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน หรือ เรียกว่า "โพลล์" จะได้ความจริงว่าปัญหาเรื่องสมเด็จช่วงรุนแรงขนาดไหนแล้ว ฝ่ายที่สนับสนุนสมเด็จช่วงจะได้ไม่ต้องมาอ้างว่ามีผู้ค้านไม่กี่คน รอดูว่าไปสำรวจผลออกมาอย่างไรจะได้รู้กัน และอย่าออกมาคัดค้านว่าไม่อยากให้ไปถามความคิดเห็นประชาชน เพราะกลัวว่าจะไปเห็นว่าประชาชนคัดค้านขนาดไหน
ส่วนที่เจ้าคุณพิพิธออกมาบอกว่ารัฐบาลไปฟังเสียงคนที่ไม่ศรัทธาพระ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ที่เจ้าคุณพิพิธออกมาพูด ในบทบาทที่สนับสนุนสมเด็จช่วงให้เป็นสมเด็จพระสังฆราช เพราะตัวเองก็เป็นพระราชาคณะ จะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ดังนั้นต้องออกมาแสดง แต่วิธีการพูดหรือการแสดงให้ระวังด้วยว่าตัวเองเป็นพระ เป็นราชาคณะ ท่านก็เป็นราชาคณะรูปหนึ่งที่ทำให้พุทธศาสนิกชนเขาเสื่อมศรัทธาด้วย จากพฤติการณ์พูดจาหรือใช้วาจาต่างๆ ไม่ได้เป็นวาจาที่สมควรต่อสมณเพศ ส่วนที่บอกว่ารัฐบาลฟังแต่คนที่ค้าน ไม่ถูก รัฐบาลฟังทั้งฝ่ายสนับสนุนและค้าน แต่การที่ฟังค้านและไปบอกว่าฝ่ายที่ต่อต้านสมเด็จช่วงไม่ให้ฟังเป็นวิธีคิดแบบอำนาจนิยมมากเกินไปหรือไม่ หลงตัวเองเกินไปหรือไม่ ทำไมไม่คำนึงว่าเรื่องแบบนี้รับฟังทุกฝ่าย ทองแท้ต้องไม่กลัวไฟ
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ถ้าวันไหนพร้อม เราพร้อมที่จะดีเบต พระธรรมวินัยที่ถูกต้อง ควรจะเป็นอย่างไร ขอบอกผ่านไปยังเจ้าคุณพิพิธ บอกผ่านไปยังเมธีธรรมาจารย์ ฝ่ายสนับสนุนสมเด็จช่วง ให้เอาพระธรรมวินัยว่าอย่างไรเกี่ยวกับรถเบนซ์ ธัมมชโย เราควรเอาเป็นเวทีที่มาดีเบตกัน และเกี่ยวกับสมณยศ สมศักดิ์ ทั้งหลายและการที่ประพฤติดี สะสมทรัพย์สิน ร่ำรวย ติดลาภยศ สรรเสริญ เป็นไปตามหลักของพระธรรมวินัยหรือไม่ และ ฝากไปถึงโฆษกมหาเถรว่า ท่านยังมีเรื่องที่มีการครหาว่าคราวก่อนจัดงานฉลองสมณยศในฐานะเป็นรองสมเด็จเห็นว่าจัดอย่างเอิกเกริกอลังการไม่เหมาะไม่สม ตนว่าจะส่งเรื่องให้เถรสมาคมพิจารณาด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะทำอย่างนั้น "เราเคารพพระอริยสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ แต่พระที่เราไม่เคารพล้วนเป็นพระที่ไม่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ฝ่าฝืนพระธรรมวินัย เป็นอลัชชี"
ขอบคุณข้อมูลจาก : เดลินิวส์ออนไลน์
