- 11 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารข้อมูล www.tnews.co.th
"สนพ." เผยความคืบหน้าล่ารายชื่อถอดถอนผู้ตรวจการฯ -เผยตอนนี้ได้ 40,000 รายชื่อแล้ว แต่รอดูท่าทีดีเอสไอสอบคดีรถหรู ก่อนยื่นให้สนช.ถอดถอนต่อไป
วันนี้ ( 11 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่สนพ.ร่วมกับศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (ศพศ.) และภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธ ร่วมออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ชี้ว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ทำผิดขั้นตอนในการเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช ตามบทบัญญัติในมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ที่บัญญัติว่า "พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์หนึ่ง ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม (มส.) เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช" โดยจากการตีความกฎหมายต้นเรื่องต้องมาจากนายกฯ
ดังนั้น สนพ.และ ศพศ.มองว่าผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวโดยมิชอบ จึงมีความเห็นร่วมกันว่าจะดำเนินการรวบรวมรายชื่อ จำนวน 20,000 ชื่อ เพื่อยื่นถอดถอนผู้ตรวจการแผ่นดิน ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยขณะนี้พระสงฆ์และฆราวาส ได้ส่งเอกสารและแสดงความจำนงลงชื่อยื่นถอดถอนผู้ตรวจการแผ่นดิน มากว่า 40,000 รายชื่อ มายังช่องทางอีเมล์ แต่อย่างไรก็ตาม สนพ.และ ศพศ.ยังไม่ยื่นต่อ สนช.ในเร็วๆ นี้ เพราะต้องรอดูท่าทีของรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าสอบสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรณีเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 ที่นำเข้าจดประกอบผิดกฎหมายและลี่ยงภาษีก่อน จึงจะประชุมเพื่อกับภาคีเครือข่ายเพื่อกำหนดวัดยื่นรายชื่อต่อ สนช.ต่อไป
ด้าน นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการ พศ.กล่าวว่า พศ.เชื่อว่าขั้นตอนการเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะ ขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นสมเด็จพระสังฆราช พศ.ได้ทำถูกต้องตามกฎหมายและจารีตประเพณีแล้ว แต่เมื่อมีผู้แย้ง ก็ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะตัดสินอย่างไร ซึ่งคาดว่าความเป็นไปได้มีอยู่ 3 ทาง คือ 1.รัฐบาลอาจเห็นว่า พศ.ดำเนินการชอบด้วยระเบียบตามกฎหมาย สามารถดำเนินการต่อไปได้ 2.รัฐบาลอาจมีประเด็นที่สงสัย และส่งหนังสือมาให้ พศ.ชี้แจงว่ากระบวนการที่ทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และ 3.รัฐบาลอาจเห็นว่าขั้นตอนที่ พศ.ดำเนินการเป็นไปด้วยความมิชอบ และส่งเรื่องตีกลับมาที่ พศ.ให้เริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด แต่ไม่ว่าจะออกมาทางใดก็ตาม ถ้าเรื่องดังกล่าวมาถึง พศ.แล้ว พศ.ต้องนำเรียนเรื่องทั้งหมดต่อ มส.ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะชี้ว่าอย่างไร
