- 29 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารที่ www.tnews.co.th
เด็กไทยฉลาดขึ้น??? ผลสอบโอเน็ต ป.6-ม.3 ประกาศแล้ว ภาพรวมคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้นกว่าปีก่อนเกือบทุกวิชา แต่ยังต่ำกว่า 50 % อยู่ดี นักวิชาการจุฬาฯ ชี้ เหตุมาจากข้อสอบยาก ไม่มีการนำผลไปใช้ เด็กจึงไม่ตั้งใจสอบ
เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า ตามที่ สทศ. ได้กำหนดประกาศผลสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ปีการศึกษา 2558 ของนักเรียนชั้น ป.6 วันที่ 28 มี.ค.2559 และชั้น ม.3 วันที่ 29 มี.ค.2559 นั้น ปรากฏว่า สทศ. สามารถประมวลผลการสอบเสร็จก่อนกำหนด จึงได้ประกาศผลสอบโอเน็ตชั้น ป.6 ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. และชั้น ม.3 ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. โดยนักเรียนสามารถดูผลสอบเป็นรายบุคคล และโรงเรียนสามารถดูคะแนนสอบรายโรงเรียนได้ทางเว็บไซต์ สทศ. www.niets.or.th ส่วนโรงเรียนที่ต้องการตรวจสอบผลคะแนนสอบโอเน็ต ป.6 และ ม.3 สำหรับคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับชั้น ม.1 และ ม.4 สามารถตรวจสอบผ่านทางระบบ RPS ทางเว็บไซต์ สทศ.ได้
ทั้งนี้ ในภาพรวมทั้ง ป.6 และ ม.3 ผลการทดสอบมีค่าคะแนนเฉลี่ยทุกวิชาอยู่ที่ 40 กว่า % ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าคะแนนเฉลี่ยของปีการศึกษา 2557 ยกเว้นวิชาสังคมศึกษาฯ และวิทยาศาสตร์ ที่ค่าคะแนนเฉลี่ยในปีนี้ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาเพียงเล็กน้อย
ด้าน ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าการที่ค่าคะแนนเฉลี่ยทุกวิชาไม่ถึง 50% นั้น มีสาเหตุมาจากข้อสอบค่อนข้างยาก โดยข้อสอบ 70-80% มีความยาก และยากมาก ทั้งที่ความจริงแล้วข้อสอบควรมีความง่าย ปานกลาง ยาก และยากมาก เฉลี่ยอย่างละ 25% นอกจากนี้ผู้สร้างข้อสอบส่วนใหญ่เป็นอาจารย์โรงเรียนสาธิต และเป็นนักวิชาการของมหาวิทยาลัยต่างๆ ข้อสอบที่ออกมาจึงค่อนข้างยาก และตัวเลือกคำตอบก็จะมีลูกเล่นมาก ขณะที่เด็กไทยเรียนแค่การวิเคราะห์ตื้นๆ ทั่วไป จึงตอบไม่ถูก ขณะเดียวกันผลการสอบโอเน็ตก็ไม่ถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากนัก แม้จะนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาคัดเด็กเข้าเรียนต่อในระดับต่างๆ แล้วก็ตาม แต่ก็เป็นสัดส่วนที่น้อยมาก อีกทั้งเด็กก็รู้ว่าแม้จะทำคะแนนโอเน็ตได้ไม่ดี แต่ถึงอย่างไรก็เรียนจบอยู่ดี จึงทำให้เด็กไม่ตั้งใจสอบ
ภาพ : www.dek-d.com
