"ศูนย์ประสานงานสถาบันอุดมฯ" จี้ ศธ.เปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิม

ติดตามข่าวสารที่ www.tnews.co.th

 

รองเลขาฯ ศูนย์ประสานงานสถาบันอุดมฯ จี้ ศธ.ออกนโยบายเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิม วอนอย่าทำวิจัยซ้ำ เพื่อรองรับมติตัวเอง เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบทุกฝ่ายอย่างมาก


 

วันนี้ ( 2 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ดร.พัทธนันท์ หรรษาภิรมย์โชค รองเลขาธิการศูนย์ประสานงานสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือ CHES เปิดเผยถึงมติของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)  ที่ยังคงยืนยันไม่ปรับเปลี่ยนการเปิด-ปิดภาคเรียนตามประเทศในอาเซียนว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และควรที่จะมีนโยบายให้กลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนตามช่วงเวลาเดิม เนื่องจากนักศึกษา นิสิต และผู้ปกครองได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมกันมาก รวมถึงสถาบันผลิตครูที่ไม่สามารถฝึกฝนทักษะวิชาชีพครูให้แก่นิสิต นักศึกษาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากการเปิด-ปิดภาคเรียนของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไม่ตรงกัน

 

ผศ.ดร.พัทธนันท์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้หลายฝ่ายได้เสนอ ทปอ.ให้ทบทวนมติการเปิด-ปิดภาคเรียน และให้กลับไปใช้ระบบเดิม โดยมีการอ้างอิงผลงานวิจัยที่แสดงถึงผลกระทบต่างๆ ที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนกับนิสิต นักศึกษา รวมถึงวิชาชีพต่างๆ ดังนั้น ทปอ.ควรนำมาพิจารณาอีกครั้ง เพื่อหาแนวทางการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะใกล้จะเปิด-ปิดภาคเรียนใหม่ของปีการศึกษา 2559 ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่างานวิจัยส่วนใหญ่ของกลุ่มที่หนุนให้กลับไปเปิด-ปิดแบบเดิมนั้นไม่น่าเชื่อถือ ในฐานะที่ตนเป็นคนหนึ่งที่เป็นนักวิจัยและทำวิจัยมาตลอด ชี้แจงว่าผลวิจัยที่มีการเสนอนั้นสามารถนำมาใช้ เพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วว่าเกิดขึ้นอย่างไรมีสาเหตุมาจากอะไรและทำไมจึงเป็นเช่นนั้นในเชิงเหตุและผลแล้ว ที่สำคัญเกิดผลกระทบเชิงประจักษ์อยู่แล้ว ดังนั้นทปอ.ไม่จำเป็นต้องไปทำงานวิจัยซ้ำ

 

 


 

 

“หาก ทปอ.ยืนยันที่ทำวิจัย น่าจะเป็นประเด็นการค้นหาความรู้อย่างมีระบบ เพื่อตอบประเด็นที่สงสัย หรือ สิ่งที่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน โดยอาจจะเก็บข้อมูลบางอย่างที่ยังไม่รอบด้านแต่ถ้า ทปอ.ต้องการทำงานวิจัยซ้ำ เพียงเพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการ เพื่อยืนมติที่จะไม่ยอมกลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนแบบเดิมนั้นไม่ถูกต้อง และอยากให้คำนึงถึงนิสิต นักศึกษา ที่ได้รับผลกระทบในเชิงปริมาณและคุณภาพดีกว่า ” รองเลขาฯ ศูนย์ประสานงานสถาบันอุดมฯ กล่าว