กินไม่ลงแล้วพูดเลย !! ผลสำรวจเผยชัด !! "ผัก-ผลไม้" 3 ชนิดนี้ พบสารพิษตกค้าง 100 เปอร์เซ็นต์ - ซ้ำล้างยังไงก็ไม่หมด !!!

กินไม่ลงแล้วพูดเลย !! ผลสำรวจเผยชัด !! "ผัก-ผลไม้" 3 ชนิดนี้ พบสารพิษตกค้าง 100 เปอร์เซ็นต์ - ซ้ำล้างยังไงก็ไม่หมด !!!

 

 

วันที่ 4 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือไทยแพน (Thai-PAN:Thailand Pesticide Alert Network) โดย น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ แถลงผลการสุ่มสำรวจสารปนเปื้อนพืชผักและผลไม้ ว่า เดิมไทย-แพนมีการเฝ้าระวังสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างประมาณ 90 ตัวอย่าง ตรวจสอบเพียง 4 กลุ่ม แต่ในปี 2559 มีการขยายขอบเขตมากขึ้น โดยสุ่มตัวอย่างผัก 10 ชนิด ผลไม้ 6 ชนิด รวมจำนวน 138 ตัวอย่าง จากตลาดสดและห้างโมเดิร์นเทรด 7 แห่ง ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล จ.เชียงใหม่ และจ.อุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 16 -18 มีนาคม 2559 และส่งไปวิเคราะห์หาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างที่ห้องปฏิบัติการในประเทศอังกฤษ ซึ่งสามารถวิเคราะห์หาสารพิษตกค้างได้กว่า 450 ชนิด

 


โดยจากการตรวจวิเคราะห์ ผัก 10 ชนิด มีสารพิษตกค้างเกินค่ามาตรฐาน ดังนี้

- พริกแดงพบ 100 เปอร์เซ็นต์
-  กะเพราร้อยละ 66.7
- ถั่วฝักยาวร้อยละ 66.7
- คะน้าร้อยละ 55.6
- ผักกาดขาวปลี ร้อยละ 33.3
- ผักบุ้งจีนร้อยละ 22.2
- มะเขือเทศ ร้อยละ 11.1
- แตงกวาร้อยละ 11.1
- มะเขือเปราะ และ กะหล่ำปลี (ไม่พบเลย)


 

ส่วนการตรวจวิเคราะห์ผลไม้ 6 ชนิด มีสารพิษตกค้าง ดังนี้

- ส้มสายน้ำผึ้ง และ ฝรั่ง 100 เปอร์เซ็นต์
- แก้วมังกรร้อยละ 71.4
- มะละกอร้อยละ 66.7
- มะม่วงน้ำดอกไม้ ร้อยละ 44.4
- แตงโม (ไม่พบเลย)

 

 

ทั้งนี้ในภาพรวมมีผักและผลไม้มีสารพิษตกค้างเกินค่ามาตรฐานสูงถึงร้อยละ 46.4  และที่สำคัญ ผักและผลไม้ที่ได้รับตรา Q จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) พบสารเคมีมากที่สุด สูงถึงร้อยละ 57.1 นอกจากนี้ ผักและผลไม้อินทรีย์ที่ได้รับการรับรองออร์แกนิค ไทยแลนด์(Organic Thailand) ที่ไม่ควรตรวจพบการตกค้างของสารเคมี กลับพบสารตกค้างสูงเกินมาตรฐานถึง ร้อยละ 25 หรือ 1 ใน 4 ของจำนวนตัวอย่างอีกด้วย

 

 

น.ส.กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี(BIOTHAI) กล่าวว่าทางด้านไทยแพนได้นำเสนอผลการสำรวจทั้งหมด ต่อห้างค้าปลีก สมาคมตลาดสด และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเรียบร้อย โดยจะมีการยกเครื่องการให้ตรารับรอง Q และออร์แกนิคไทยแลนด์ ด้านของผู้ประกอบการจะแจ้งอย่างเป็นทางการมายังไทยแพนภายใน 1 สัปดาห์ว่ามีการดำเนินการอย่างไรในการลดปัญหาสารพิษตกค้าง

น.ส.กิ่งกร กล่าวอีกว่า บอกได้ยากว่าผักและผลไม้เหล่านี้เป็นการปลูกในไทยหรือนำเข้าจากต่างประเทศ เชื่อว่าขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วย เช่น แก้วมังกรช่วงนี้ของไทยยังไม่ออก ที่มีในตลาดนำเข้าจากเวียดนาม การจะให้แนะนำผู้บริโภคเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่หากจะแนะแบบหยาบๆคือก็ควรซื้อที่ตลาดสดจะไปจ่ายเงินซื้อแพงทำไมในเมื่อสัดส่วนการตกค้างของสารพิษไม่แตกต่างกันมาก หรือล้างผัก ผลไม้ก่อนรับประทาน แต่บอกได้ยากว่าควรล้างอย่างไร เพราะสารบางชนิดไม่ดูดซึมสามารถล้างออกได้ง่าย เช่น ไซเปอร์เมทริน จะล้างออกได้มากถ้าใช้น้ำส้มสายชู แต่ไม่หมด 100 % ส่วนบางชนิดเป็นสารที่ดูดซึม ล้างไม่ออกแม้แต่ใช้ความร้อนก็ไม่สลาย และที่มีความเชื่อว่าควรเลือกผักที่มีรูแปลว่าไม่มีการใช้สารเคมี ก็ไม่จริงเสมอไป ไม่ใช่หลักประกันว่าจะปลอดสารพิษ ซึ่งจากการคุยกับเกษตรกรทำให้ได้ข้อมูลว่า บางครั้งที่ผักเป็นรูอาจเป็นเพราะมีการใช้สารเคมีมากจนไม่สามารถกำจัดศัตรูพืชได้แล้ว

 

 

อย่างไรก็ตาม กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) และกรมวิชาการเกษตรต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำผิดจำหน่ายอาหารไม่ปลอดภัย หลอกลวงผู้บริโภคหรือปลอมแปลงตรารับรอง