- 06 ก.ค. 2559
เหตุใดสนช. ไม่ผ่านนพ.เรวัติ เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่... สะดุ้งโหยงมีคนทักหรือว่าจะเป็นแดงหลุดเข้ามา
กระบวนการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้มีมติจากคณะกรรมกายสรรหาอีกครั้งหนึ่งโดยยืนยันเสนอชื่อของนพ.เรวัต วิศรุตเวช แต่ทั้งนี้ต้องมีกระบวนการส่งรายชื่อของ นพ.เรวัต ไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติเห็นชอบ
แต่หากย้อนกลับไป ชื่อนี้ได้เคยถูกส่งเข้าสนช.มาแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน ก่อนที่จะมีกระบวนการพิจารณาใหม่ จึงทำให้เกิดความสับสนว่าสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้ ระหว่าง คณะกรรมการสรรหากับสนช. มีอะไรซ่อนเร้นอยู่หรือไม่
ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งมี นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ได้มีมติเลือก นพ.เรวัต วิศรุตเวช อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ และอดีตที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน ด้วยคะแนน 4 ต่อ 2 จากรายชื่อผู้สมัครการสรรหา จำนวน 21 คน ให้เข้ารับให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน แทน นายศรีราชา วงศารยางกูร อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ดำรงตำแหน่งครบวาระเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินลงมติเสนอชื่อนายเรวัต ว่า ขึ้นอยู่กับนายพรเพชร วิชิตชลชัย จะบรรจุเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม สนช.เมื่อใด แต่ตามขั้นตอนจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบประวัติและจริยธรรมของผู้ได้รับการเสนอชื่อ ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะใช้คณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ ชุดเดิมหรือชุดใหม่
ซึ่งการพิจารณาของคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯครั้งนี้ อาจจะมีข้อมูลใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาให้ที่ประชุม สนช.ได้พิจารณาตัดสินใจ ส่วนสมาชิกสนช.จะตัดสินใจอย่างไรก็เป็นสิทธิของแต่ละคน อย่างไรก็ตาม จะมีความสง่างามหรือไม่ในการเสนอชื่อนายเรวัตกลับมาอีกครั้ง เรื่องนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหาที่มาจากประมุขของศาลต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสิ้น เชื่อว่าการตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่มีเพิ่มเข้ามาใหม่ คณะกรรมการสรรหาฯจึงตัดสินใจเสนอชื่อนายเรวัตกลับมาอีกครั้ง ก็ต้องเคารพกับมติของคณะกรรมการสรรหา และถือเป็นสิทธิของนายเรวัตที่มีสิทธิกลับมาสมัครใหม่ได้ เพราะไม่มีข้อห้ามไว้
ขณะที่ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ในฐานะกรรมการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเลือกนายเรวัต วิศรุตเวช เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินอีกครั้งว่า เป็นดุลพินิจของกรรมการสรรหา โดยพิจารณาตามคุณสมบัติ และมีมติเลือก ส่วนจะเป็นเพราะเหตุผลและสาเหตุใดไม่มีการอภิปราย เป็นการใช้ดุลพินิจของแต่ละคน ส่วนที่ต้องเลือกถึง 30 รอบ เพราะ คะแนนยากกว่าจะได้ 4 เสียง
อย่างไรก็ตามที่ก่อนหน้านี้สนช.มีมติไม่เลือกเรวัต แต่กรรมการสรรหาจะเลือกนายเรวัตอีกก็ว่าไปตามกฎหมาย เมื่อมีการสมัครเข้ามาก็พิจารณาไปตาม คุณสมบัติว่าผู้ใดเหมาะสม ถือเป็นหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่มีการเสนอชื่อ เพราะย้อนกลับไป3 พ.ค.คณะกรรมการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณามีมติเลือกนพ.เรวัต วิศรุตเวช
เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน
และหลังจากนั้น 2 มิถุนายน ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติไม่ให้ความเห็นชอบ นพ.เรวัต เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน
3 พ.ค.59คณะกรรมการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้มีการประชุมครั้งที่ 2 เพื่อพิจารณาเลือกผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน จากรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการสรรหาจำนวน 13 คน ซึ่งหลังจากพิจารณาแล้วที่ประชุมลงมติเลือก นายเรวัต วิศรุตเวช เป็นผู้ได้รับเสนอชื่อให้เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยได้รับคะแนนเสียงไม่น้องกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาจะได้นำรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่ประธานวุฒิสภาเพื่อดำเนินการต่อไป
ขณะที่ 2 มิถุนายน โดยที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติไม่ให้ความเห็นชอบ นพ.เรวัต วิศรุตเวช อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน ด้วยมติ ไม่เห็นชอบ 66 เสียง เห็นชอบ 66 เสียง งดออกเสียง 24 เสียง ทำให้ นพ.เรวัต ไม่ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน เนื่องจากคะแนนไม่ถึงมติเสียงข้างมาก และหลังจากนี้ให้คณะกรรมการสรรหาคัดสรรบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาเลือกใหม่อีกครั้ง
ขณะที่สมาชิก สนช. เสนอให้คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน
เป็นที่น่าแปลกใจว่าเพราะเหตุใดในครั้งนยั้น ฝ่ายสนช.ถึงมีการลงคะแนน ทั้งสนับสนุนและไม่สนับสนุน นพ.เรวัต ทั้งๆที่คณะกรรมการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ยืนยันในตัวของนพ.เรวัติมาโดยตลอด เพื่อให้เกิดความชัดเจนเราต้องไปทำความรู้จักท่านนี้
ทั้งนี้ นพ.เรวัต จบการศึกษา มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ปี 2536 ประกาศนียบัตรหลักสูตรพัฒนาและเตรียมผู้บริหารรัฐกิจ Mini MPA มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2542
ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ได้รับตำแหน่ง
-รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
-ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข
-อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
-รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กลุ่มภารกิจด้านสนับสนุนบริการสุขภาพ
-ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข
-อธิบดีกรมการแพทย์
และการดำรงตำแหน่งที่สำคัญอื่น ๆ ในอดีตที่ผ่านมา เช่น
-ประธานคณะกรรมการนโยบายเชิงสังคม
-องค์การเภสัชกรรม
-คณะกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค
-คณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม
-คณะกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
-คณะกรรมการการแพทย์
-สำนักงานประกันสังคม
-อนุกรรมการจัดให้มีส่วนร่วมของประชาชนในกิจการโทรคมนาคม ของสำนักงาน กสทช.
พิจารณาจากประวัติทั่วไป ก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นกังวลแต่ได้มีการเปิดเผย ข้อมูลออกมาจากโลกออนไลน์ โดยพบข้อมูลว่า นพ.เรวัต มีความฝักใฝ่ทางการเมือง และเคยทำงานร่วมกับแกนนำนปช.
ในโลกออนไลน์มีการวิพากษ์จารณ์ สายสัมพันธ์ทางการเมืองของนพ.เรวัตที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ สมัยรัฐบาลเพื่อไทย
และเคยเป็นที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา
ซึ่งมีความเห็นระบุว่า เคลือบแคลงใจกับการดำรงตำแหน่งของนพ.เรวัต เพราะเป็นเพียงตำแหน่งที่ปรึกษาที่ไม่มีอำนาจใดในการสั่งการส่วนราชการ
แต่ขณะที่ บางส่วนเห็นว่า บุคคลที่มาดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ควรมีความเป็นกลางทางการเมือง
