ฉาวไม่หยุดเกิดอะไรขึ้นกับ กทม. ยุค "สุขุมพันธ์" จริงไหม...รับประทานไม้จิ๋มฟันยันเรือรบ

ฉาวไม่หยุดเกิดอะไรขึ้นกับ กทม. ยุค "สุขุมพันธ์" จริงไหม...รับประทานไม้จิ๋มฟันยันเรือรบ

มีเรื่องให้ตรวจสอบและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรุงเทพมหานครในยุคการบริหารงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร โดยหลังจากที่ก่อนหน้านี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีมติชี้มูลความผิดโครงการอุโมงค์ไฟ 39.5 ล้านบาท

จนกระทั่งในวันนี้มีกระแสข่าวออกมาว่ากระทรวงมหาดไทยได้มีการดำเนินการต่อเนื่องทั้งทางแพ่งและทางอาญากับข้าราชการที่เกี่ยวข้อง

มีรายงานข่าวแจ้งออกมาว่า นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในฐานะรักษาราชการแทน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท0208.2/1679 ลงวันที่ 30 มิ.ย.2559 ถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม. ) พร้อมแนบสำเนาหนังสือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ลับมาก ด่วนที่สุด ที่ ตผ0019/0461 ลงวันที่ 10 พ.ค.2559

โดยในหนังสือระบุว่า ด้วยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแจ้งว่าคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ในการประชุมครั้งที่ 26/2559 เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2559 มีมติเห็นชอบด้วยกับผลการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กรณีโครงการค่าใช้จ่ายในการประดับตกแต่งไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 และมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินพ.ศ.2542 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการทางอาญา วินัยและละเมิด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายดังกล่าว ประกอบมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเร่งรัด ติดตามเกี่ยวกับกรณีเงินขาดบัญชี หรือเจ้าหน้าที่ทุจริต พ.ศ.2546

ในหนังสือระบุต่อว่า จึงให้กรุงเทพมหานคร ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้เป็นไปตามมติของ คตง. ดังนี้

 

1.ดำเนินการทางอาญากับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. น.ส.ปราณี สัตยประกอบ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว นายธวัชชัย จันทร์งาม ผู้อำนวยการกองการท่องเที่ยว คณะกรรมการกำหนดทีโออาร์

 

ประกอบด้วย

1.นายสิโรตม์ แสงเจริญ นักพัฒนาการท่องเที่ยวชำนาญการ

2.น.ส.วันทนา เตชะสุวรรณา นักพัฒนาท่องเที่ยวชำนาญการ

3.นายพงษ์พันธ์ ธัญญเจริญ นักพัฒนาท่องเที่ยวปฏิบัติการ

4.นายมรกต ภูมิพานิช นักพัฒนาท่องเที่ยวปฏิบัติการ

 

5.นายสิทธิโชค อภิบาล นักพัฒนาท่องเที่ยวปฏิบัติการ บริษัท จิปาถะ ไอเดีย จำกัดโดยนายคฑารัฐ สันธิสิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม เอ็ม อี.อี.จำกัดโดยนายอนุชิต พลวิเศษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัดโดยน.ส.กันติกานต์ อินทศร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สรรค์สร้าง จำกัดโดยนายวีระศักดิ์ ศิริจันทร์เพ็ญ กรรมการผู้จัดการ และน.ส.สิริพร ชาวปราการ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้อง

ในหนังสือระบุด้วยว่า 2.ดำเนินการทางวินัยกับน.ส.ปราณี สัตยประกอบ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว นายธวัชชัย จันทร์งาม ผู้อำนวยการกองการท่องเที่ยว คณะกรรมการกำหนดทีโออาร์ ประกอบด้วย

1.นายสิโรตม์ แสงเจริญ นักพัฒนาการท่องเที่ยวชำนาญการ

 2.น.ส.วันทนา เตชะสุวรรณา นักพัฒนาท่องเที่ยวชำนาญการ

 3.นายพงษ์พันธ์ ธัญญเจริญ นักพัฒนาท่องเที่ยวปฏิบัติการ

4.นายมรกต ภูมิพานิช นักพัฒนาท่องเที่ยวปฏิบัติการ

5.นายสิทธิโชค อภิบาล นักพัฒนาท่องเที่ยวปฏิบัติการ

จากที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ตามผลสอบที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ส่งสำนวนให้พิจารณาแล้ว เห็นว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับพวกรวม 13 ราย มีพฤติการณ์เชื่อได้ว่า เป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เงินและทรัพย์สินของแผ่นดิน และเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 จึงมีมติเห็นชอบที่จะดำเนินการเอาผิดกับผู้กระทำความผิดทั้งหมดแล้ว พร้อมกับส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวนต่อ รวมถึงเตรียมเสนอเรื่องให้กับศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 พักราชการไว้ก่อน

สำหรับโครงการค่าใช้จ่ายในการประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว (Motif of Light) บริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ด้วยวงเงิน 39,500,000 บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2558 โดยโครงการดังกล่าวเริ่มประกาศร่างทีโออาร์เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2558 ระบุเป้าหมายเพื่อจัดประดับตกแต่งไฟฟ้าในรูปแบบและเทคนิคพิเศษ (Motif of Light) ที่นำเอารูปแบบของลวดลายประยุกต์ที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำ ท้องฟ้า สวน และป่าไม้มาจัดแสดงด้วยระบบแสงสีที่สวยงาม ณ บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ในระหว่างเดือนธันวาคม 2558 ถึงมกราคม 2559 ระหว่างเวลา 18.00-24.00 น.

ทั้งนี้ ทีโออาร์โครงการดังกล่าว กำหนดราคากลาง 40 ล้านบาท โดยมีเอกชนสนใจเข้าซื้อเอกสารการประมูลจำนวน 9 ราย ประกอบไปด้วย บริษัท บางกอก แมส จำกัด, บริษัท ยูนิควาไนเซอร์ จำกัด, บริษัท จิปาถะ ไอเดีย จำกัด, บริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด, บริษัท เจ เอส เพรสทีจ จำกัด, ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไอ สไมล์ แทรเวิล, บริษัท สรรค์สร้าง จำกัด, บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน), บริษัท พีแอลเอ จำกัด

แต่มีผู้สนใจยื่นซองเอกสาร 2 ราย คือ บริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด และบริษัท สรรค์สร้าง จำกัด ซึ่งผ่านการพิจารณาคุณสมบัติและเทคนิคทั้งคู่

หลังจากที่มีรายงานข่าวนี้ออกมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในการตรวจสอบก็ออกมาแสดงท่าที กับการสอบสวนข้อเท็จจริงตามที่สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ตรวจสอบพบทุจริตโครงการค่าใช้จ่ายประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของ กทม.

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าทาง สตง.แจ้งมาที่กระทรวงมหาดไทย 2-3 ประการด้วยกัน คือ ให้มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงซึ่งทางกระทรวงก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงแล้ว และ สตง.ยังแจ้งมาด้วยว่าให้แจ้งความดำเนินคดีต่อผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร และให้ตั้งกรรมการสอบวินัยเจ้าหน้าที่ กทม. หากพบมีความผิดก็ให้แจ้งความฟ้องแพ่งผู้เกี่ยวข้องซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็ได้ดำเนินการตามที่ สตง.แจ้งมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนเรื่องการแจ้งความนั้นก็จะเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป

ไม่เพียงแค่กรณีของไฟกทม.เท่านั้น ตลอดระยะเวลาที่มรว.สุขุมพันธ์ บริหารงานมีประเด็นอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริต ที่ต้องตรวจสอบหลายรายการ

ยกตัวอย่างเช่น โครงการจัดซื้อรถดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร โดยตั้งข้อสังเกตว่า รถดับเพลิงดังกล่าว มีราคาประมาณ 7.5 ล้านบาท

 

สำหรับสเปครถนั้น ระบุว่า รถเป็นรถพวงมาลัยซ้าย ดัดแปลงจากรถ ATV มาแปลงสภาพ ใส่กระจก ติดตั้งเครื่องดับเพลิง ตัวรถมีราคา 2.5 ล้านบาท แต่ไฟเลี้ยวติดอยู่ตรงหัวรถมีขนาดเล็กนิดเดียว และไม่มีแอร์ ส่วนไฟท้ายเป็นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก เวลาขับไม่สามารถมองกระจกหลังได้

 

ตัวถังนั้นเป็นไฟเบอร์ ไม่ใช่เหล็ก ประตูเป็นพลาสติก ขนาดของรถมีขนาดเท่ากับรถกระป้อรับจ้าง ถ้าไปซื้อรถกระป้อจะสวยกว่าและบรรทุกของได้ อีกทั้งพวงมาลัยยังอยู่ด้านขวา

 

ชุดระบบดับเพลิงที่ติดตั้งในรถนั้นอุปกรณ์มาจากประเทศที่ต่างกันประมาณ 10 ประเทศ เมื่อตรวจสอบก็พบว่ามีราคาสูงเกินจริง เช่น ถังดับเพลิงหิ้วชนิดน้ำราคาท้องตลาด 2,400 บาท แต่ระบุในรายการจัดซื้อราคา 8,000 บาท

เกี่ยวกับประเด็นนี้ นายวสันต์ มีวงษ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. และ นางเบญทราย กียปัจจ์ รองโฆษกผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงการจัดซื้อรถกู้ภัยที่กำลังเป็นปัญหา ว่า การซื้อรถที่มีพวงมาลัยซ้าย ไม่ผิด พ.ร.บ.การจราจรทางบก สามารถจดทะเบียนได้ และขณะนี้รถกู้ภัยขนาดเล็กมีป้ายทะเบียนทุกคัน เหตุที่ต้องใช้พวงมาลัยขับซ้ายเพราะทั่วโลกผลิตรถขับซ้าย

 

ทั้งนี้ ยังย้ำว่าไม่ใช่รถเอทีวี แต่ยอมรับว่าคล้ายรถสองแถวเล็กหรือรถกะป๊อ เพราะ กทม.มีตรอกซอกซอยมากกว่า 5,000 ซอย จึงต้องการได้รถดับเพลิงขนาดเล็ก ที่มีความคล่องตัวในการระงับเหตุเพลิงไหม้ ส่วนราคาที่สูงเกินไปนั้นต้องเปรียบเทียบกับมาตรฐานเดียวกัน เพราะรถกู้ภัยขนาดเล็กที่สั่งซื้อมา 20 คัน วงเงินเกือบ 160 ล้านบาท เป็นยี่ห้อพัวราริส จากประเทศเยอรมัน มาตรฐานอันดับ 2 ของโลก กทม.ยินดีให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ตรวจสอบรายละเอียดของทีโออาร์

ไม่เพียงเท่านั้นยังมีโครงการจัดซื้ออุปกรณ์ดับเพลิงอีกหลายรายการ  โดยเฉพาะเรือผิวน้ำขับเคลื่อนด้วยกำลังลม  หรือ แอร์โบ๊ท พร้อมรถลากจูง 4ชุด วงเงินเกือบ 40 ล้านบาท นั้น

 

ซึ่งจากการตรวจสอบ ที่สถานีดับเพลิงสามเสน พบเรือแอร์โบ๊ท มีลักษณะติดตั้งเครื่องน้ำดับเพลิง พร้อมรถลากจูง 4ชุด จอดเก็บไว้บริเวณสนามฟุตบอล  ภายในสถานีดับเพลิงสามเสน 

 

ทั้งนี้  เรือดังกล่าวประกาศจัดซื้อในช่วงเดือน มี.ค.2558 ซึ่งมีการวิพากษ์ วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของเรือดับเพลิงกับการใช้งาน   เพราะถ้าเป็นเรือผิวน้ำ หากใช้ในแม่น้ำเจ้าพระยาอาจมีปัญหาล่ม หรือใช้ในแม่น้ำลำคลอง บางพื้นที่อาจจะติดสะพานข้ามคลอง  อีกทั้งการนำเรือเพื่อใช้งานในคลอง ก็ค่อนข้างลำบากในการเคลื่อนย้าย

และอีกหนึ่งการตรวจสอบ คือ โครงการปรับปรุงห้องทำงานผู้ว่ารากชการ กทม. ที่มี มีสำนักการโยธา เป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการ ที่มีราคากลางงานปรับปรุง16,500,000 เบื้องต้นพบว่ามีการปรับปรุงห้องทำงานตามแบบแปลนของสำนักการโยธาจริง จึงตั้งข้อสังเกตว่าดำเนินการปรับปรุงแล้ว แต่ไม่ปรากฎสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่ง สตง.ทำหนังสือเชิญเจ้าหน้าที่ กทม.ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง พร้อมขอเอกสารรายละเอียด