"พล.อ.ประยุทธ์" ประกาศจับ หากพระเคลื่อนไหว..."เจ้าคุณประสาร" คิดอย่างไร ?? ไม่ได้หวั่นวิตก แต่ก็ไม่ได้ท้าทาย

พระเมธีธรรมาจารย์ - เจ้าคุณประสาร จากการที่อาตมาได้โพสต์มติที่ประชุมของศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย สมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนาพร้อมด้วยภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ โดยได้สรุปมติที่ประชุม 5

พระเมธีธรรมาจารย์ - เจ้าคุณประสาร  จากการที่อาตมาได้โพสต์มติที่ประชุมของศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย สมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนาพร้อมด้วยภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ โดยได้สรุปมติที่ประชุม 5 ข้อ รายละเอียดทราบกันแล้วนั้น

 

อาตมาขอขยายความในมติที่ประชุมทั้งทั้ง 5 ข้อดังกล่าว ดังนี้

1.ข้อที่ 1 เป็นเรื่องการอนุโมทนาต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา

2.ข้อที่ 2-4 เป็นข้อเสนอแนะต่อภาครัฐและผู้ที่เดินหน้าคัดค้าน

3.ข้อที่ 5 เป็นเรื่องภายในองค์กรพุทธที่จะดำเนินการต่อไปเมื่อรวบรวมข้อมูลและสังเคราะห์ข้อมูล

"พล.อ.ประยุทธ์" ประกาศจับ หากพระเคลื่อนไหว..."เจ้าคุณประสาร" คิดอย่างไร ?? ไม่ได้หวั่นวิตก แต่ก็ไม่ได้ท้าทาย

หลังจากอาตมาได้โพสต์ข้อความจากมติที่ประชุมดังกล่าวแล้ว เกิดการ “ตีความ” ไปกันต่างๆนาๆ มากมาย ดังนี้

1.อาตมายื่นคำขาดต่อนายกรัฐมนตรีภายใน 7 วัน ให้เสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะเพื่อสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

2.หากนายกรัฐมนตรีไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้องภายใน 7 วัน จะมีการนำม็อบพระมากดดันซึ่งตรงกับวันอาสาฬหบูชาวันที่ 19 กรกฎาคมนี้พอดี

 

อาตมา ยืนยันว่าทั้งหลายทั้งปวงไม่ได้มีปัญหาอะไร วันที่ 12 กรกฎาคม มีนักข่าวถามนายกรัฐมนตรีด้วยความหวังดีว่า พระเมธีฯ ยื่นคำขาดต่อนายกรัฐมนตรีว่าให้เสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะภายใน 7 วันจะทำอย่างไร

นายกรัฐมนตรีตอบแยกได้เป็น 4 ประเด็น ดังนี้

1.ประเทศนี้เป็นของใคร

2.หากออกมาผิดกฎหมายและประกาศ คสช. จะจับกุมทันที

3.มายื่นคำขาดแบบนี้กับนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร

4.นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ยื่นคำขาด แต่ไม่ทำ

อาตมาตอบคำถาม ดังนี้

1.ประเทศนี้เป็นของทุกคน ไม่ผูกขาดว่าเป็นของคนใดคนหนึ่ง และไม่จำกัดความว่าเป็นของผู้ที่ป่าวประกาศว่าเสียสละและรักประเทศชาติมากกว่าคนอื่น

2.ทำผิดกฎหมายและประกาศ คสช. เรื่องชุมนุมเกิน 5 คนต้องจับกุมคุมขัง เรื่องนี้ตรรกะควรเป็นอย่างนั้น แต่ขอให้คำนึงถึงความยุติธรรมด้านกฎหมายให้เสมอภาคกับทุกกลุ่ม ทุกคน อย่าเลือกปฏิบัติ ขอให้ทุกคน ทุกกลุ่มอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันทั่วประเทศ

3.มายื่นคำขาดแบบนี้กับนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ตอบว่าอาตมาไม่เคยท้าทาย ไม่เคยก้าวร้าว ไม่ได้ยื่นคำขาด เพียงแต่ต้องการรักษาคณะสงฆ์และพระศาสนาเอาไว้เท่านั้นเอง ถ้าอ่านให้ดี และใช้วิจารณญาณจะเห็นว่าในมติข้อที่ 5 นั่นไม่ใช่การยื่นเงื่อนไข ไม่ใช่เรื่องข่มขู่ เป็นแต่เพียงการพูดถึงเป้าหมายและวิธีการภายในองค์กรพุทธเท่านั้นเอง

4.นายกรัฐมนตรีต่างหากที่ควรยื่นเงื่อนไข แต่ไม่ทำ ข้อนี้ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เป็นอำนาจของท่านนายกรัฐมนตรี

 

วันนี้อาตมาไม่ได้แก้ตัว ไม่ได้หวั่นวิตก แต่ก็ไม่ได้ท้าทาย ยังคงยืนอยู่บนหลักการเดิมคือ การพิทักษ์ปกป้องคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา แม้จะมีใครแปลเจตนาเป็นอย่างอื่นก็ตาม

ไม่ได้ท้าทาย ไม่ได้ลุกลี้ลุกลนที่ทำให้กลัวจนเสียสมณสารูปในความเป็นสงฆ์ แต่ขอยืนบนหลักการที่ถูกต้องชอบธรรมว่าวันนี้พระเมธีธรรมาจารย์ ขอเสียสละเพื่อรักษาคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาให้จิรัง ยั่งยืนสถาพรบนแผ่นดินไทยให้ตราบนานเท่านาน

ขอบคุณ Facebook พระเมธีธรรมาจารย์