งามไส้! เจอเข้าให้แล้วบัญชีตร.เป็นหางว่าวตั้งแต่"พ.ต.อ.-ร.ต.ท"ตกเป็น"เบ๊"หญิงไก่ เตรียมกรรมเร็วๆนี้ (รายละเอียด)

บัญชีตร.เป็นหางว่าวตั้งแต่"พ.ต.อ.-ร.ต.ท"ตกเป็น"เบ๊"หญิงไก่ เตรียมกรรมเร็วๆนี้(รายละเอียด)

จากกรณีการดำเนินคดี นางมณตาหรือหญิงไก่ หยกรัตนกาญ อายุ 58 ปี ผู้ต้อง หา ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งขณะนี้ตัวถูกคุมขังในทัณฑสถานหญิง กลาง อีกทั้งมีพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดอีกหลายคดีทั้งแจ้งความเท็จและพยายามค้ามนุษย์นั้น
          ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 ก.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. เดินทางมาประชุมความคืบหน้าคดี ร่วมกับ พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. รรท.ผบก.ป. ใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมงครึ่งนั้น
          พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวเพิ่มว่า คดีของหญิงไก่ ในส่วนของนายสุนทร หรือโก้ ขันหิน คนขับรถคนสนิทของหญิงไก่นั้น เบื้องต้นจากการตรวจสอบเชื่อได้ว่ายังมีชีวิตอยู่แต่แต่ที่หลบหนีไปเหตุใดไม่ทราบสาเหตุ อยู่ระหว่างหาข้อเท็จจริง รายงานข่าวจากฝ่ายสืบสวน บก.ป.แจ้งว่า สำหรับการติดตามตัว นายโก้ซึ่งเป็นคนขับรถของหญิงไก่นั้นล่าสุด นายโก้ ประสานผ่านพระของวัดนังคัลจันตรี จ.ปทุมธานี ว่า จะเดินทางเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนในวันที่ 22 ก.ค. นี้ ทั้งนี้มีรายงานว่าชุดสืบสวนพบความเคลื่อนไหวของนายโก้ว่าหลังจากอยู่ที่วัดนังคัลจันตรีแล้วได้เดินทางไปที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการติดตามตัว ในส่วนของการตรวจสอบประเด็นเรื่องการโอนย้ายเข้า 

          ขณะที่ในส่วนของเศรษฐินีที่ จ.อุดรธานี ตำรวจมีพยานหลักฐานที่สามารถระบุได้ว่าน่าจะเสียชีวิตแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้ไม่อยากให้นำกรณีของ เศรษฐินีไปเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตที่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เพราะขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่เชื่อมโยงกัน และกระแสข่าวที่ว่านางไก่เสียชีวิตภายในเรือนจำแล้วนั้น พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า ยังไม่ทราบข่าวและไม่ทราบรายละเอียด ทาง ผบ.เรือนจำ น่าจะเป็นคนตอบคำถามนี้ได้ และเมื่อชุดสืบสวน บก.ป. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ทำให้ทราบว่าเศรษฐินีคนดังกล่าวคือนางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล ทั้งนี้จากการสอบพยานและชาวบ้านในเขตเทศบาลเมืองอุดรธานี พบเบาะแสสำคัญโดยพยานให้การว่า เมื่อราวปี 46 หญิงไก่ เคยเข้ามาติดต่อขอซื้อที่จริง โดยมาพร้อมกับ นายปิติ ตั้งวิริยะกุล สามีเก่าของเศรษฐินี พร้อมกันนี้ หญิงไก่ แสดงตัวว่าเป็นคุณหญิง ซึ่ง ทุกครั้งที่มาจะมีคนติดตามและรถนำขบวนของตำรวจ บก.ทท. ซึ่งมีนายตำรวจยศ ร.ต.อ. คอยติดตามมาด้วย จึงทำให้คนแถวนั้นเชื่อว่าเป็นคุณหญิงจริง ๆ


          ส่วนประเด็นที่ว่าเศรษฐินีปัจจุบันยังมีชีวิตหรือไม่นั้นชุดสืบสวนพบข้อมูลว่าเมื่อประมาณวันที่ 26 พ.ย. 46 นางฉวีวรรณ เข้ารักษาตัวที่คลินิกหมออุดม อ.สว่างแดนดิน  จ.สกลนคร และได้เข้ารักษาตัวเพียง 7 วัน จึงเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 46 จากนั้นได้นำศพเศรษฐินีไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดศรีสว่าง จ.สกลนคร ก่อนที่จะทำการฌาปนกิจศพในวันที่ 3 ธ.ค. 46 ภายหลังการเสียชีวิตของนางฉวีวรรณที่ดินแปลงนี้ถูกโอนเป็นกรรมสิทธิ์ของนายปิติ และถูกขายให้กับผู้อื่นในราคา 8 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่าในรายละเอียดการแจ้งตายของนางฉวีวรรณ มีหญิงไก่เป็นผู้แจ้งการตาย สำหรับที่ผืนนี้ ปัจจุบันถูกปลูกสร้างเป็นบ้านที่พักอาศัย ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลว่าการขายที่ดินดังกล่าว หญิงไก่มีส่วนได้เสียหรือไม่เนื่องจากชุดสืบสวนได้พบพิรุธและตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดถึงต้องรีบจัดการศพ โดยใช้เวลาเพียง 1 วัน


          นอกจากนี้ชุดสืบสวนได้เดินทางไปที่วัดศรีสว่างเพื่อสอบปากคำพระสงฆ์ที่วัดดังกล่าว พร้อมกับสอบสัปเหร่อ ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยพระสงฆ์ได้ให้ข้อมูลกับชุดสืบสวนว่าได้ตั้งศพไว้ที่วัดจริง และมีผู้ร่วมงานประมาณ 40-50 คน  ซึ่งตำรวจกำลังสอบปากคำสัปเหร่อรวมทั้งแพทย์ที่ทำการรักษานางฉวีวรรณว่า เสียชีวิตจากสาเหตุใด เพื่อหาข้อเท็จจริงสำหรับเจ้าของที่ดินคนปัจจุบัน ก็ต้องสอบปากคำด้วย เพื่อหาความเชื่อมโยง

          ขณะที่อีกด้าน เวลา 13.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริงคณะพนักงานสอบสวนสน.ประชาชื่น ที่ทำคดีหญิงไก่ แจ้งความเอาผิดลูกจ้างรวม 9 คดี เหตุเกิดในท้องที่ สน.ประชาชื่นว่า มีความคืบหน้าไปเยอะ มีการพิสูจน์ทราบความถูกผิดพอใจในระดับหนึ่ง ภายในสัปดาห์นี้น่าจะมีความชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามการเป็นต้นทางแห่งกระบวนการยุติธรรมจะมาอ้างว่าถูกใครกดดันไม่ได้ ทั้งนี้หากพบบกพร่องโดยสุจริตก็อาจจะถูกลงโทษทางวินัยไม่รุนแรงแต่ถ้าพบว่าทุจริตผิดวินัยร้ายแรง ก็ต้องลงโทษไล่ออก
           ต่อมาเวลา 15.15 น. พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น. เปิดเผยภายหลังการประชุมพิจารณาความบกพร่องพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ที่ทำคดีหญิงไก่ ว่า คณะกรรมการประชุมพิจารณายังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากคณะกรรมการมีข้อสงสัยในเอกสารที่ระบุว่าในช่วงเวลาที่มีการแจ้งความทั้ง 9 คดีใครเป็นผู้รับผิดชอบสำนวนการสอบสวนบ้าง จำเป็นต้องนำเอกสารมาวินิจฉัยเพิ่มเติมในข้อกฎระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)และตาม ป.วิอาญา เพื่อความชัดเจนในการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีพนักงานสอบสวนหรือผู้บังคับบัญชาระดับใดบ้างที่บกพร่องในการทำสำนวนการสอบสวนโดยวันนี้คงมีการประชุมต่อ ส่วนการสรุปผลคาดว่าจะเสร็จทันในวันที่ 14 ก.ค. เพื่อแถลงต่อสื่อมวลชวนอีกครั้งเวลา 13.00 น.
          สำหรับการตรวจสำนวนในลักษณะเช่นนี้ นอกจากพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบสำนวนคดีนั้น ๆ แล้ว ระเบียบคำสั่ง ตร. ที่ 419 ระบุไว้ชัดเจนว่า ให้ระดับหัวหน้างานสอบสวน ระดับ ผกก. หัวหน้าสถานีและรอง ผบก. ที่รับมอบหมายจาก ผบก. ดูแลงานสอบสวน มีหน้าที่ในการตรวจสำนวนการสอบสวนให้เป็นไปตามระเบียบคำสั่งตร.ที่ 419 และเป็นไปตาม ป.วิอาญา สำหรับนายตำรวจที่ต้องถูกตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นมีตั้งแต่ระดับรอง ผบก.-รอง สว.(พ.ต.อ.-ร.ต.ท.) รวม 12-13 คนส่วนการพิจารณาให้ช่วยราชการหรือไม่ ต้องรอผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อน
          พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ยืนยันว่า ต้องมีพนัก งานสอบสวนที่รับผิดชอบสำนวนบางสำนวนจาก 9 สำนวน จะถูกตั้งข้อหาผิดระเบียบ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร. ที่ 419 ไม่ปฏิบัติตาม ป.วิอาญา 131 เพราะมีความบกพร่องในเรื่องไม่ตรวจสำนวนรวมถึงการทำสำนวนล่าช้า นอกจากมีความล่าช้าแล้ว ยังรวบรวมพยานหลักฐานไม่ครบถ้วน และไม่รวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนรวมถึงสอบสวนไม่ครบประเด็น การใช้ดุลพินิจโดยไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความบกพร่องในการทำสำนวนคดีอาญา
          ขณะที่มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากการที่ นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นำเหยื่อผู้เสียหายทางคดีเข้าพบ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ และ พล.ต.ต.จารุวัฒน์ เพื่อให้ปากคำและมอบหลักฐานสำคัญทางคดีเพิ่มเติมนั้น มีรายงานแจ้งว่า ภายหลังนายตำรวจระดับสูง ออกจากห้องประชุมเพื่อให้พนักงานสอบสวน ทำการสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมด พบว่าการสอบปากคำ นางสุกัลยา ศิริม่วง มีความผิดปกติ เพราะมีการสอบปากคำนานถึง 5 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 12.00-17.00 น. และทางพนักงานสอบสวนใช้ถ้อยคำข่มขู่ ทำนองว่า นางสุกัลยา กลั่นแกล้งตำรวจ สน.ประชาชื่น ที่รับแจ้งความหรือไม่ อีกทั้งยังพยายามให้นาง สุกัลยา รับว่าลายเซ็นในสำนวนเป็นของตนเองซึ่งนางสุกัลยา ยืนยันว่าไม่เคยเซ็นเอกสารใด
          ต่อมา นายปฏิคม วงษ์สุวรรณ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงการคุมขังหญิงไก่ ว่าขณะนี้หญิงไก่ถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง การคุมขังเป็นไปตามปกติ มีแพทย์เข้าตรวจอาการผู้ต้องขังตลอด ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่าป่วยโรคจิตนั้น ในวันนี้ได้ส่งไปตรวจอาการกับแพทย์จิตเวชที่ทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ หลังตรวจแล้วก็รับตัวกลับไปคุมขังตามเดิม อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องขังมีสิทธิอ้างอาการป่วยสารพัดโรคแต่ทุกอาการป่วยต้องได้รับการยืนยันจากแพทย์ นอกจากนี้การอ้างเป็นโรคจิตยังต้องส่งข้อมูลให้ศาลเป็น ผู้วินิจฉัยด้วยไม่สามารถกล่าวอ้างเองได้ ยืนยันทัณฑสถานหญิงกลางมีมาตรฐานการดูแลผู้ต้องขังทุกราย ซึ่งหญิงไก่ก็ถือเป็นผู้ต้องขังธรรมดา  สามารถดูแลได้ตามปกติ จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงมีข่าวลือเรื่องการเสียชีวิต

          ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์