นับถอยหลัง 17 วัน ลงประชามติร่าง รธน. ...ติดตามสถานการณ์ร้อนทางการเมือง หลังเริ่มทีกลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหว

นับถอยหลัง 17 วัน ลงประชามติร่าง รธน. ...ติดตามสถานการณ์ร้อนทางการเมือง หลังเริ่มทีกลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหว

ร้อนระอุทุกขณะสำหรับสถานการณ์ทางการเมือง โดยเฉพาะท่าทีของพรรคการเมืองต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 สิงหาคม 2559

เพราะประเด็นสำคัญคือทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ไปร่วมลงนามในแถลงการณ์ของกลุ่มเครือข่ายพลเมือง เครือข่ายประชาสังคม

กลุ่มเครือข่ายพลเมือง เครือข่ายประชาสังคม และนักวิชาการจากหลายสถาบัน   นำโดยนายโคทม อารียา ผอ.ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล, นายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองประธานมูลนิธิปรีดี พนมยงค์, นางสุนี ไชยรส อดีตรองประธานคณะกรรม การปฏิรูปกฎหมาย และนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ อดีตกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นตัวแทนแถลงท่าทีต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 สิงหาคม 2559 ฉบับที่ 2 แถลงการณ์ดังกล่าว ระบุข้อเรียกร้องจำนวน 5 ข้อ ได้แก่

1.ให้ความเคารพในสิทธิอันชอบธรรมของประชาชน ในการแสดงความคิดเห็นร่างรัฐธรรมนูญ เปิดให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ได้ถกแถลงด้วยข้อมูลที่ถูกต้องรอบด้าน เอื้อให้มีพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัย เพื่อการแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์

2.จำเป็นต้องเสนอทางเลือกที่ชัดเจนให้กับประชาชน กรณีไม่ผ่านประชามติว่าจะมีกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรต่อไป

3.กรณีร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ ควรมีกระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มาจากฉันทามติผ่านกลไกที่ทุกกลุ่มทุกฝ่ายมีส่วนร่วมออกแบบกระบวนการ และกำหนดหลักการสำคัญในรัฐธรรมนูญเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย เป็นไปตามกรอบเวลาที่ประกาศไว้ในโรดแม็ปสู่การเลือกตั้ง และตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว

4.หากหลักการตามข้อเรียกร้องที่กล่าวมาข้างต้นเกิดขึ้นจริง ทุกกลุ่มควรยอมรับในผลของการทำประชามติ

5.รัฐธรรมนูญที่ได้มาควรมีหลักการสำคัญ อาทิ การคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิของประชาชนในด้านต่างๆ ที่ไม่ถดถอยไปจากเดิม การตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจอธิปไตย ของกลไกทางการเมืองที่มีความสมดุล กำหนดมาตรการป้องกันการทุจริต และมาตรการป้องกันความขัดแย้งไม่ให้ขยายผลสู่การใช้ความรุนแรง รวมทั้งมีบทบัญญัติที่เอื้อให้ปรับเปลี่ยนแก้ไขรัฐธรรมนูญได้โดยไม่ยากเกินไป เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ และความเปลี่ยนแปลงของสังคมตามความจำเป็นและตามกรอบกฎหมาย

สำหรับรายนามองค์กรที่ลงนามสนับ สนุนคำแถลง 16 องค์กร อาทิ คณะกรรม การญาติวีรชนพฤษภา 35,  ขบวนการผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย, ศูนย์ประสานงานเยาวชนสังคมนิยมประชาธิปไตย

 

ส่วนรายนามบุคคลที่ลงนามสนับสนุนคำแถลงจำนวน 117 รายชื่อ เป็นที่น่าสังเกตว่าเป็นบุคคลที่มาจากพรรคการเมืองเข้าร่วมจำนวนมาก เช่น พรรคประชาธิ ปัตย์ จำนวน 9 คน อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวช ชาชีวะ หัวหน้าพรรค, นายบัญญัติ บรรทัด ฐาน, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค, นายเกียรติ สิทธีอมร คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายสาธิต ปิตุเตชะ นายธนา ชีรวินิจ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก

 

พรรคเพื่อไทย จำนวน 18 คน อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรค, พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค, นายโภคิน พลกุล, นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายชูศักดิ์ ศิรินิล และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, พรรคชาติไทยพัฒนา ได้แก่ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และนายนิกร จำนง

ขณะเดียวกัน ยังมีกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมลงนามสนับสนุนคำแถลงครั้งนี้ด้วย อาทิ นางพะเยาว์ อัคฮาด, นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เป็นต้น รวมถึงบรรดานักวิชาการ อาทิ นายประภาส ปิ่นตบแต่ง, นางนฤมล ทับจุมพล, นายเอกพันธุ์ ปิณฑว ณิช, นายสุณัย ผาสุข

ขณะเดียวกันฝากฝั่งพรรคการเมืองที่ลงนามในแถลงการณ์ของ กลุ่มเครือข่ายพลเมือง เครือข่ายประชาสังคม ก็ออกมาระบุว่า ที่ลงชื่อไปเพราะหวังดีต่อประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการลงประชามติ

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ได้ร่วมลงชื่อกับกลุ่มนี้ ก่อนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ โดยเป็น การลงชื่อกับองค์กรที่หวังดีต่อประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการลงประชามติ และหวังให้ผู้มีอำนาจปรับปรุงวิธีการ อาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเกี่ยวกับการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเรื่องนี้ต้องดูหลายมิติ ทั้งเรื่องเนื้อหา สถานการณ์ทางการเมือง เพื่อให้เกิดประ โยชน์กับทุกฝ่ายของประเทศในการเดินไปพร้อมกัน ไม่ใช่เป็นประชามติที่ฝ่ายหนึ่งต้องการชนะ ส่วนอีกฝ่ายต้องการดิสเครดิตโดยไม่มีเหตุผล เป็นหน้าที่ของผู้มีอำนาจต้องคิดวิธีที่เกิดความสมดุลด้วยการปรับทัศนคติของตัวเอง

ด้านนายโภคิน พลกุล หนึ่งในแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนและเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ร่วมลงชื่อในคำแถลงนี้หลายคนด้วยกัน ส่วนตัวไม่ได้คาดหวังมากนัก แต่ต้องร่วมกันทำในฐานะที่เป็นเสียงของภาคประชาชน ที่ต้องเข้ามาช่วยบ้านเมืองที่เป็นของทุกคน ซึ่งรัฐบาลเองมีหน้าที่สำคัญในการแก้ไขปัญหา ที่จะต้องฟังเสียงประชาชนว่าจะให้บ้านเมืองเดินไปอย่างไร รัฐบาลจะต้องเปิดให้ประชาชนทุกฝ่ายได้แสดงความเห็น แสดงออกในกรอบสันติวิธี เชื่อว่าสิ่งที่ภาคประชาชนทำในวันนี้ จะได้ทำให้มีภาคประชาชนเข้ามาร่วมมากขึ้น

ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เราเชื่อมั่นในประ ชาธิปไตย ที่มีสมาชิกมาร่วมลงชื่อในคำ แถลงนี้ ก็เป็นสิ่งที่แสดงจุดยืนของพรรคเพื่อไทย ที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสหารือกันหลายครั้ง ก็เห็นตรงกันว่าไม่ต้องการให้เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นมากอีก ไม่ต้องการให้มีเหตุการณ์การปิดถนนอะไรกันอีก ไม่ต้องการให้มีคนล้มตายอีก จึงได้มีการร่วมลงนามในคำแถลงนี้เพื่อให้เป็นการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี

การออกร่วมเคลื่อนไหวมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้ เป็นโจทย์ที่ทำให้  คสช.ต้องหันมาจับตาและตีกรอบไม่ให้บานปลายมากขึ้นหรือไม่ เราจะได้ไปติดตามรายละเอียดกับคุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้อำนวยการสำนักข่าวทีนิวส์

เหลือเวลาเพียงแค่ประมาณ 17 วันเท่านั้น ก็จะถึงวันประชามติ 7 สิงหาคม สถานการณ์ร้อนระอุ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างๆ ที่พบการปลุกปั่น สร้างสถานการณ์ทำลาย รายชื่อผู้มีสิทธิ

นายพันธุ์เทพ เสาโกศล นายอำเภอชุมแพ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สรายุทธ์ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.ชุมแพ และ ร.ท.ชัยยัน ศรีระบุตรหัวหน้าชุดเฉพาะกิจ ร้อย รส.ร.8 พัน 2 ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบทำลายบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนที่ทำการติดตั้งอยู่ภายในหน่วยเลือกตั้งที่ 36 ชุมชนใหม่สามัคคี เขตเทศบาลเมืองชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น หลังได้รับแจ้งจากผู้นำชุมชนว่าเกิดเหตุคนร้ายบุกเข้ามาก่อเหตุเมื่อช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา (20 ก.ค.) ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบเอกสารประกาศกำหนดหน่วย หรือใบ อ.ส.4 และ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ หรือ อ.ส.6 ถูกแกะลงมาจากกระดานที่ติดไว้ก่อนถูกคนร้ายเผาทำลายทั้งชุดขณะที่บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิถูกเผาไป 4 แผ่น 

ขณะที่ นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เปิดเผย.ว่า เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา (20 ก.ค. 59) ได้เกิดเหตุคนร้ายเข้าไปลอบฉีกทำลาย และเผาบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ออกเสียงลงประชามติ ที่ติดตั้งไว้บริเวณจุดลงทะเบียน บ้านเจ๊ะบิลัง ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล ส่งผลให้เอกสารได้รับความเสียหายบางส่วน

 

ล่าสุด ได้กำชับไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้เกี่ยวข้องให้เพิ่มมาตรการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยตามจุดเลือกตั้งทุกหน่วยที่เหลือทั่วทั้งจังหวัดสตูล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก นอกจากนี้ ยังได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งดำเนินการติดตามตัวมือมืดมาดำเนินคดี เบื้องต้นได้มีการแจ้งความไว้แล้ว       

ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง เตรียมจัดเวทีแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านสถานีโทรทัศน์ ว่า กกต.แจ้งให้ตนทราบเรื่องจัดเวทีดังกล่าวตั้งแต่ตอนที่เดินสายชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญตามจังหวัดต่างๆ ก่อนหน้านี้ โดยให้สถานีโทรทัศน์เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี ส่วนว่าเวทีดังกล่าวจะทำให้ประชาชนเข้าใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้นหรือไม่นั้นไม่รู้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญติดหูติดตาประชาชนมากขึ้น

 

เมื่อถามว่า การจัดเวทีช่วงโค้งสุดท้ายจะทันหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า เขาอาจจะมองว่าจัดใกล้วันประชามติ ดีกว่าจัดก่อนหน้าเป็นเวลานาน เพราะทำให้ประชาชนจำเนื้อหาได้ ถ้าจัดก่อนหน้านานคนอาจจะลืมก็ได้ ส่วนที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะไม่เข้าร่วมเวทีดังกล่าวนั้น เขาอาจจะมีคนไม่พอ หรือไม่อยากจะไปโต้เถียงด้วย เพราะการชี้แจงเนื้อหาให้คนเข้าใจเป็นคนละอย่างกับการไปโต้เถียงเนื้อหากัน

เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงข้อเรียกร้องของเครือข่ายประชาสังคม ให้มีการเปิดพื้นที่แสดงความคิดเห็นร่างรัฐธรรมนูญก่อนการออกเสียงประชามติ ว่า ได้ให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง และผู้ว่าราชการจังหวัด เปิดพื้นที่ให้มีการดีเบตในทุกจังหวัด เพื่อให้มีการพูดคุยให้เกิดความชัดเจน โดยให้มีเจ้าหน้าที่ของ กกต. ดูแลในพื้นที่ และมีผู้ว่าราชการจังหวัดคอยกำกับดูแล ส่วนความชัดเจนหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามตินั้น จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และ คสช. และรัฐบาลจะประชุมร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาหากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เดินทางไปที่จังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงสาระสำคัญเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งเห็น ว่ากรธ.ไม่มีความจำเป็นต้องเข้าร่วมเวทีดีเบต ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะจัดเพราะไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะถกเถียงกับใคร ซึ่งเห็นว่าควรเอาเวลาที่เหลืออยู่เดินหน้าชี้แจงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญจะเหมาะสมกว่า แต่หากมีการบิดเบือนหรือเข้าใจผิดเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ กรธ.จึงจะเข้าไปอธิบาย เรื่องนี้หลายฝ่ายคิดว่าน่าจะมีการพูดันในการประชุมกรธ. ในวันพรุ่งนี้ (22 ก.ค.)