หนีไปไกลแค่ไหน...แต่ก็ไม่พ้นบ่วงกรรม จับแล้ว "สมีคำ" คาสหรัฐ เตรียมส่งตัวกลับมาดำเนินคดี

หนีไปไกลแค่ไหน...แต่ก็ไม่พ้นบ่วงกรรม จับแล้ว "สมีคำ" คาสหรัฐ เตรียมส่งตัวกลับมาดำเนินคดี

กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงข่าวซึ่งประกอบไปด้วย กรณีการครอบครองรถยนต์ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่า (รถจดประกอบ) ของพระเถระชั้นผู้ใหญ่ และกรณีรถโบราณของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ วัดไผ่ล้อม  รวมไปถึงความคืบหน้าคดีของนายวิรพล สุขผล หรือสมีคำ

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ แถลงความคืบหน้าคดีอดีตพระเณรคำ ฉัตติโก หรือ นายวิรพล สุขผล ซึ่งหลบหนีหมายจับของดีเอสไอและไปอาศัยอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 56 ว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22ก.ค. ที่ผ่านมา ดีเอสไอได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐอเมริกาว่า ได้จับตัวเณรคำหรือนายวิรพล ไว้แล้ว ตามการประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานต่างประเทศ สำนักอัยการสูงสุด และดีเอสไอ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการประสานเพื่อขอตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป

ซึ่งดีเอสไอได้สรุปสำนวนส่งฟ้องอดีตเณรคำไปแล้ว 6 คดี ประกอบด้วย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีที่มีการลงข้อความอันเป็นเท็จในเว็บไซต์,หลอกลวงประชาชน,ฉ้อโกงประชาชน,พ.ร.บ.ฟอกเงิน, กระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ,และพรากผู้เยาว์

ทั้งนี้ในการพิจารณาคดีเพื่อขอตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะต้องรอให้ศาลอเมริกาแจ้งข้อกล่าวหาอดีตพระเณรคำให้รับทราบว่ากระทำผิดในคดีใดบ้าง และเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาได้ใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์เพื่อต่อสู้คดีก่อนจึงจะสามารถดำเนินการส่งตัวกลับดำเนินคดีในไทยได้ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

ด้านพ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการส่งตัวนายวิรพล สุขผล เป็นผู้ร้ายข้ามแดนว่า ขณะนี้ขั้นตอนการประสานความร่วมมือและส่งมอบเอกสารเสร็จสิ้นลงแล้ว เพราะทางการสหรัฐฯได้จับกุมตัวอดีตพระเณรคำตามคำร้องขอของทางการไทยแล้ว เหลือเพียงการพิจารณาของศาลสหรัฐฯว่าจะส่งตัวอดีตพระเณรคำเป็นผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ ซึ่งถือว่ามีโอกาสสูงที่จะได้ตัวอดีตพระเณรคำกลับมาดำเนินคดีอาญาในประเทศไทย

ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนก่อนหน้านี้กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการดำเนินคดีกับ นายวิรพล สุขผล แบ่งออกเป็น 8 คดี  และได้มีการสรุปสำนวนส่งฟ้องไปแล้ว 6 คดี

สำหรับข้อกล่าวหาที่อยู่ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ยุคธาริต)มี 8 คดี ประกอบไปด้วย

 

1. การใช้สื่อสารสนเทศลงโฆษณาอันเป็นเท็จ ซึ่งน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณชน ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 เกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ เนื่องจากอ้างว่าได้เข้าเฝ้าพระอินทร์ ซึ่งพระอินทร์สั่งให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ ดีเอสไอวิเคราะห์แล้วเห็นว่าความผิดสำเร็จแล้ว

 

2. กรณีการกระทำชำเราเด็กหญิงและพรากผู้เยาว์ซึ่งเป็นความผิดอาญา มาตรา 277 และ 317 วรรค 3 3. กรณีที่หลวงปู่เณรคำกับพวกมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีรถหรู

3. กรณีที่หลวงปู่เณรคำกับพวกมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีรถหรู ซึ่งเบื้องต้นพบรถต้องสงสัย 9 คัน ทั้ง บีเอ็มดับเบิลยู มินิคูเปอร์ นิสสันฟิกาโร ซึ่งน่าจะนำออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และรถเบนซ์อีกจำนวนหนึ่งที่ซื้อใน จ.อุบลราชธานี

 

4. กรณีเสพยาเสพติดให้โทษ

 

5. การแสดงและใช้วุฒิการศึกษาเท็จว่าจบด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษา

6. คดีฆ่าคนตายโดยประมาทจากการขับรถชนคนตาย

 

7. ความผิดฐานฟอกเงินกรณีการเบียดบังเงินบริจาคไปซื้อทรัพย์สินและการนำเงินไปฝากในต่างประเทศ

 

8. การอวดอุตริ อภินิหาร

ซึ่งก่อนหน้านี้คดีที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือ กรณีการกระทำชำเราเด็กหญิงและพรากผู้เยาว์ และการอวดอุตริ อภินิหาร

ย้อนกลับไป ในปี 2556  กรมสอบสวนคดีพิเศษมีความเห็นสั่งฟ้อง นายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระเณรคำ รวม 4 ข้อหา ฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร, พาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่ออนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม , กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และพาไปเพื่อการอนาจาร เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 279, 283 ทวิ วรรค 2 และ 317

และอีกหนึ่งคดี คือ การอวดอุตริ อภินิหาร ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2556  มีคลิปเณรคำ ฉัตติโก พระสงฆ์วัดป่าขันติธรรม กำลังเทศน์ญาติโยมว่า เป็นเพื่อนกับพระอินทร์ และสามารถระลึกชาติได้ว่าสมัยพุทธกาล ตัวเองเกิดเป็นมานพคนหนึ่งที่เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากถึงความไม่เหมาะสม และไม่น่าเชื่อถือ  ซึ่งถือว่าเป็นการอวดอุตริอย่างชัดเจน และผิดพระธรรมวินัยแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับ วิรพล สุขผล อดีตพระภิกษุชื่อพระวิรพล ฉัตติโก เรียกตนเองว่าหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก และเป็นที่รู้จักในชื่อ เณรคำ เคยเป็นประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม และมีชื่อเสียงจากความสามารถในการสั่งสอน แต่ภายหลังถูกถอดจากสมณเพศเพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประการ

เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2537 ได้เข้าบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดภูเขาแก้ว อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีหลวงปู่โชติ อาภัคโค เป็นอุปัชฌาย์แล้วจึงไปจำพรรษาที่วัดดอนธาตุ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 จึงได้อุปสมบทเป็นภิกษุที่วัดศรีนวล อำเภอและจังหวัดเดียวกัน ก่อนที่จะกลับไปจำพรรษาอีกครั้งที่วัดดอนธาตุ

ขณะที่ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 คณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานีและคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษได้ขับพระวิรพลออกจากสมณเพศ เนื่องจากผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรง ได้แก่เสพเมถุน ต้องอาบัติปาราชิกต่อมามีตัวแทนของพระวิรพลให้ข่าวว่าพระวิรพลได้ลาสิกขาแล้วที่วัดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมปีเดียวกัน

ทั้งนี้ ได้ถูกติเตียนโดยทั่วไปถึงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสม หลังจากที่มีผู้แพร่ภาพพระวิรพลในหลากหลายอิริยาบถที่ผิดอาจาระของสงฆ์ อาทิ วิดีโอแสดงพระวิรพลในเครื่องบินส่วนตัวพร้อมกับถือกระเป๋าหลุยส์ วิตตอง ภาพถ่ายแนบไปกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงหนังสือที่พระวิรพลแต่งชื่อ ชาติหน้าไม่ขอมาเกิด ซึ่งมีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นการอวดอุตริมนุสธรรมว่าเป็นพระอรหันต์ หลุดพ้นจากวัฏสงสารแล้ว

กระบวนการต่อจากนี้ไป สหรัฐอเมริกา จะพิจารณาคดีเพื่อ แจ้งข้อกล่าวหา เณรคำ ให้รับทราบว่ากระทำผิดในคดีใดบ้าง และเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาได้ใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์เพื่อต่อสู้คดีก่อน จึงจะสามารถดำเนินการส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทยได้