จุดสงคราม???...ป่วนให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ผู้อยู่เบื้องหลังได้อะไร

จุดสงคราม???...ป่วนให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ผู้อยู่เบื้องหลังได้อะไร

เปิดฉากสัปดาห์ใหม่ก็เขยิบเข้าใกล้วันลงประชามติ 7 สิงหาคม ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ได้มีการจับกุม กลุ่มบุคคลที่ทำการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญปลอม

ซึ่งมีการโยงใยไปถึงขนาดว่าผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังอาจจะเป็น เครือข่ายของระบอบทักษิณ หรือไม่

ยกตัวอย่าง 23 กรกฎาคม ที่ จังหวัดเชียงใหม่  เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเป้าหมาย  6 จุด ในพื้นที่ อ.เมือง เชียงใหม่ เพื่อหาหลักฐานเอกสารใบปลิวต่อต้านไม่รับร่าง รธน.และจดหมายบิดเบือนร่าง

 

จุดแรกเข้าตรวจค้นที่ บริษัท ทัศนาภรณ์ ถนนเชียงใหม่-สันกำแพง หมู่ 3 ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง เชียงใหม่ ซึ่งเป็นห้องทำงานของนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่

 

จากการตรวจค้นพบซองเปล่าเขียนจ่าหน้าซองถึงเจ้าของบ้าน ไม่ระบุชื่อ เป็นจำนวนมาก และยังพบเครื่องถ่ายเอกสาร และเอกสารอื่นๆ อีกจำนวนมาก

จากนั้นเข้าตรวจค้นจุดอื่นๆ พื้นที่เป้าหมายอีก 5 จุด พร้อมกัน โดยสามารถยึด รถ จยย.และชุดเสื้อผ้า พร้อมหมวกกันน็อก ที่ปรากฏภาพในกล้องวงจรปิด ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นภาพขณะที่คนร้ายสวมใส่ชุดดังกล่าวแล้วขี่จักรยานยนต์ นำจดหมายไปหย่อนตามตู้ ปณ. ต่างๆ

ขณะที่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการแล้วเพื่อการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวว่ามีผู้บริหารส่วนท้องถิ่นของกรมการปกครองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งต้องรอเรื่องของการสืบสวนสอบสวนที่เวลานี้เป็นส่วนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังดำเนินการรวบรวมพยานและหลักฐาน

 

ทั้งนี้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่นั้น ก็ต้องรอเรื่องของการสอบสวนต่อไป ส่วนกรณีที่เดินทางออกไปนอกประเทศนั้น นายบุญเลิศ ได้ขอลาหยุดตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค.59 แล้ว แต่ได้เดินทางออกไปนอกประเทศในวันที่ 20 ก.ค.59

ด้านพลตำรวจตรีมนตรี สัมบุณณานนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในส่วนของการสอบสวนขณะนี้พอจะทราบแล้วว่าผู้ที่กระทำผิดเป็นกลุ่มใดและมีผู้ใดบ้าง เหลือเพียงการรวมรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติออกหมายจับ ซึ่งเชื่อว่ามีไม่ต่ำกว่า 5 คนที่จะถูกออกหมายจับในเบื้องต้น

ในขณะเดียวกันนอกเหนือจาก กรณีของการกระทำผิดกฏหมายโดยกลุ่มบุคคลก็ยังพบอีกว่าได้มีเหตุการณ์ที่สร้างความสับสนในหลายกรณี

อย่างเช่น ทบริเวณศาลาการเปรียญ วัดหาดมูลกระบือ หมู่ 1 ต.ย่านยาว อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นหน่วยออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ กกต.ได้นำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติไปติดตั้งไว้

 

เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้ง พบกระดาษบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติถูกฉีกเสียหายทั้งหมด 12 แผ่น

 

ด้านนายประยูร จักรพัชรกุล ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ทราบว่ามีลิงกว่า 10 ตัว เป็นลิงธรรมชาติที่มีอยู่ในวัดกว่า 200 ตัว เข้ามากัดและฉีกทำลายบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงประชามติ

 

และกับกรณี ป้ายโฆษณากาแฟ กาโน ลักษณะคล้ายธง จำนวน 47 อัน ปักเรียงบนถนนระยะทางกว่า 200 เมตร จึงทำให้เกิดความหวั่นวิตกว่าจะเป็นการกระทำของผู้ไม่หวังดี ก่อกวนการออกเสียงประชามติ

 

และท้ายที่สุดจะตรวจสอบเรียบร้อยแล้วว่าเป็นป้ายโฆษรากาแฟยี่ห้อ ‘กาโน’ ของบริษัท กาโนเอ็กเซล เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายกาแฟสมุนไพรเห็ดหลินจือ ไม่เกี่ยวกับการปลุกระดมหรือชี้นำประชาชนไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด

ขณะที่ ฝั่งรัฐบาลเองก็ออกมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองก่อนถึงวันออกเสียงลงประชามติ 7 ส.ค.โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งมีผู้ที่ไม่หวังดีคอยสร้างสถานการณ์ขัดขวางการเดินหน้าประเทศตามโรดแมปที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และพลเรือนทั่วประเทศ

 

มีข้อมูลทางการข่าว และหลักฐานต่างๆ ที่สะท้อนให้เห็นว่า ยิ่งใกล้วันลงประชามติก็ยิ่งมีความพยายามสร้างความปั่นป่วนในสังคมหลากหลายรูปแบบ ทำให้ประชาชนรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่ออกไปลงประชามติ ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมที่เห็นแก่ตัว ไม่คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวม

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้มีการดำเนินคดีผู้กระทำผิดไปแล้ว 7 ราย ในท้องที่ สน.เตาปูน กทม. ขณะที่ในต่างจังหวัด ที่ จ.กาญจนบุรี ขอนแก่น สตูล สุพรรณบุรี ระยอง และพิจิตร ซึ่งส่วนใหญ่ เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และภัยธรรมชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจึงได้สั่งการให้ตำรวจแต่ละท้องที่ ประสานฝ่ายปกครอง และกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัด จัดกำลังดูแลเพิ่มเติม

 

ขณะเดียวกันยังเริ่มพบการแจกเอกสารบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล แต่เบื้องต้น ยังไม่พบว่า เป็นการกระทำของขบวนการที่ต้องการล้มการลงเสียงประชามติ แต่หากสืบสวนพบความเชื่อมโยงถึงกลุ่มใด ก็ต้องดำเนินคดีทั้งหมด

ขณะที่ความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนของเครือข่ายคนเสื้อแดงและระบอบทักษิณ นั่นคือ กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ร่วมกับเครือข่าย 43 องค์กร จัดกิจกรรม "ใส่ใจประชามติรัฐธรรมนูญกำหนดอนาคตประชาชน"

กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ร่วมกับเครือข่าย 43 องค์กร จัดกิจกรรม "ใส่ใจประชามติรัฐธรรมนูญกำหนดอนาคตประชาชน" โดยนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ กล่าวปาฐกถา" ว่า แม้หลายคนยืนยันว่าจะมีการทำประชามติแน่นอน แต่ก็ยังแน่ใจไม่ได้ เพราะหัวหน้า คสช.มีมาตรา 44 สั่งว่าจะจัดหรือเลื่อนออกไปก็ได้ และแม้ว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะเขียนให้แก้ไขได้ แต่ก็พบว่ายากต่อการแก้ไขมาก ซึ่งเรื่องนี้มีนัย คือ อาจเป็นชนวนและระเบิดเวลาที่นำไปสู่ความรุนแรงในอนาคต อีกทั้งเงื่อนไขที่กำหนดในร่างรัฐธรรมนูญยังเขียนให้รองรับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญปกติกำหนดคือการทำให้อำนาจรัฐประหารสิ้นสุดเมื่อมีรัฐธรรมนูญถาวร แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังให้หัวหน้า คสช.มีอำนาจต่อไป อีกทั้งคำสั่ง คสช.ก็จะเป็นมรดกตกทอดต่อไป

ต่อมา ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง รัฐธรรมนูญของประชาชน ระบุตอนหนึ่งว่า พวกเราทั้ง 43 องค์กร เห็นร่วมกันที่จะโหวตโนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ด้วยเหตุผลสำคัญ 4 ประการ คือ

 

1.กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขาดความชอบธรรมตั้งแต่ต้น

 

2.เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญจะนำพาประเทศให้ถอยหลังทั้งในด้านหลักการประชาธิปไตยและด้านสิทธิและสวัสดิการของประชาชน

 

3.บทเรียนการบริหารประเทศที่ผ่านมาของ คสช.ทำให้ประชาชนรู้ชัดว่าไม่อาจฝากอนาคตไว้กับ คสช.ได้อีก

 

4.รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกออกแบบให้แก้ไขแทบจะไม่ได้ เช่น ต้องผ่านถึงสามขั้น ตอนต้องได้รับความเห็นชอบจากพรรคการเมืองทุกพรรคในสภา จึงทำให้คำกล่าวที่ว่ารับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อนแล้วไปแก้ทีหลังในคราวลงประชามติปี 2550 นั้น ใช้ไม่ได้กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง และเครือข่ายองค์กรนิสิตนักศึกษาและประชาชนรวม 43 องค์กร แถลงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ตนไม่ทราบรายละเอียด แต่เข้าใจว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตว่าตัวเองเห็นอย่างไร เพราะที่ติดตามยังไม่ได้สะดุดเนื้อหาอะไร ซึ่งต้องแยกการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวออกจากการชักชวนคนอื่น ซึ่งต้องดูเนื้อหาที่พูด แต่อย่าไปจับผิด อะไรที่ไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายก็ให้มันผ่านไป

 

 สำหรับกรณีที่ นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ พูดทำนองว่าจะกาในช่องขวามือของบัตรลงประชามติ ซึ่งเป็นช่องไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถือว่ามีความผิดหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าพูดแบบนั้นก็เสี่ยง เพราะสิ่งที่ผมอธิบายว่าไม่ผิดคือการพูดความคิดเห็นส่วนตัว แต่การแนะนำคือบอกคนอื่นว่าตัวเองจะกาช่องไหนถือเป็นคนละเรื่อง มันอาจจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 ก็ได้

และที่ต้องจับตามองกันเพิ่มเติมนั่นคือทางฝั่งของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพคู่ "ทักษิณ ชินวัตร" บนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าเตรียมเซอร์ไพส์วันเกิดนายทักิณ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพคู่ "ทักษิณ ชินวัตร" บนเฟซบุ๊ก ว่า พรุ่งนี้ (26 ก.ค 2559) จะเป็นวันคล้ายวันเกิดของพี่ชายที่ดิฉันรักและเปรียบเสมือนคุณพ่อ ดิฉันมีของขวัญพิเศษจะมอบให้ท่าน ขอเชิญชวนทุกท่าน มาร่วมอวยพรวันเกิดท่านที่เพจนี้ ในวันพรุ่งนี้ เริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไปนะคะ ขอบคุณค่ะ