- 26 ก.ค. 2559
อ้างกันแบบนี้?!?..."พระเมธีฯ"พูดเองเออเอง "สงฆ์ทั่วโลก"ตอบรับ เตรียมลุกฮือ..."อยากลองก็ออกมา"???
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. เวลา 17.35 น.
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ระบุว่า เจ้าพนักงานยังไม่เห็นรายละเอียดและดีเอสไอไม่ได้รายงานเรื่องนี้มายังตน ซึ่งควรปล่อยให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย เพื่อที่ทุกอย่างจะได้มีความกระจ่าง ส่วนกรณีดีเอสไอจะเชิญสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมทุกฝ่ายต้องก็ดูว่าอะไรที่เหมาะสมและไม่เกิดความเสียหายต่อคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา
นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับกรณีที่กรณีพระเมธีธรรมาจารย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุขอให้เครือข่ายสงฆ์และชาวพุทธเตรียมออกมาเคลื่อนไหวนั้น รู้สึกไม่สบายใจ คิดว่าฝ่ายกฏหมายและฝ่ายความมั่นคงดูแลในเรื่องนี้อยู่ และพศ.ได้พูดคุยกับพระเมธีธรรมาจารย์เป็นระยะๆอยู่แล้ว
“กรณีพระเมธีธรรมาจารย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุขอให้เครือข่ายสงฆ์และชาวพุทธเตรียมออกมาเคลื่อนไหวนั้น ผมรู้สึกไม่สบายใจโดยได้ติดตามข่าวมาตลอด 2-3 วันนี้ สื่อมวลชนนำเสนอข่าวเกี่ยวกับคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาขึ้นหน้า 1 ต่อเนื่องกันมาหลายวัน รวมถึงมีบทวิพากษ์วิจารณ์ในคอลัมน์ต่างๆ ซึ่งผมไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเป็นสิ่งที่สร้างความดีงามหรือสร้างความเสียหายให้แก่พระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ไม่อยากเห็นการวิพากษ์วิจารย์คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นเช่นนี้เพราะไม่เกิดผลดีต่อทุกฝ่าย ส่วนใครจะเคลื่อนไหวอย่างไรนั้นคิดว่าทุกฝ่ายควรหยุดนิ่งและนั่งทบทวนว่าการจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น วิธีการใดที่เหมาะสมและดี เป็นคุณประโยชน์ต่อพุทธศาสนาและคณะสงฆ์โดยรวม ส่วนรัฐบาลเตรียมรับมืออย่างไรบ้างนั้น คิดว่าฝ่ายกฏหมายและฝ่ายความมั่นคงดูแลในเรื่องนี้อยู่ และพศ.ได้พูดคุยกับพระเมธีธรรมาจารย์เป็นระยะๆอยู่แล้ว”นายสุวพันธุ์ กล่าว
ด้านพระเมธีธรรมาจารย์ หรือ เจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากได้มีการแจ้งข่าวไปยังพระสงฆ์ไทยทั้งในและต่างประเทศ พบว่าขณะนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งพระสงฆ์ในประเทศและต่างประเทศ โดยขอให้ทางองค์กรพุทธมีความชัดเจนถึงแนวทางในการเคลื่อนไหวว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง อะไรก่อน อะไรหลัง ส่วนเรื่องการใช้มวลชนออกมาเคลื่อนไหวนั้น ไม่ปฏิเสธว่าจะมีการใช้แนวทางนี้หรือไม่ รวมทั้งแนวทางในการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ด้วย แต่จะใช้แนวทางใดนั้นจะต้องดูตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ซึ่งขณะนี้องค์กรพุทธได้รับแรงกดดันจากทางพระสงฆ์มาก เพราะอยากเห็นแนวทางความชัดเจนขององค์กรพุทธ เพื่อที่พร้อมที่จะออกมาเคลื่อนไหว
พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนในสัปดาห์นี้ซึ่งครบกำหนดที่จะดูท่าทีของแต่ละฝ่ายแล้วจะมีการเคลื่อนไหวอย่างไรนั้น แนวทางเบื้องต้นจะให้แต่ละองค์กรพุทธเคลื่อนไหวตามแนวทางของแต่ละองค์กรก่อน เพื่อดูท่าที และดูความพร้อม จากนั้นจะมาพิจารณาในภาพรวม เพื่อกำหนดการเคลื่อนไหวด้วยการรวมตัวกันสวดมนต์ครั้งใหญ่อีกครั้ง โดยจากสถานการณ์ปัจจุบัน เชื่อว่าจะมีผู้เข้าร่วมการสวดมนต์ครั้งใหญ่มากขึ้นกว่าครั้งที่ผ่านมาเมื่อต้นเดือนก.พ.แน่นอน แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นวันใด เนื่องจากต้องดูความเคลื่อนไหวขององค์กรพุทธแต่ละภาคส่วนก่อน แต่ยืนยันว่ามีความพร้อมแน่นอน
“พระสงฆ์ส่วนใหญ่รับรู้ถึงการถูกคุกคามแล้ว และพร้อมที่จะออกมาเคลื่อนไหว เพียงแต่รอแนวทางที่ชัดเจนของทางองค์กรพุทธเท่านั้น ส่วนกรณีที่อาตมาถูกกล่าวหา ตัดต่อภาพต่างๆ ทำให้อาตมาเกิดความเสียหายนั้น อาตมาคงไม่ดำเนินการใดๆ และขออโหสิกรรมให้แก่ทุกส่วน นอกจากนี้จากการที่รัฐบาลออกมาเรียกร้องให้ทำตามกฎหมาย ก็อยากฝากรัฐบาลด้วยว่าเมื่อเรียกร้องให้ทำตามกฎหมาย ก็ควรบอกไปยังทุกฝ่ายที่ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย”พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าว
