- 03 ส.ค. 2559
สำนักข่าวทีนิวส์ ผลิตรายการ เจาะข่าวร้อนล้วงข่าวลึก ยกระดับอีกครั้งในช่อง 20 Bright TV (ไบรท์ทีวี) โดยจะออกอากาศทุกวันจันทร์- พฤหัสบดี ช่วงเวลา18.15 น. 19.00น. และ วันศุกร์ 18.00 น. 19.00น.
สำนักข่าวทีนิวส์ ผลิตรายการ เจาะข่าวร้อนล้วงข่าวลึก ยกระดับอีกครั้งในช่อง 20 Bright TV (ไบรท์ทีวี) โดยจะออกอากาศทุกวันจันทร์- พฤหัสบดี ช่วงเวลา18.15 น. – 19.00น. และ วันศุกร18.00 น.– 19.00น.
ซึ่งเนื้อหาข่าวจะยึดโยงกับสถานการณบ้านเมืองหรือข่าวที่อยู่ในกระแส ณ ขณะนั้น ซึ่งองค์ประกอบแต่ละข่าวนั้นจะนำเสนอแบบเจาะลึก วิเคราะห์ด้วยข้อมูลประกอบ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ อาทิ สถิติ ขอกฎหมาย บทสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับข่าว
ซึ่งในวันที่ 3 สิงหาคม 2559 ประชามติไม่ผ่าน เงื่อนไขสุกงอม สงครามกลางเมือง?
เมื่อได้เห็นข้อมูลทั้งในแง่ของสถานการณ์ และตัวเลขเชิงสถิติไปแล้ว คราวนี้มาตรวจสอบสถานการณ์ในอนาคตภายหลังการออกเสียงประชามติกันบ้างว่าจะเป็นอย่างไร
แต่ที่แน่ๆล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้ออกมาประกาศไว้แล้วว่าถึงร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการออกเสียงประชามติ ก็จะไม่ลาออกจากตำแหน่งอย่างแน่นอน
พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ผ่านการลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.นี้ แต่ในสัปดาห์หน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ คสช.จะหารือถึงแนวทางการเดินหน้าตามโรดแมพต่อไป ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่
ภายใต้เงื่อนไขเบื้องต้นที่พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ กระบวนการที่วางไว้ก็จะเป็นไปตามโรดแมปคือการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในเดือนกันยายนปี 2560
1.ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ จะนำไปสู่กระบวนการที่สำคัญก็คือ
การออกกฎหมายลูก โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง และเดินตามโรดแมปไปสู่การเลือกตั้ง
2.ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ในเบื้องต้นคาดว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวพ.ศ.2557 เพื่อกำหดวิธีการและเงื่อนไขของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จึงจะสามารถเดินหน้าได้ตามโรดแมปได้
อย่างไรก็ตามสำหรับเงื่อนไขข้อที่สองกรณีร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการออกเสียงประชามติ ได้เกิดข้อเรียกร้องมาจากฝ่ายพรรคการเมืองและนักวิชาการกลุ่มหนึ่ง โดยที่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่พรรคประชาธิปัตย์เห็นพ้องกับพรรคเพื่อไทย ในชื่อของกลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย โดยมีข้อเรียกร้องที่สำคัญดังนี้
ในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติควรมีกระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากฉันทามติผ่านกลไกที่ทุกกลุ่มทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการออกแบบกระบวนการและกำหนดหลักการสำคัญในรัฐธรรมนูญเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตยเป็นไปตามกรอบเวลาที่มีการประกาศไว้ใน roadmap สู่การเลือกตั้งและตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว
สำหรับ 117 รายชื่อ ที่ร่วมลงนามสนับสนุนในแถลงการณ์ดังกล่าวนั้น มาจากหลายกลุ่มการเมือง อาทิ นายอภิสิทธิ์ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา
ซึ่งในประเด็นดังกล่าวนี้เองนายอภิสิทธิ์ก็ได้ออกมาย้ำอีกครั้งว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะต้องเข้าสู่กระบวนการมีส่วนร่วมตามที่ว่านี้
เกี่ยวกับข้อเรียกร้องนี้พล.อ.ประยุทธ์ได้เคยตอบเอาไว้เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า "ไม่ผ่านก็จะทำรัฐธรรมนูญใหม่ จะทำอย่างไรก็ไม่รู้ ไปว่ากันมา ไม่อยากให้คำพูดของผมถูกเก็บไปพิจารณาว่าจะให้รัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ผ่าน เป็นเรื่องของประชาชนแต่ถ้าไม่ผ่านก็ร่างใหม่"
อย่ามาบังคับ ผมรู้ว่าอะไรควรไม่ควร จะบังคับผมทุกอย่าง ทั้งเลือกตั้ง และเรื่องอื่นๆ คือสรุปแล้วจะเข้าสู่อำนาจอย่างเดียว แต่ไม่ยอมแก้ไขอะไรสักเรื่อง ถ้าท่านไม่ให้ผมก็ไม่ให้ท่าน ต่างคนต่างก็หาตรงกลางให้เจอแล้วกัน
แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับเงื่อนไขเฉพาะหน้าที่จะเกิดขึ้นก่อนการกำหนดรูปแบบการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ตามที่ถกเถียงกันนั้น นั่นก็คือความชอบธรรมที่จะเกิดขึ้นมาจากฝ่ายของพรรคเพื่อไทยและกลุ่มนปช.
ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าจะยกเหตุผลของการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ มากดดันให้พล.อ.ประยุทธ์ต้องเข้าสู่กระบวนการดังกล่าว แต่ถ้าสมมติว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอม สถานการณ์ทางการเมืองก็จะกลับมาสู่การเผชิญหน้าครั้ง
โดยที่ทางฝั่งของพรรคเพื่อไทยและกลุ่มนปช.ก็อาจจะอ้างถึงความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวลักษณะชุมนุมใหญ่
และทางฝั่งของพล.อ.ประยุทธ์ที่มีฐานมวลชนกปปส.เดิมสนับสนุนเช่นเดียวกัน ถึงวันนั้นก็น่าสนใจไม่น้อยว่านายอภิสิทธิ์ที่เห็นพ้องตามเงื่อนไขเดียวกับพรรคเพื่อไทยเรื่องกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะเลือกยืนอยู่ข้างไหน
แต่ที่แน่ๆโอกาสของประเทศไทยก็จะกลับไปสู่การเผชิญหน้าของมวลชน 2 ฝ่ายอย่างแท้จริง ซึ่งหลายฝ่ายเป็นกังวลเหลือเกินว่าด้วยเงื่อนไขการต่อสู้ที่สุกงอมมากกว่าทุกครั้ง อาจนำไปสถานการณ์ไปสู่สงครามกลางเมือง ใช่หรือไม่
