- 04 ส.ค. 2559
กระจ่าง! เผยเอกสาร ประเมินภาษีรถเบนซ์ สมเด็จช่วง ราคา 7 หลัก เตรียมแจ้งข้อหา ผู้เกี่ยวข้องทันที
เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา กรมสรรพสามิต ทำหนังสือส่งมายัง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แจ้งผลการตรวจสอบ ตามหนังสือที่อ้างถึงการสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้กรมสรรพสามิตประเมินภาษีอากร รถยนต์จากอุปกรณ์ชิ้นส่วนรถยนต์เก่าของรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ หมายเลขตัวรถ 18601400420/53 หมายเลขเครื่องยนต์ 1869204500552 ปรากฏพยานหลักฐานเป็นหนังสือสัญญาซื้อขายที่แท้จริง ณ โรงงานอุตสาหกรรม เป็นราคา 4 ล้านบาท พร้อมส่งมอบสำเนาเอกสารรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการประเมินรถยนต์คันดังกล่าวความละเอียดแจ้งแล้วนั้น
กรมสรรพสามิตได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการชำระภาษีสรรพสามิตของรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยังไม่ได้ชำระภาษีสรรพสามิตตามกฎหมายจึงได้ทำการประเมินภาษีสรรพสามิตผู้ผลิตรถยนต์ราย นายวิชาญ รัษฐปานะ ดังนี้ ค่าภาษีสรรพสามิต 1,600,000 บาท เบี้ยปรับ 3,200,000 บาทเงินเพิ่ม 1,440,000 บาท ภาษีเก็บเพิ่มมาเพื่อมหาดไทย 624,000 บาท รวมเป็นภาษีทั้งสิ้น 6,864,000 บาท
สำหรับความผิดทางอาญาของผู้ผลิตผู้จดประกอบผู้ครอบครองและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกรมสรรพสามิตขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไปทั้งนี้ได้มอบหมายให้นักตรวจสอบบัญชีชำนาญการพิเศษและนิติกรชำนาญการพิเศษ จะเป็นผู้ให้การเกี่ยวข้องกับการประเมินภาษีรายนายวิชาญต่อไป
เมื่อวันที่ 3 ส.ค. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบรถยนต์โบราณ ยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 ที่กรมสรรพสามิตได้แจ้งผลการประเมินภาษีของรถยนต์คันดังกล่าวมาให้กับดีเอสไอแล้ว ว่า ตอนนี้กรมสรรพสามิตได้ส่งหนังสือ ประเมินภาษีของรถยนต์ เบนซ์ คันดังกล่าวมาแล้ว พบว่ามีการกระทำผิดจริง ตามพ.ร.บ.สรรพสามิต ดังนั้นดีเอสไอ จะสอบปากคำเจ้าหน้าที่สรรพสามิต ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อยืนยันคำให้การ ตามเอกสาร หลังจากนั้นจะพิจารณาออกหมายเรียกมารับทราบข้อหาในลำดับต่อไป
อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหากับใครบ้างนั้น เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้
ทั้งนี้เมื่อดีเอสไอได้รับหนังสือตอบ จากกรมสรรพสามิตแล้ว ได้พิจารณาเห็นพ้องร่วมกับ พนักงานอัยการโดยการแจ้งข้อกล่าวว่าผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากหนังสือฉบับดังกล่าวจะเป็นพยานหลักฐานการกระทำผิดกฎหมาย ตาม.พ.ร.บ. สรรพสามิต มาตรา 161 (1) ซึ่งในส่วน หลวงพี่แป๊ะ และนายวิชาญ เข้าข่ายการกระทำความผิด ตามกฎหมายสรรพสามิต และขณะนี้อยู่ระหว่างการออกหนังสือเรียกมารับทราบข้อหา
ที่มา มติชนออนไลน์
