โชว์ผลงานอื้อ!!! ปปง.17ปี ยึดทรัพย์กว่า1.2 หมื่นล้าน

โชว์ผลงานอื้อ!!! ปปง.17ปี ยึดทรัพย์กว่า1.2 หมื่นล้าน


เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 19 สิงหาคม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการ ปปง. เป็นประธานเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 17 ปี ปปง. โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง พร้อมฉายวิดีทัศน์แสดงผลงานที่ผ่านมาในรอบปี และได้มอบเงินบริจาคให้กับผู้แทนของศิริราชมูลนิธิเพื่อจัดสร้าง “อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา” ประมาณ 500,000 บาท

สำนักงาน ปปง. เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นมาตามมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2542 และตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สำนักงาน ปปง. เป็นส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือ ทบวง โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งทุกรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับหน่วยงานนี้

 เลขาธิการปปง.กล่าวถึงผลงานในรอบปีที่ผ่านมา สำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการ 2 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการป้องกันการฟอกเงินและด้านการปราบปรามการฟอกเงิน

 

ส่วนผลงานด้านการปราบปรามการฟอกเงินที่สำคัญ ยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดมูลฐาน รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 12,000,000,000 บาท ได้แก่

นำทรัพย์สินที่ศาลสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน มูลค่า 114 ล้านบาท การประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ.2556 โดยแบ่งเป็น UN Sanction List จำนวน 17 ครั้ง (344 ราย) และ Thailand Sanction List จำนวน 7 ราย ซึ่งเป็นเรื่องของการทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับการยึดอายัดทรัพย์สิน รวมทั้ง การรับรายงานธุรกรรม ดำเนินการตรวจสอบนำไปสู่การยึดหรืออายัดทรัพย์สินได้ จำนวน 8,100 ล้านบาท

 

“นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายคดีใหญ่ๆ อาทิ คดีบ่อบำบัดน้ำเสีย จ.สมุทรปราการ ซึ่งโครงการนี้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณกว่า 30,000 กว่าล้านบาท โดยทาง ปปง. ได้ใช้มาตราการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเข้าไปดำเนินการสามารถนำคืนมาได้ 6,000 กว่าล้านบาท และจะดำเนินการต่อไป อีกทั้ง ยึดอายัดทรัพย์สินคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท และ คดียาเสพติดอื่นๆอีก 1,200 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปปง. ดำเนินการ 2 สถานะ 1.ทางแพ่ง เกี่ยวกับตัวทรัพย์สิน และ 2.คดีอาญา ซึ่งทรัพย์สินถูกถ่ายทอดไปยังผู้ใดแปลว่าทรัพย์สินนั้นได้มาจากการกระทำความผิด ถือว่าผู้ที่ครอบครองจะมีความผิดไปด้วยเช่นกันและจะต้องไปพิสูจน์ว่าเกี่ยวข้องกับความผิดหรือไม่ หากประชาชนสงสัยธุรกรรมว่ามีความผิดปกติ สามารถแจ้งมาได้ที่ ปปง.” พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าว