จากนปป.สู่ย้อนรอย “ขอนแก่นโมเดล” ขบวนการลับใต้ดินหวังโค่นล้มระบอบปกครอง

จากนปป.สู่ย้อนรอย “ขอนแก่นโมเดล” ขบวนการลับใต้ดินหวังโค่นล้มระบอบปกครอง

3ใน17ผู้ต้องหาคดีอังยี่ซ่องโจร พบว่าเป็นสถานะเป็นพี่เขย พี่สาว และภรรยาของนายมีชัย ม่วงมนตรี ผู้ต้องหาคดีขอนแก่นโมเดล นี่ก็เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงความไม่ธรรมดาของเครือข่ายกลุ่มนี้ ที่มีลักษณะการทำงานแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มตามทฤษฎีรูปแบบการต่อสู้ของกองกำลังพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่า ขอนแก่นโมเดล กับกลุ่ม นปป.กันก็เป็นกองกำลังที่แยกกันทำงาน โดยมีเป้าหมายเดียวกัน ก็คือโค่นล้มการปกครองของประเทศ ใช่หรือไม่ซึ่งเมื่อช่วงการจัดงาน “Bike For Dad” ที่ผ่านมา ยังพบความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้เพื่อจะสร้างความวุ่นวาย ถึงขั้นลอบสังหารผู้นำมาแล้ว สำหรับปฏิบัติการ"ขอนแก่นโมเดล" เป็นชื่อที่เจ้าหน้าที่รัฐเรียก กลุ่มแกนนำเครือข่ายดอกจาน นำโดย นายมีชัย ม่วงมนตรี ซึ่งมีแนวร่วมในหลายจังหวัด เช่น จ.นครราชสีมา กาฬสินธุ์ มุกดาหาร และจ.ขอนแก่น ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงได้สั่งหน่วยข่าวลงพื้นที่คุมเข้มความปลอดภัย สำหรับคดีขอนแก่นโมเดลนั้น สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2557 กำลังทหาร ได้บุกจับกุมผู้ต้องหา 20 คน พร้อมยึดอาวุธปืน และระเบิดหลากชนิดในห้องพักอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งใน ต.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น หลัง คสช.ยึดอำนาจเพียง 1 วัน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า อาวุธสงครามเหล่านั้นเตรียมก่อการร้ายในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และอีกหลายพื้นที่ในภาคอีสาน ตามรหัสเรียกขานว่า "ขอนแก่นโมเดล" ต่อมาสามารถจับกุมได้เพิ่มรวมเป็นทั้งหมด 26 คน ทั้งนี้อัยการจังหวัดทหารบกที่ 23 ยื่นฟ้องอาญาผู้ต้องหาทั้งหมด เป็นคดีหมายเลขดำ ที่ 10 ก./2557 ในฐานความผิด 9 ข้อหา คือ
1. ร่วมกันฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่อง ห้ามชุมนุมทางการเมือง
2. ร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สินให้หรือรับการฝึกการก่อการร้าย ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย หรือกระทำความผิดใดๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อก่อการร้าย หรือรู้ว่าจะมีผู้ก่อการร้ายแล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้
3. เป็นซ่องโจร
4. มีและร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะแต่การสงครามที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย
5. มีอาวุธ เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต        
6. พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองและทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุอันควร
7. มีเครื่องกระสุนปืนซึ่งมิใช่สำหรับใช้กับอาวุธปืนที่ได้รับใบอนุญาต
8. มีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต
9. มีเครื่องวิทยุคมนาคมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต
ตามคำสารภาพของแกนนำแดงฮาร์ดคอร์กลุ่มนี้ ที่มีทั้งหมด 5 ขั้น คือ
1.ระดมมวลชนให้มากที่สุด
2.เจรจาปลดอาวุธเจ้าหน้าที่
3.เจรจากับฝ่ายทหาร
4.ทำลายสถาบันการเงิน นำเงินมาแจกจ่ายประชาชนในแบบโรบินฮู้ด
5.ประกาศนโยบายทั่วปฐพี หนี้เป็นศูนย์
ซึ่งหากก่อเหตุสำเร็จ จะขยายพื้นที่ไปยังจังหวัดสำคัญอื่นทางภาคเหนือ จริงๆ แล้ว แผนการขอนแก่นโมเดล มีตัวละครเอกอยู่หนึ่งคน ที่เป็นจิ๊กซอว์สำคัญของเรื่องนี้ทั้งหมดนายมีชัย ม่วงมนตรี ซึ่งย้ำกับคุณผู้ชมนะคะว่าเขาเป็นญาติกับกลุ่มผู้ต้องหา นปป.ถึง3คนเลยทีเดียว

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ระบุว่า ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ รับคำสั่งจากแกนนำ นปช.ให้ก่อเหตุในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อเป็นขอนแก่นโมเดล
28 พ.ค.2557 ทหารจากค่ายมณฑลทหารบกที่ 14 จ.ชลบุรี บุกเข้าไปที่บ้านเลขที่ 9/74 หมู่บ้านบางแสนมหานคร ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนางมนัญชยา เกศแก้ว หรือเมย์ อียู นางเมย์ซึ่งมีความใกล้ชิดกับ นายทักษิณ หลบหนีกลับไปประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นบ้านของสามี หลังมีการทำรัฐประหาร แต่สามารถจับกุม น.ส.เกศสุดา คุณะเสน อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นเลขาฯ สนิทของนางเมย์ไว้ได้ ทหารต้องตกตะลึงหลังจากทำการตรวจค้นบ้าน พบหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นใบโอนเงิน บัญชีการแจกจ่ายเงิน และการว่าจ้างบุคคลทำงานที่เชื่อว่าน่าจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย รวมทั้งใบแจกจ่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ พร้อมใบรายชื่อกลุ่มผู้มีอิทธิพล และรายชื่อมือปืนทั่วราชอาณาจักรไทย ซึ่งรวมได้ประมาณ 3 กล่องใหญ่ ซึ่งทหารรวบรวมนำไปเป็นหลักฐานในการตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีต่อไป นอกจากนี้ ยังพบรูปถ่ายที่นางเมย์ได้ถ่ายร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นจำนวนมาก ซึ่งเชื่อได้ว่ามีการพบปะกันเป็นประจำและบ่อยครั้ง จนกระทั่งกลายเป็นท่อน้ำเลี้ยง มีหน้าที่แจกจ่ายเงินให้แก่กลุ่มเสื้อแดง  นปช.ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และว่าจ้างในกรณีต่างๆ อีกด้วย ที่กล่าวมานี้เป็นแค่เพียงหลักฐานส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่แสดงให้เห็นว่าการจับกุมกองกำลังติดอาวุธในช่วงที่ผ่านๆมา ได้ปรากฏหลักฐานที่บ่งชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหานั้นมีความเกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง และมีการวางแผนเตรียมการก่อเหตุมาเป็นอย่างดี และที่สำคัญคนกุ่มดังกล่าวถูกปลูกฝังอุดมการณ์ที่ไม่ธรรมดา และยังพูดถึงผลกระทบภายหลังการก่อเหตุเพื่อดึงเอากองกำลังนานาชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการของไทย ซึ่งล้วนแล้วเป็นสิ่งที่คนเหล่านี้รับสารภาพพร้อมกับของกลาง โดยที่ไม่ได้มีการกล่าวหาหรือพูดขึ้นมาลอยๆแต่อย่างใด
ประกอบกับที่ในวันนี้มีการจับกุมผู้ต้องหาขบวนการนปป.อีกถึง 15 คน และยังหลบหนีอีก 2 คนนั้น ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าขบวนการร้ายใต้ดิน เพื่อต้องการโค่นล้ม หรือเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศนั้นมีอยู่จริง