ถึงคิวพระครูใบฎีกาอำนวยศักดิ์ เข้าพบดีเอสไอ 25 ส.ค. ...ขณะ "สัมพันธ์" รับทราบข้อกล่าวหาคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน

ถึงคิวพระครูใบฎีกาอำนวยศักดิ์ เข้าพบดีเอสไอ 25 ส.ค. ... ขณะ "สัมพันธ์" รับทราบข้อกล่าวหาคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน

ประเด็นการดำเนินการกับ พระธัมมชโย เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ  ไล่ตรวจสอบเรียกสอบปากคำพระใกล้ชิดกับ พระธัมมชโย ซึ่งความคืบหน้าล่าสุดนั้นคือ การสอบปากคำ พระ5 รูป ที่มีบทบาทเกี่ยวกับการดูแลเรื่องการเงินของวัดพระธรรมกาย ซึ่งตอนนี้ ได้เข้ามาให้ปากคำแล้ว 3 รูป จึงเหลือเพียงอีก 2 รูปที่ยังไม่ให้ปากคำ
 สำหรับพระทั้ง 5 รูปประกอบด้วย  
1.พระราชภาวนาจารย์ หรือ พระทัตตชีโว รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
2.พระถวัลย์ศักดิ์ ยติสักโก รอง ผอ.สำนักพัฒนาทรัพยากร วัดพระธรรมกาย
3.พระสุธรรม สุธัมโม เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
4. พระครูใบฎีกา อำนวยศักดิ์ มุนิสโก ผอ.สำนักองค์ประธาน วัดพระธรรมกาย
5.พระมหาสมชายฐานวุฑโฒ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ขณะนี้ยังไม่ประสานจะเข้าพบวันไหน

สำหรับพระ 3 รูป ที่ได้เดินทางมาให้ปากคำแล้วหลังจากที่ พนักงานสอบสวนดีเอสไอเรียกสอบปากคำ ประกอบด้วย
29 กรกฎาคม 2559 พระถวัลย์ศักดิ์ ยติสักโก รอง ผอ.สำนักพัฒนาทรัพยากร วัดพระธรรมกาย  ซึ่งพระถวัลย์ศักดิ์ เปิดเผยหลังให้ปากคำ ว่า เดินทางมา ดีเอสไอ ตามที่นัดหมายเกี่ยวกับเรื่องทั่วไป หากมีอะไรสอบถามสามารถถามกับเจ้าหน้าที่ได้เลย   ซึ่งในวันนั้น พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ เปิดเผยว่า พระถวัลย์ศักดิ์ เดินทางมาให้ปากคำในฐานะพยาน และได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารเงินภายในวัดพระธรรมกาย ซึ่งได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ ก่อนจะรวบรวมข้อมูลให้ คณะพนักงานอัยการ ดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ พระถวัลย์ศักดิ์ มีความเกี่ยวข้อง คือ เป็นผู้มีชื่อในเงื่อนไขการสั่งจ่ายเงินในบัญชี ส่วนดูแลการเงินของวัดพระธรรมกาย
4 สิงหาคม 2559  พระสุธรรมญาณวิเทศ (พระสุธรรม สุธัมโม) รักษาการแทนรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ เพื่อให้ปากคำในฐานะพยาน และได้รับมอบหมายจากพระราชภาวนาจารย์ หรือพระทัตตชีโว รองเจ้าอาวาส รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มาให้ปากคำแทน ในประเด็นการบริหารและก่อตั้งวัดพระธรรมกาย
ซึ่งวันนั้น (4 สิงหาคม)พระสุธรรม กล่าวว่า วัดพร้อมจะมาให้ถ้อยคำต่างๆ อีกทั้ง หากคดีดังกล่าวมีความสมบรูณ์ทางอัยการก็คงไม่ส่งสำนวนกลับมาให้ดีเอสไอสอบเพิ่มเติม แต่เราก็ยินดีพร้อมเป็นตัวแทนที่จะให้ถ้อยคำต่างๆ
เพราะฉะนั้น พระที่ยังไม่ได้ไม่ให้ข้อมูลอีก 2 รูป คือ
พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ขณะนี้ยังไม่ประสานจะเข้าพบวันไหน
และ พระครูใบฎีกาอำนวยศักดิ์ มุนิสโก ผอ.สำนักองค์ประธาน วัดพระธรรมกาย ซึ่งขอเลื่อนเข้าพบเป็นวันที่ 25 ส.ค.59
และอีกหนึ่งความเคลื่อนไหว ที่เกี่ยวโยงไปถึงวัดพระธรรมกาย นั่นคือ คดีร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และรับของโจร ซึ่งมีชื่อของสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความของวัดพระธรรมกาย ที่พนักงานสอบสวนได้เรียกไป รับทราบข้อกล่าวหา

(22 สิงหาคม )นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย พร้อมพวกรวม 4 คน ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ในคดีร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น หลังจากพนักงานสอบสวนพบหลักฐานว่านายสัมพันธ์และพวก มีชื่อถือหุ้นใน บริษัท เอ็มโฮม เอสพีวี 2 แทน นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธาน สหกรณ์ฯ คลองจั่น ที่สั่งจ่ายเช็ค จำนวน 321 ล้านบาท จากสหกรณ์ฯ ไปซื้อหุ้นบริษัท เอ็มโฮมฯ
พ.ต.ท.บรรณฑูรย์ ฉิมกรา ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 ดีเอสไอ กล่าวว่า คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คนคือ นายสัมพันธ์ เสริมชีพ, นายจำลอง ทับสุวรรณ์, นายบันลือ กองไชย และนายธวัชกิตต์ ธนานันท์ตระกูล ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดได้เข้ารับทราบข้อหากับ ดีเอสไอแล้ว ทั้งนี้ จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พบว่า มีพฤติกรรมเข้าข่ายฟอกเงิน โดยร่วมกันทำนิติกรรมอำพราง ถือหุ้นบริษัทเอ็มโฮมฯ แทนนายศุภชัย ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดรู้จักกัน จากการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเบื้องต้น ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ด้านนายสัมพันธ์ กล่าวว่า นายศุภชัย ต้องการที่ดิน ย่านอำเภอคลองหลวง ซึ่งเป็นทรัพย์สินของบริษัทเอ็มโฮมฯ จึงนำเงินจากสหกรณ์คลองจั่นมาลงทุนซื้อหุ้นของบริษัท ในส่วนของตนและกรรมการบริษัทคนอื่นๆ เพราะได้รับสิทธิเทกโอเวอร์บริษัทนี้ ตั้งแต่ปี 2552-54 และตามสัญญาสหกรณ์คลองจั่นต้องจ่ายเงินซื้อหุ้น 1,000 ล้านบาท หลังชำระหนี้ประมาณ 900 ล้านบาท จะเหลือส่วนต่างเป็นค่านายหน้า และกำไรประมาณ 30-40 ล้านบาท
ซึ่งจะแบ่งผลประโยชน์กัน 3 คน ระหว่างตน นายบรรลือ กองไชย และนายจำลอง ทับสุวรรณ์ แต่ปรากฏว่านายศุภชัยจ่ายเงินมาเพียง 280 ล้านบาท ทำให้บริษัทต้องแบ่งขายที่ดินบางส่วน เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ให้กับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ มิเช่นนั้นเจ้าหนี้จะยึดทั้งที่ดินและเงินมัดจำ
ทั้งนี้ ยังคงเป็นทนายความให้กับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่รับผิดชอบดูแลเรื่องคดีต่างๆ อยู่ โดยมีทีมทนายกว่า 20-30 คน ส่วนเรื่องหมายจับของศาลจังหวัดเลย ยังไม่ทราบรายละเอียด ขณะที่การมอบตัวของพระธัมมชโย ตอบไม่ได้ว่า จะมอบตัวเมื่อใด เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้พบกับแพทย์ที่รักษาอาการ ได้ระบุว่า พระ ธัมมชโยยังอาพาธอยู่
ทั้งนี้ ผู้ที่เข้ารับทราบข้อหาสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน ประกอบด้วย นายสัมพันธ์ นายจำลอง และนายธวัชกิตต์ ส่วนนายบันลือ แจ้งว่า บวชเป็นเวลา 15 วัน จึงขอเลื่อนนัดเข้ารับทราบข้อหาออกไป
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สังคมให้ความสนใจ เงินบริจาคที่เข้ามาสู่วัดพระธรรมกาย จากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งพบว่ามีเงินบริจาคก้อนหนึ่ง ที่เชื่อมโยงสหกรณ์ฯ คลองจั่นกับวัดพระธรรมกาย ทั้ง 2 แห่งยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน
ความเชื่อมโยงของบริษัทนี้กับสหกรณ์ฯ คลองจั่น เริ่มขึ้นด้วย วันที่ 16 กันยายน 2552 สหกรณ์ฯ คลองจั่น ได้รับหนังสือเสนอขายหุ้นและที่ดิน (ติดจำนอง) ในกรรมสิทธิ์ของบริษัท เอ็ม–โฮม เอสพีวี 2 จากผู้ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว 3 ราย ได้แก่
1.นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย (ได้รับมอบอำนาจแทนพระธัมมชโย ในคดีรับเช็คสหกรณ์ฯ คลองจั่น)
2.นายจำลอง ทับสุวรรณ
3.นายแพทย์บรรลือ กองไชย (ภายหลังทั้ง 3 คนเป็นกรรมการบริษัท เอ็ม–โฮม เอสพีวี 2) โดยหนังสือดังกล่าวเสนอขายแก่ ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น (ขณะนั้นคือ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร) ในราคาทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท
สำหรับที่ดิน (ติดจำนอง) ในกรรมสิทธิ์ของบริษัท เอ็ม–โฮม เอสพีวี 2 มีอยู่ 3 แปลงได้แก่ โฉนดเลขที่ 31343, 31344 และ 31345 ตำบลคลองสอง (คลองสองตก) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) เนื้อที่รวม 312 ไร่ 1 งาน โดยที่ดินทั้งหมดตั้งอยู่บริเวณใกล้วัดพระธรรมกาย และหุ้นบริษัท เอ็ม–โฮม เอสพีวี 2 มีทั้งสิ้น 25,471,989 หุ้น
เมื่อทำการตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 ตั้งแต่ ปี 2551-2556 พบว่า บริษัทมีทุนจดทะเบียน 254 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 25.4 ล้านหุ้น โดยบัญชีรายชื่อปี 2551 (วันที่ 29 เมษายน 2551) ระบุว่าผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่คือ บริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 3 ทั้งสิ้น 25.4 ล้านหุ้น
และต่อมา บัญชีรายชื่อปี 2552 (วันที่ 20 พฤศจิกายน 2552) ระบุว่า หุ้นในส่วนของบริษัท เอสพีวี 3 ถูกโอนมาให้กับ 3 บุคคล ได้แก่ นายสัมพันธ์ เสริมชีพ 15.4 ล้านหุ้น นายบรรลือ กองไชย 5 ล้านหุ้น และนายจำลอง ทับสุวรรณ 5 ล้านหุ้น ซึ่งถือว่าสอดคล้องกับรายละเอียดในหนังสือซื้อขายที่ดินของสหกรณ์ แต่เมื่อตรวจสอบ บัญชีรายชื่อปี 2554 (22 เมษายน 2554) พบว่าหุ้นที่นายสัมพันธ์และนายจำลองถือครองอยู่นั้น ถูกโอนให้กับนายบรรลือทั้งหมด ต่อมาในบัญชีรายชื่อปี 2555 (22 กันยายน 2555) หุ้นจากนายบรรลือถูกโอนให้กับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร จำนวน 20.4 ล้านหุ้น นายบรรลือจึงเหลือถือครอง 5 ล้านหุ้น และสุดท้าย ในบัญชีรายชื่อปี 2556 (4 กรกฎาคม 2556) หุ้นที่นายศุภชัยถือครอง 20.4 ล้านหุ้น ถูกโอนให้กับนายธวัชกิตน์ ธนานันท์ตระกูล