- 25 ส.ค. 2559
เป็นบทพิสูจน์อีกครั้ง พล.อ.ประยุทธ์จัดการ สุขุมพันธุ์แม้จะมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับ สุเทพ จะจัดการยังไงติดตามได้ที่นี่ !!!
การออกคำสั่งของพล.อ.ประยุทธ์ในครั้งนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงการใช้อำนาจโดยเป็นการสยบคำครหาที่ผ่านมา ว่าการที่ไม่ดำเนินการใดๆกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้น เป็นเพราะม.ร.ว.สุขุมพันธุ์มีสายสัมพันธุ์อันแน่นแฟ้นกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือไม่
เพราะฉะนั้นการออกคำสั่งพักงานดังกล่าวจึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ นำเอาเรื่องนี้มาเป็นเงื่อนไขของการพิจารณาตัดสินใจแต่อย่างใด
เป็นที่ทราบกันดีว่าม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ มีสายสัมพันธุ์ที่ดีมากกับนายสุเทพ ย้อนกลับไปเมื่อครั้งการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตอนนั้นผู้ที่ถูกเสนอชื่อมี 2 คน ก็คือ นายกรณ์ จาติกาวณิช ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างชัดเจนจากนายอภิสิทธิ์
ส่วนผู้ท้าชิงอีกคนก็คือม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ อันเป็นที่ชัดเจนว่าได้รับแรงสนับสนุนจากนายสุเทพ และจากผลการคัดเลือกที่ปรากฏก็ไม่ต้องบอกเลยว่าพลังของนายสุเทพกับม.ร.ว.สุขุมพันธ์ในพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างไร
สถานการณ์ ณ ตอนนั้น มีรายงานว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร์ ได้ยื่นเอกสารที่อ้างว่า มีสก. สข. 44 คน จากทั้งหมด46 คน ให้การสนับสนุนให้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ในนามพรรคประชาธิปัตย์อีกสมัย แต่กรรมการบริหารพรรคหลายคนก็ได้แสดงความกังวลกรณี ดีเอสไอ ได้ประกาศออกหมายเรียก 11 ผู้บริหารกทม.มีความผิดในข้อหาฮั้วสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าให้บีทีเอสออกไปอีก 17 ปี ทำให้มีการถกเถียงกันอย่างเคร่งเครียด
นอกจากนี้ยังได้มีการเสนอชื่อเข้าร่วมพิจารณาอีก3 คนคือ นายกรณ์ จาติกวณิช, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ว่ามีความเหมาะสม แต่หลังจากมีการพิจารณาความพร้อมด้านต่างๆก็เหลือคนที่มีความพร้อมที่สุดคือนายกรณ์ จึงรวมเป็น 5 รายชื่อที่ต้องพิจารณา โดยในการลงคะแนนนั้น นายอภิสิทธิ์ นายอภิรักษ์ และนายกรณ์งดออกเสียง ซึ่งเหลือกรรมการบริหารพรรค 16 คน โดยผลปรากฏม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้ 9 คะแนน นายกรณ์ 6 คะแนน
ทั้งนี้นับตั้งแต่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. นอกจากการทำงานที่เต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์แล้ว การทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยราบรื่นมากนัก ถึงขั้นพรรคประชาธิปัตย์ออกแถลงการณ์ตัดขาดความเกี่ยวข้องกับงานของผู้ว่ากทม.เลยทีเดียว
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2559 พรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยเอกสาร 2 หน้า กรณีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ตามที่อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับปัญหาการบริหารงานของกรุงเทพมหานคร ทั้งในด้านประสิทธิภาพและความโปร่งใส ต่างกรรมต่างวาระมาเป็นระยะเวลาพอสมควร ทำให้เกิดความสับสนและไม่สบายใจในหมู่ประชาชน เกี่ยวกับการบริหารจัดการทั้งของกรุงเทพมหานคร และพรรคประชาธิปัตย์
นับตั้งแต่มีการแถลงข่าวของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคครั้งแรก พรรคได้พยายามประสานงานกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหลายช่องทาง เพื่อพบปะพูดคุยร่วมกัน หาแนวทางแก้ไขปัญหา สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าการบริหารงานของกรุงเทพมหานครและของพรรคประชาธิปัตย์จะได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ อันจะนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข รวมทั้งชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสาธารณะ
ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับประโยชน์ของประชาชนและส่วนรวม ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบโดยตรงของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์
อย่างไรก็ดี การพบปะพูดคุยระหว่างพรรคกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ทั้งๆที่ทางพรรคได้พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะให้มีการพบปะพูดคุยกัน แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเท่าที่ควร
บัดนี้ระยะเวลาได้ล่วงเลยมาพอสมควร ทางพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าความร่วมมือกันระหว่างพรรคและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการแก้ไขปัญหา สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั้งในด้านประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการบริหารงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้
เนื่องจากประเด็นเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความโปร่งใสถือเป็นเรื่องสำคัญที่กระทบต่อประโยชน์ของประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร
พรรคมีความจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบต่อทุกคะแนนเสียง ที่ประชาชนมอบความไว้วางใจสนับสนุนให้ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงขอแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่า การบริหารของกรุงเทพมหานครจากนี้ไปถือเป็นการดำเนินการโดยเอกเทศ เนื่องจากพรรคไม่สามารถใช้ระบบและกลไกของพรรคในการช่วยสนับสนุน ติดตาม ตรวจสอบการบริหารงานของกรุงเทพมหานครได้ และกราบขอโทษต่อพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานครมา ณ โอกาสนี้
ถึงแม้พรรคประชาธิปัตย์จะออกมาประกาศตัดขาดกับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ แต่นั่นก็ไม่ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์เลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังแสดงออกเหมือนกับเป็นการตอกกลับ โดยมีผนังพิงอันแข็งแรงอย่างนายสุเทพ
ไล่ตั้งแต่ ทีมรองผู้ว่าฯ กทม. ทั้ง 4 คน ออกมาชักแถวยืนเรียงหน้ากระดาน แถลงข่าวขอยืนเคียงข้าง ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ ต่อจนหมดวาระ
ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ซึ่งติดพันภารกิจอยู่ประเทศก็ยกหูข้ามแดนสั่งการให้ นายวสันต์ มีวงษ์ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. ในฐานะโฆษกประจำตัว ออกมายืนยันว่า จะขอทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ช่วงปีสุดท้ายก่อนหมดวาระอย่างดีที่สุด แถมหยอดว่ายังรักประชาธิปัตย์เหมือนเดิม
ให้หลังเพียงวันเดียว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ก็เดินทางกลับมาถึงมาตุภูมิ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อขอความเห็นเกี่ยวกับแถลงการณ์ก็ได้รับการแจ้งจากทีมงานว่า ผู้ว่าฯกทม.อ่อนเพลียหลังจากเดินทางกลับจากต่างประเทศ จึงขอพักผ่อนอยู่ในบ้านพัก โดยไม่มีภารกิจใดๆตลอดวันที่ 23 - 24 มกราคม และจะปฏิบัติงานตามปกติในวันเปิดทำการจันทร์ที่ 25 มกราคม
แต่ก็มีเซอร์ไพรส์เล็กๆ เมื่อช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ พร้อมด้วย พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม. กลับไปปรากฏกายที่ท่าเรือหน้าทอน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในระหว่างการปล่อยตัวขบวนปั่นจักรยาน หนึ่งในกิจกรรมของงาน “สมุย เฟสติวัล2016” ที่มี นายสุเทพ เป็นแม่งาน โดยผู้ว่าฯกทม.ได้เดินทักทายประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม
ก่อนชักภาพเป็นที่ระลึกคู่กับนายสุเทพ ค่ำวันเดียวกัน “ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์” จากเมืองกรุงยังได้รับเกียรติให้เป็นประธานในการชกมวยไทยนัดประวัติศาสตร์ “สมุยเฟสติวัล มหากุศล” ซึ่งตามกำหนดการเดิมวางตัวนายสุเทพไว้เป็นประธาน แต่พอ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ โผล่มา ฝ่ายแรกก็เลยหลบฉาก ให้เกียรติผู้ว่าฯ กทม. ขึ้นเป็นประธานในพิธี
เพราะฉะนั้นเมื่อพิจารณาจากบทบาทของม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ภายใต้สายสัมพันธุ์อันแน่นแฟ้นกับนายสุเทพแล้ว การที่พล.อ.ประยุทธ์สั่งพักงานผู้ว่าฯกทม.ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า นี่คือการทำหน้าที่โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชังใช่หรือไม่
